กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขอเชิญร่วมงาน
“Unmask Our Cities: อัพเดทสถานการณ์มลพิษ PM2.5”


พร้อมเสวนาเรื่อง “ฝุ่นละออง PM2.5 แผนการจัดการมลพิษทางอากาศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย” ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ สำนักงานกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อหยิบยกประเด็นท้าทายของการจัดการมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ซึ่งจะเป็นการดำเนินการภายใต้เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) เพื่อปกป้องชีวิตทุกคนจากมลพิษทางอากาศ

 

วีดีโอถ่ายสดย้อนหลัง

ที่มาและความสำคัญ

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองกว่าร้อยละ 80 กำลังเผชิญกับคุณภาพอากาศที่มีมลพิษเกินมาตรฐานที่ WHO กำหนดไว้ และมลพิษทางอากาศที่มีอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์มากที่สุด คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5) การใช้ค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ (PM 2.5 AQI) จึงเป็นมาตรฐานที่มีความแม่นยำที่สุดในการระบุผลกระทบต่อสุขภาพและแนวทางป้องกัน ปัญหาหมอกควันพิษข้ามพรมแดนของภาคเหนือ เป็นอีกตัวอย่างของปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นพิษ PM2.5 ที่ต้องการความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ขณะนี้เมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยยังไม่เผชิญกับวิกฤตมลพิษทางอากาศ และเราสามารถรักษาคุณภาพอากาศที่ดีของเราได้ด้วยนโยบายที่เข้มแข็งมีประสิทธิภาพของภาครัฐเพื่อปกป้องชีวิตผู้คนจากมลพิษทางอากาศ 

จากการศึกษาโดย Institute for Health and Evaluation มหาวิทยาลัยวอชิงตัน พบว่ามลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยร่วมที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เนื่องจากมีส่วนประกอบของสารเคมีหลายชนิด ทั้งที่เป็นสารระคายเคืองไปจนถึงสารก่อมะเร็ง จึงเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคมะเร็งปอด และโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจส่วนล่าง ก่อให้เกิดการตายก่อนวัยอันควรในประเทศไทย ประมาณ 50,000 คนต่อปี 

ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน คือ มลพิษฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ PM 2.5 แบ่งเป็นฝุ่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดโดยตรง และจากการรวมตัวของก๊าซและมลพิษอื่นๆ ในบรรยากาศ โดยเฉพาะซัลเฟอร์ไดออกไซด์และออกไซด์ของไนโตรเจน PM 2.5 ยังเป็นมลพิษข้ามพรมแดนและปนเปื้อนอยู่ในบรรยากาศได้นาน เป็นฝุ่นอันตรายไม่ว่าจะมีองค์ประกอบใดๆ เช่น ปรอท แคดเมียม อาร์เซนิก หรือโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน(PAHs) องค์การอนามัยโลก(WHO)จึงกำหนดให้ PM 2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ในปี 2556 ดัชนีคุณภาพอากาศ จึงเป็นตัววัดระดับมลพิษทางอากาศ หากไม่มีตัววัดอย่างดัชนีคุณภาพอากาศ เราจะมองไม่เห็นและไม่รู้ว่ามลพิษทางอากาศมีมากแค่ไหน มาตรฐานในการตรวจวัดและรายงานคุณภาพอากาศของประเทศไทยที่ยังต่ำกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดนั้นจึงเป็นเรื่องอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนอย่างแท้จริง

 

ข้อมูลล่าสุด

 

5 เหตุผล ทำไมอุตสาหกรรมรถยนต์ควรเปลี่ยนแปลงเสียที

รายการบล็อก จาก Richard Casson | กันยายน 22, 2560

มหกรรมยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นจัดขึ้นที่เยอรมนี โดยมหกรรมยานยนต์ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ตนับเป็นมหกรรมที่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากทั่วโลกต่างมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เพื่อจัดแสดงยานยนต์ซึ่งถูกขัดสีฉวีวรรณมาจนเงาวับ   ...

สัญญาณที่ดี แต่ยังช้าเกินไปหากต้องรอถึง 3 ปี ที่จะจัดการมลพิษทางอากาศของประเทศไทย

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | สิงหาคม 21, 2560

ทุกลมหายใจของเราอาจกำลังถูกคุกคามด้วยมลพิษทางอากาศ หากกรมควบคุมมลพิษยังรออีก 3 ปี เพื่อจัดการกับปัญหามลพิษ PM2.5 ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยยังละเลย อากาศสะอาด คือสิทธิพื้นฐานของเราทุกคน หลังจากที่กรีนพีซ...

คู่มืออากาศสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเรา

สิ่งพิมพ์ | สิงหาคม 17, 2560 ที่ 15:09

ในปัจจุบันประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองกว่าร้อยละ 80 กำลังเผชิญกับคุณภาพอากาศที่มีมลพิษเกินมาตรฐานที่ World Health Organization (WHO) กำหนดไว้ มลพิษทางอากาศที่มีอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์มากที่สุด คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)...

1 - 3 ของ 17 ผล