คุณอยู่ที่ :
อาสาสมัครของกรีนพีซตั้งแคมป์บริเวณโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี เพื่อสนับสนุนนักปีนที่ได้ขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าแรงสูงเพื่อกางป้ายข้อความเรียกร้องพลังงานสะอาด
ขยายภาพที่แคมป์ของกรีนพีซ (ใช้ไฟจากแผงโซล่าร์เซลล์ในตอนกลางวัน และกังหันลมในตอนกลางคืน) ที่ด้านหน้าประตูโรงไฟฟ้าก็มีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วม พายุ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ปะการังฟอกขาว นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็เห็นตรงกันว่าภัยพิบัติเหล่านี้จะรุนแรงมากขึ้น และเกิดบ่อยครั้งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา และสาเหตุหลักก็คือการเผาถ่านหินในโรงไฟฟ้าอย่างบีแอลซีพี เมื่อช่วงปี 2547-48 ประเทศไทยต้องประสบกับภัยแล้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนส่งผลกระทบต่อ 63 จังหวัดทั่วประเทศ นี่ยังไม่นับน้ำท่วมที่เกิดขึ้นรุนแรงในหลายพื้นที่และดูว่าจะเกิดบ่อยครั้งกว่าที่เคยเป็นมา อีกทั้งมลพิษที่ชุมชนมาบตาพุดที่กำลังทนทุกข์อยู่กับโรงงานในนิคมรวมกัน 100 กว่าโรงอยู่แล้วต้องมารับเคราะห์ซ้ำจากก๊าซพิษที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีจะปล่อยออกมาจากปล่องควันมหึมาและพิษจากขี้เถ้า เช่น สารปรอท แค่การก่อสร้างของโรงไฟฟ้าก็ทำให้มีการกัดเซาะชายฝั่งพังไปเป็นแถบแล้ว ชาวบ้านมาบตาพุดก็ได้ออกมาคัดค้านการก่อสร้างแต่ทางโรงไฟฟ้าก็ไม่ยอมทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นที่แท้จริงจากชุมชน และมุ่งหน้าก่อสร้างต่อไป
ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุว่าประเทศไทยมีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนมาใช้ได้มากถึง 14,000 เมกกะวัตต์ จากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ชีวมวล พลังงานน้ำขนาดเล็ก รวมถึงการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพที่สามารถประหยัดได้ถึง 2,000-3,000 เมกกะวัตต์ซึ่งมากกว่าที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีจะผลิตเสียอีก พลังงานหมุนเวียนเหล่านี้มีใช้กันอย่างแพร่หลายแล้วในยุโรป หรือแม้กระทั่งประเทศกำลังพัฒนาอย่างจีน อินเดีย และฟิลิปปินส์ โรงไฟฟ้ามักจะอ้างว่าถ่านหินมีราคาถูกจึงควรนำมาแทนก๊าซและน้ำมันที่ราคาสูงขึ้น แต่แท้ที่จริงแล้วถ่านหินมีราคาแพงที่สุดเมื่อนำต้นทุนความเสียหายทางสังคมและสิ่งแวดล้อมบวกเข้าไปด้วย ข้อมูลเหล่านี้ไม่เคยมีการเปิดเผยแก่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ โรงไฟฟ้าแม้แต่นิด
ไม่เพียงแต่ชาวบ้านมาบตาพุดเท่านั้นที่ต้องมารับเคราะห์จากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ มีคนอีกหลายล้านทั่วโลกที่จะต้องรับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นจริง รัฐบาลจำเป็นต้องหยุดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้โดยด่วน นำถ่านหินออกจากแผนพลังงานของประเทศ และหันมาสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน