เรืออวนลาก

7 กันยายน 2555 สัตว์น้ำที่ยังไม่โตเต็มวัยถูกเรืออวนลากจับขึ้นมาและสร้างความเสียหายกับความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดินใต้ทะเล

สัตว์น้ำที่ยังไม่โตเต็มวัยถูกเรืออวนลากจับขึ้นมาและสร้างความเสียหายกับความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดินใต้ทะเล

ลึกลงไปใต้ท้องทะเลและมหาสมุทร ผืนป่าโบราณกำลังตกอยู่ในอันตราย นักชีววิทยาประเมินไว้ว่ายังมีสัตว์น้ำอีกกว่า 500,000 – 5,000,000 สายพันธุ์ที่ยังรอให้มนุษย์ค้นพบ ลองจินตนาการถึงป่าอันเปี่ยมไปด้วยสีสันสดใสจากการแต่งแต้มของปะการังน้ำเย็น ฟองน้ำทะเล แส้ทะเล รายล้อมด้วยฝูงปลา แมงมุมทะเล และสัตว์ทะเลประเภทกุ้งคล้ายล็อบสเตอร์ ความสวยงามของธรรมชาติที่ไม่สามารถพบได้ที่อื่นใดบนโลกเหล่านี้ได้ถูกทำลายและกำลังจะถูกทำลายอย่างต่อเนื่องโดย “เรืออวนลาก”  ซึ่งเป็นเครื่องมือจับปลาที่ทำลายล้างระบบนิเวศทางทะเลมากที่สุด

ในทะเลน้ำตื้นอย่างอ่าวไทยของเราเองก็เป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  เช่นเดียวกับในหลายพื้นที่ทั่วโลก เรืออวนลากได้รุกรานทำลายความสมบูรณ์ระบบนิเวศหน้าดิน และเป็นตัวการสำคัญในที่ทำให้ปลาจำนวนมหาศาลหายไปจากอ่าวไทย  และด้วยอำนาจทำลายล้างของเรืออวนลากที่รุนแรงมาก  ในที่สุดกรมประมงจึงประกาศไม่ให้มีการจดทะเบียนเรืออวนลากใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา แต่ในความเป็นจริงกลับมีเรืออวนลากเถื่อน จำนวนนับหมึ่นลำลักลอบจับปลาอยู่ในอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน รวมทั้งในเขตทะเลของเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ทะเลไทยเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วอย่าง ต่อเนื่องจนถึงวิกฤต 



หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เรืออวนลากจะทำลายสัตว์ทะเลน้ำลึกทุกชนิด ก่อนที่เราจะค้นพบว่าสายพันธุ์อันหลากหลายใต้ท้องทะเลที่เรายังไม่ค้นพบมีอะไรบ้าง ลองนึกถึงการขับรถไถขนาดใหญ่ผ่านบริเวณของป่าสีเขียวอันอุดมสมบูรณ์ที่ยังไม่มีใครเคยเข้าไปสำรวจ จนทำให้เหลือเพียงแต่เศษซากของทะเลทรายอันแห้งแล้ง ราวกับเป็นการระเบิดดาวอังคารก่อนที่จะมีมนุษย์คนใดได้ไปสัมผัส นั่นคือประสิทธิภาพการทำลายล้างของการทำประมงด้วยเรืออวนลาก ซึ่งจะทำลายมหาสมุทรของเราจนกระทั่งเหลือเพียงแค่ผืนทรายว่างเปล่าใต้ทะเลไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดใด


มหันภัย...เรืออวนลาก

น่าเศร้าที่อุตสาหกรรมการประมงได้พัฒนาเทคนิคการจับสัตว์น้ำในปริมาณมากด้วยเรืออวนลาก ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานการตักตวงทรัพยากรให้ได้มากที่สุดโดยไม่คำนึงถึงความยั่งยืน เรืออวนลากใช้อวนขนาดใหญ่ที่มีตาถี่ โดยมีแผ่นโลหะและยางขนาดใหญ่ที่จะเคลื่อนกวาดหน้าดินใต้ทะเลพร้อมกับอวนที่ถี่มากจนไม่สามารถมีสัตว์น้ำชนิดใดเล็ดรอดได้ สามารถจับและทำลายล้างแทบทุกสิ่งทุกอย่างขณะที่ลากอวนผ่านไป ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์น้ำทุกประเภทและทุกขนาดที่รวมถึงลูกปลาที่ยังไม่โตเต็มวัยเท่านั้น  แต่ยังเป็นการทำลายแหล่งที่อยู่ของสัตว์น้ำ ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้น้ำทุกชนิด โดยการฟื้นฟูจากความเสียหายนี้อาจจะกินเวลาถึงหลายทศวรรษหรือศตวรรษเลยทีเดียว หากยังอยู่ในสภาพที่สามารถฟื้นฟูได้

กรมประมงได้นำเรืออวนลากหน้าดินเข้ามาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติเข้ามาในไทยเมื่อปีพ.ศ. 2492  และสนับสนุนให้ชาวประมงหันมาใช้เทคโนโลยีในการจับปลามากขึ้นเพื่อที่จะสามารถจับปลาได้ในครั้งละมากๆ แต่หลังจากนั้นเพียง 10 ปีจากที่มีการใช้อวนลาก ปริมาณสัตว์น้ำและความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทยเกิดการทรุดโทรมลงไปเป็นอย่างมากเนื่องจากใช้วิธีประมงที่ทำลายทรัพยากร ประเทศไทยได้มีการจับปลาปริมาณมากจนกระทั่งเคยติดอันดับหนึ่งใน 10 ของผู้ผลิตสินค้าจากการประมงระดับโลก แต่ในปัจจุบันทะเลไทยแทบไม่เหลือปลาในจับมากนัก

การทำประมงวิธีดังกล่าวไม่ใช่เพียงเฉพาะกลุ่มสัตว์น้ำที่เป็นเป้าหมายเท่านั้น แต่เป็นการมุ่งกวาดล้างสัตว์ทุกชนิด โดยสัดส่วนของสัตว์น้ำที่จับได้ที่ต้องการมีเพียงประมาณร้อยละ 33.3 เท่านั้น ที่เหลือเป็นปลาเป็ด และปล่าอื่นๆ ที่เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อน ซึ่งหมายถึงสัตว์น้ำถูกจับอย่างไม่จำเป็นและยังเป็นการทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อน เช่น ลูกปลา ที่จะโตต่อไปในการสืบสายพันธุ์ สร้างสมดุลทางระบบนิเวศและคุณค่าทางเศรฐกิจที่ยั่งยืน  

อวนลากไม่เพียงแต่ทำลายสัตวน้ำเศรษฐกิจวัยอ่อน แหล่งที่อยู่อาศัยและระบบนิเวศใต้น้ำและชายฝั่ง แต่ยังได้ทำลายเครื่องมือประมงของชาวประมงพื้นบ้านที่วางทิ้งไว้ในทะเลเพื่อดักจับสัตว์น้ำ ซึ่งหมายถึงการสร้างความเดือดร้อนต่อวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านอย่างแสนสาหัสซึ่งเป็นกลุ่มชาวประมงส่วนใหญ่ของประเทศ


การห้ามใช้เรืออวนลากทั้งหมดเป็นหนทางสำคัญที่จะพลิกฟื้นทะเลไทย หากกรมประมงยังคงปล่อยให้เรืออวนลากเดินหน้าทำลายล้างทะเลของไทยต่อไปและยังคงมองเห็นฝูงปลาหรือทรัพยากรทางทะเลเป็นเงินทองที่ต้องกอบโกยโดยไม่คำนึงถึงความยั่งยืนของระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเลแล้ว อีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าคุณจะตอบลูกหลานอย่างไรว่าทำไมอ่าวไทยจึงไม่มีปลา และหลงเหลือแค่เพียงเศษซากของการประมง

ข้อมูลอ้างอิง:
"ทะเลไทย" โดย ภาคภูมิ วิธานติระวัฒน์ จากหนังสือ "ปลาหายไปไหน"
รายงานการประมงในประเทศไทย โดยกรีนพีซ มิถุนายน พ.ศ.2555

ข้อมูลล่าสุด

 

อยากไปเสม็ดฟรีแบบ EXCLUSIVE คลิกเลย

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | มกราคม 29, 2557

“เก็บกระเป๋า ควงแขน เที่ยวละไมไทยแลนด์ วางแพลนไปเสม็ดกัน..” เพื่อชมปัญหาที่ปตท.กำลังซุกซ่อนไว้ใต้พื้นผิวของชายหาดสีขาว และน้ำทะเลสีน้ำเงิน กันดีไหม ช่วงนี้ปตท. กำลังกระหน่ำโปรโมทกิจกรรมหลายอย่างเพื่อคืนความเชื่อมั่นสร้างกระแสการท่องเ...

กว่า 100 วันแห่งคราบน้ำตาจากคราบน้ำมันที่ยังไม่เลือนหายไป

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤศจิกายน 11, 2556 1 ความคิดเห็น

ช่วงเดือนที่ผ่านมาเราคงได้เห็นโฆษณาของปตท.  “ Better Samed: เราไปเที่ยวเสม็ดกันเถอะ”  และคำกล่าวในโฆษณาจากหลายฝ่ายทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการริมชายหาดว่า “เสม็ดดีขึ้นแล้ว ทรายขาวเหมือนเดิม น้ำใสเหมือนเดิม อาหารทะเลกินได้...

Over a month after PTTGC’s Oil spill disaster. It is NOT OVER

รายการบล็อก จาก Rattanasiri K. | กันยายน 9, 2556

Thai version Although the spilled oil disappears from sight, it doesn’t really vanish from the environment. And now PTTGC’s responsibility seems to be fading with the oil’s disappearance. It has been just over one month since...

ครบรอบ 1 เดือน หลังคราบมฤตยูสีดำ หายนะน้ำมันรั่วที่ไม่จางหายไปของปตท.

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | สิงหาคม 27, 2556 1 ความคิดเห็น

English version … น้ำมันที่หมดไปจากสายตา ไม่ได้หมายความว่าจะหมดไปจากระบบนิเวศ แต่ขณะนี้ความรับผิดชอบของบริษัท พีทีที.จีซี เหมือนกำลังจะเลือนหายไปพร้อมกับคราบน้ำมัน เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วหลังจากเหตุการณ์หายนะน้ำมันรั่วไหลลงสู่อ่า...

ทะเลเป็นของทุกคน หรือเป็นเพียงสมบัติของผู้มีอิทธิพลมุ่งตักตวง

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | สิงหาคม 14, 2556 1 ความคิดเห็น

"มึงเสือกแจ้งดีนัก" นี่คือคำที่กลุ่มชาวประมงเรือคราดหากเอ่ยขึ้นก่อนลงมือรุมทำร้ายนายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยนายปิยะเป็นแกนนำเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล...

น้ำมันดิบรั่วกลางทะเลอ่าวไทย

แกลเลอรี่ภาพ | กรกฎาคม 30, 2556

ความหวังแห่งท้องทะเลไม่มีวันสิ้นสุด

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | กรกฎาคม 4, 2556

คุณเชื่อหรือไม่ว่าทะเลที่อยู่ใกล้ชิดกับเมืองแห่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศไทยอย่างบริเวณช่วงอ่าวไทยตอนบนนั้นมีสัตว์ทะเลหายากอย่างวาฬบรูด้า โลมาลีลาวดี และโลมาหัวบาตรอาศัยอยู่ … เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาเป็นวันสุดท้ายแล...

11 - 20 ของ 58 ผล