Skip navigation.
เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เข้าเทียบท่าของโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี 
เพื่อทำการรณรงค์ให้ยุติการก่อสร้าง 
โดยมีนักรณรงค์บางส่วนกางป้ายผ้าบนเครนในพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้า

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เข้าเทียบท่าของโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี เพื่อทำการรณรงค์ให้ยุติการก่อสร้าง โดยมีนักรณรงค์บางส่วนกางป้ายผ้าบนเครนในพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้า

ขยายภาพ

โดย กิตติคุณ กิตติอร่าม

ตอนช่วงหัวค่ำเมื่อวานเริ่มมีตำรวจมาที่ท่าเรือหลายนายพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของโรงไฟฟ้าอีกหลายคน  ครั้งนี้ผู้จัดการของโรงไฟฟ้ามาเอง มีเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้า 2-3 คนตะโกนต่อว่าลูกเรือหยาบคายต่างๆ นาๆ ตลอดเวลาอีกทั้งทำหน้าตาล้อเลียนแต่พอถูกกล้องวิดีโอถ่าย กลับเอาผ้าปิดหน้า หรือไม่ก็ยืนหลบเข้าที่มืด

 

ข้อเรียกร้องหลักของเราในการรณรงค์ครั้งนี้มีอยู่สามข้อด้วยกัน คือ 1. ให้หยุดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพีจนกว่าจะมีการวิเคราะห์ผลกระทบที่แท้จริงทั้งหมดที่จะเกิดจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้รวมทั้งความเสียหายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย 2.รัฐบาลต้องทบทวนแผนพลังงานของประเทศและเอาโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดออกจากแผนพลังงานในอนาคต 3.รัฐบาลต้องหันมาสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้นอย่างจริงจัง

 

ผู้จัดการโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีมักอ้างว่าประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงนิดเดียวเมื่อเทียบกับประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐ ออสเตรเลีย จีน หรืออินเดีย ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก และถามว่าทำไมกรีนพีซต้องมาต่อต้านการใช้ถ่านหินในประเทศไทยด้วย ทำไมไม่ไปรณรงค์ที่ประเทศเหล่านั้น แท้ที่จริงแล้วกรีนพีซรณรงค์เรื่องพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศข้างต้นด้วย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อนำปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดมารวมกันจะพบว่าเทียบได้กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศใหญ่อย่างอินเดียเลยทีเดียว  และที่สำคัญการที่ประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าหลายประเทศก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไปได้เรื่อยๆ เพราะประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นกัน

 

เราเห็นข้อผิดพลาดที่ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศได้ทำมาซึ่งมาจากการพัฒนาที่อาจทำให้ประเทศเหล่านั้นร่ำรวยทางเศรษฐกิจ แต่กลับทำให้ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกต้องมารับกรรมจากภัยพิบัติที่นับวันจะเกิดบ่อยครั้งขึ้นและทวีความรุนแรงมากขึ้น อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ  ประเทศไทยเองไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยการพัฒนาที่สกปรกและไม่ยั่งยืนของประเทศเหล่านั้น  ปัจจุบันนี้ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศได้ตระหนักถึงภัยจากถ่านหินที่เป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว และหันมาพัฒนาพลังงานหมุนเวียนแทนถ่านหิน ประเทศไทยมีทางเลือกที่จะก้าวกระโดดจากจุดนั้นไปได้โดยการหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนตั้งแต่วันนี้  โดยไม่จำเป็นต้องใช้ถ่านหินเลยซักนิด แต่น่าเสียดายที่เราไม่ทำ แต่กลับมาสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสกปรกอย่างบีแอลซีพี

 

เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อต้านการพัฒนาประเทศ  การพัฒนาประเทศเป็นสิ่งจำเป็นแต่เราต้องการให้ประเทศไทยพัฒนาไปอย่างยั่งยืน โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมซึ่งสามารถทำได้จริงโดยใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล พลังงานน้ำขนาดเล็ก ไม่ใช่ใช้พลังงานถ่านหินที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ร้ายแรงต่างๆ  ประเทศไทยเองมีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนอยู่มากแต่มีการนำมาใช้เพียงน้อยนิด

 

หลังจากที่เจรจากันนานแล้วไม่มีทีท่าว่าจะตกลงอะไรกันได้ ผู้จัดการโรงไฟฟ้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องตัดเชือกเรือเรนโบว์ วอริเออร์ที่ผูกไว้กับท่า  เมื่อเห็นว่า   โดยไม่สนว่าทำอย่างนั้นแล้วจะทำให้ลูกเรือ 3 คนที่ผูกตัวเองติดกับเชือกเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้ามาตัดขาดจะตกลงมา และทำให้ลูกเรืออีกหลายชีวิตบนเรือต้องตกอยู่ในอันตราย  พวกเราพยายามบอกผู้จัดการโรงไฟฟ้าว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของบีแอลซีพีตัดเชือกขาด เค้าจะต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของลูกเรือทั้งหมดหากเกิดอันตรายขึ้น แต่เค้าก็ไม่สนใจปล่อยให้ลูกน้องใช้เลื่อยตัดต่อไป ผู้จัดการโรงไฟฟ้ายังบอกอีกว่าพวกเรามาที่นี่ก็ทำลายทรัพย์สินของโรงไฟฟ้าและทำให้พนักงานบีแอลซีพีต้องตกอยู่ในอันตราย  tแต่พอเดฟ (ลูกเรือกรีนพีซชาวอังกฤษ) ถามไปว่าเราไปทำลายทรัพย์สินหรือทำให้พนักงานบีแอลซีพีตกอยู่ในอันตรายอย่างไร  ผู้จัดการโรงไฟฟ้าก็ตอบได้เพียงว่าเราเอาเชือกเรือไปผูกที่ท่าเรือเค้าและก็เอาป้ายไปติดที่เครนขนถ่านหิน  ซึ่งไม่ได้เป็นการทำลายทรัพย์สินอะไรหรือทำให้ใครตกอยู่ในอันตรายซักนิด  ตำรวจที่มายืนในเหตุการณ์หลายนายก็ยืนเฉยไม่ทำอะไรทั้งสิ้น ได้แต่ยืนมองปล่อยให้เจ้าหน้าที่ของบีแอลซีพีตัดเชือกเราทิ้งทั้งสามเส้น แล้วตำรวจบางนายเดินเข้าที่มืดพยายามหลบกล้องวิดีโอที่ถ่ายตลอดเหตุการณ์ บางคนเอามือปิดหน้าไม่ให้ถูกถ่ายวิดีโอ  พอเชือกขาดลูกเรือ 3 คนต้องตกน้ำ เจ้าหน้าที่บีแอลซีพีต่างตะโกนดีใจปรบมือที่ทำให้อาสาสมัครกรีนพีซ 3 คนต้องตกน้ำเป็นอันตราย   แต่โชคดีที่ลูกเรือที่ตกน้ำไปสามารถกลับขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยในที่สุด

 

ลูกเรือพยายามช่วยกันเอาเชือกไปแขวนที่จุดยึดอีกที เจ้าหน้าที่บีแอลซีพีก็ตัดออกอีก สุดท้ายลูกเรือก็เอาเชือกไปยึดไว้ที่โซ่ด้านล่างของท่าเรือทำให้เจ้าหน้าที่บีแอลซีพีเข้าไปตัดไม่ถึง ในที่สุดเรือเรนโบว์วอริเออร์กลับมาจุดเดิมอีกครั้งที่ท่าเรือขนถ่านหินของบีแอลซีพี   ซักพักใหญ่ต่อมาทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่บีแอลซีพี ก็เริ่มทยอยกลับ สุดท้ายเหลือเพียงยามรักษาความปลอดภัย 1-2 คน เหตุการณ์เมื่อคืนนี้แสดงให้เห็นว่าโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีแห่งนี้พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อจะป้องกันไม่ให้ใครมาหยุดยั้งการทำลายสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้า แม้กระทั่งการตัดเชือกของเรือทำให้ลูกเรือต้องตกน้ำถึง 3 คนก็ตาม