แก๊งค์ปิศาจฝุ่นพิษ
เป็นแค่ฝุ่น ถ้าไม่เข้าตาจะมีใครสนใจ

บางคนบอกว่า Love is in the air แต่ที่จริงแล้ว “ฝุ่นพิษ” ต่างหากที่กำลังล่องลอยในอากาศ แต่ฝุ่นมีขนาดเล็กมากจนสายตาเปล่าของเรามองไม่เห็น ขนาดเล็กเท่าไหร่น่ะเหรอ ก็เล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ไง หรือเล็กเพียงแค่ 1 ต่อ 20 ส่วนของความกว้างของเส้นผม เล็กขนาดที่ว่าสามารถเล็ดลอดผ่านขนจมูกของเราและเข้าสู่กระแสเลือดของเรา ได้เลยล่ะ

ขณะที่ผู้คนกำลังใช้ชีวิตไปในแต่ละวัน ปิศาจฝุ่นพิษ PM2.5 นี้ ก็กำลังป่วนชีวิตเราอยู่เช่นกัน พีเอเอช ปรอท แคดเมียม และอาร์เซนิก คือ แก๊งค์ฝุ่นพิษร้ายที่ก่อกวนสุขภาพของคน

พวกเราร้ายกาจกว่าแก๊งค์ PM10 มาก เพราะ PM10 ยังติดอยู่ที่ขนจมูก แต่พวกเราเล็กกว่านั้น ขนจมูกจึงไม่เป็นอุปสรรคอะไร

ในดินแดนที่ไม่ไกลจากตัวคุณเท่าไรนัก พีเอเอช ปรอท แคดเมียม และอาร์เซนิก ได้ถือกำเนิดขึ้น ทั้งมาจากมลพิษจากคมนาคมขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่งที่ก่อให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดน และการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยเฉพาะถ่านหิน พวกเขามารวมตัวกันเป็นแก๊งค์ปิศาจฝุ่นพิษ เดินทางไปป่วนทุกที่ … แม้แต่ในบ้านหรือที่ทำงานของคุณเองก็มีปิศาจฝุ่น เพียงแค่คุณไม่เห็นมันเท่านั้นเอง!

ปิศาจจอมป่วน!

พีเอเอช ปรอท แคดเมียม และอาร์เซนิก คือสุดยอดความป่วน ถึงจะจิ๋วแต่มีพลังทำลายที่ร้ายกาจ หลังจากที่แก๊งค์ปิศาจฝุ่นพิษเดินทางออกมาจากแหล่งกำเนิดมลพิษต่าง ๆ พวกมันจะล่องลอยไปในอากาศ และหากเราหายใจเข้าไป แก๊งค์ฝุ่นนี้จะเข้าไปก่อกวนระบบทางเดินหายใจของเรา แม้ว่าบางส่วนของฝุ่นละอองขนาดใหญ่จะถูกกรองไว้ด้วยขนจมูก ทำให้ไม่สามารถเข้าไปในทางเดินหายใจส่วนลึกได้ แต่ปิศาจฝุ่นพิษ PM2.5 ใช้ขนาดเล็กของมันเข้าไปได้ แล้วทำลายระบบประสาทของเรา ซึ่งในบางครั้งยังร้ายแรงถึงขนาดทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเลยทีเดียว

พีเอเอช (PAHs-Polycyclic Aromatic Hydrocarbons)

จอมวายร้ายหัวหน้าแก๊งค์!: มีพิษร้ายกาจเป็นพิษเฉียบพลันต่ำ เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์รวมถึงจากท่อไอเสียรถยนต์ เชื้อเพลิงฟอลซิล จากโรงงานอุตสาหกรรม ไฟป่า การเผาเพื่อการเกษตร การปรุงอาหารจนไหม้เกรียม ควันบุหรี่ และยาฆ่าแมลง อาจก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อระบบต่างๆของร่างกายได้ มีความสามารถในการก่อมะเร็งในอวัยวะหลายชนิด  

ร่อนแร่พเนจร: หัวหน้าแก๊งค์ตัวนี้อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง พบได้ในที่ที่มีมลพิษเกือบทุกแห่ง แต่เหาะลอยไปไหนมาไหนได้ไกล ร่อนแร่พเนจรไปตามสายลม! แอบซ่อนตัวอยู่ตามดิน และแหล่งน้ำก็ยังได้ ไปก่อกวนระบบนิเวศ

เป็นสารก่อมะเร็ง: พีเอเอชจะไม่อยู่ตัวคนเดียว เรามักพบการปนเปื้อนของพีเอเอชในสิ่งแวดล้อมร่วมกับสารมลพิษอื่น โดยเฉพาะโลหะหนัก  สามารถรวมกับอนุภาคแขวนลอยขนาดเล็กแล้วเข้าสู่ปอดเมื่อหายใจ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด

ปรอท (Mercury)

 

เล็กแต่ร้ายกาจ: เจ้าปรอทจิ๋วผู้อ่อนไหวต่อสภาพอากาศ ระเหยเป็นไอหลบซ่อนตัวได้ง่าย เกิดในแหล่งที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างน้ำมันและถ่านหิน รังแกมนุษย์และสัตว์ทุกเพศทุกวัย รวมถึงหญิงมีครรภ์!

จอมป่วนกวนประสาท: มักพบแอบซ่อนอยู่ในอากาศ น้ำ และดิน สารปรอทที่พบอยู่ตามแหล่งน้ำหรือดินนั้นจะมักมีสาเหตุมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยของเสียออกมาทางน้ำหรืออากาศนั่นเอง

จู่โจมร่างกายทันที!: หลังจากที่เมอร์คิวรีเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ สัมผัส หรือกิน จะพุ่งตรงเข้าสู่ระบบหมุนเวียนโลหิตทันที กระจายตัวบุกต่อไปยังสมองและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ทักษะสำคัญในการจู่โจมคือความรวดเร็ว และสามารถทำลายระบบประสาทจนกระทั่งเกิดอาการเหน็บชาในบางส่วนและเกิดอาการอัมพาต และเป็นตัวการทำให้เกิดมะเร็ง รวมถึงความผิดปกติทางพันธุกรรม ชอบรังแกเด็ก โดยเฉพาะกับสมองและระบบประสาทของเด็กในช่วงเติบโต

แคดเมียม (Cadmium)

 

หนักเอาเบาไม่สู้!: แคดเมียมคือเจ้าโลหะหนักสีเงิน บ้างจะพบสุมหัวกับแก๊งค์สังกะสีและทองแดง มีความอ่อนตัว เกิดจากมลพิษของอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณการทำเหมืองแร่ สังกะสี ทองแดง และตะกั่ว การทำพลาสติก การประสานโลหะ ผลิตรถยนต์ และผลิตไฟฟ้า ไม่เน้นต่อสู้โดยตรง แต่จะจู่โจมที่ระบบทางเดินหายใจด้วยหมัดและการพุ่งชน

มาตามอากาศ: แคดเมียมโตมาในโลกของอุตสาหกรรม จึงมักพบเตร็ดเตร่ล่องลอยอยู่บริเวณการทำเหมืองหรือโรงงาน บ้างก็ไปแทรกซึมอยู่ในแหล่งน้ำ สัตว์น้ำในบริเวณนั้น ถึงแม้คุณไม่อยากจะเข้าใกล้แต่แคดเมียมก็ลอยมาหาคุณตามอากาศได้

สัมผัสพิฆาต: ท่าไม้ตายของแคดเมียมมีอนุภาพรุนแรง เพียงแค่สัมผัสก็ทำให้ผิวหนังศัตรูเกิดการระคายเคือง แคดเมียมเจ้าเล่ห์ที่อยู่ในแหล่งน้ำและอาหารจะเข้าสู่ร่างกายทางการกลืนกินและทำให้อาเจียน อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ระบบทางเดินอาหารอักเสบ และยิ่งหากหายใจเอาแคดเมียมเข้าไปจะเกิดพิษและปริมาณสะสมที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้ ในระยะยาวการมีแคดเมียมสะสมในกระดูก ทำให้กระดูกเปราะ หักง่าย และเกิดโรคไตเสื่อมโรคที่เกิดจากพิษของแคดเมียมเรียกว่า โรคอิไต-อิไต

อาร์เซนิก (สารหนู - Arsenic)

 

ปิศาจตัวจี๊ด: อาร์เซนิกหรือสารหนู เป็นหนึ่งในปิศาจสารโลหะหนักตัวจี๊ดที่อันตรายที่สุด ผิวกายเป็นจุดด่างเนื่องจากเป็นโรคผิวหนัง ใครเข้าใกล้อาจมึนตึ๊บ ตัวชา เพราะเจ้าปิศาจตัวจิ๊ดนี้สามารถแทรกไปในระบบประสาทแบบไม่ทันตั้งตัว

ไหลลื่นไปทุกที่: อาร์เซนิกเกิดมาจากฝีมือของมนุษย์ล้วน ๆ ที่ใช้อาร์เซนิกในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การทำเหมือง ทำแก้ว ทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยาฆ่าแมลง อาร์เซนิกเดิมทีอยู่ในสารประกอบของหินและแร่ แต่เมื่อกลายเป็นฝุ่นละอองจะสามารถกระจายลงสู่ดิน น้ำ และระบบนิเวศ

เล่นสกปรก!: อาร์เซนิกตัวร้ายหากจู่โจมมนุษย์แบบเบา ๆ ก็จะทำให้คลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำลายเส้นเลือด และรู้สึกชา แต่อย่าประมาทไป หากจู่โจมด้วยค่าระดับต่ำแต่นานจะทำให้ผิวดำและมีตุ่มขึ้นที่ผิวหนัง ทว่าหากอนุภาพสูงไม่ว่าจะด้วยการกินหรือหายใจจะทำให้ระคายเคืองต่อปอดและถึงตายได้ 

PM 2.5 ฝุ่นพิษที่เป็นภัยคุกคามสุขภาพของคนไทย

กรีนพีซเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษใช้ค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ (PM 2.5 AQI)เพื่อความแม่นยำในการระบุผลกระทบต่อสุขภาพและแนวทางป้องกัน

ร่วมลงชื่อเพื่อปกป้องสุขภาพของเราจากมลพิษทางอากาศ คลิกที่นี่