วิทยาศาสตร์ของภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในปัจจุบัน โลกของเราร้อนกว่าที่เคยเป็นมาใน 2 พันปีที่ผ่านมา หากสภาพนี้ยังเกิดขึ้นต่อไป เมื่อทศวรรษนี้สิ้นสุดลง อุณหภูมิของโลกมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงกว่าที่เคยเป็นมาใน 2 ล้านปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเมื่อศตวรรษที่ 20 สิ้นสุดลง สภาพอากาศอาจจะไม่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก แต่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็คือความร้อนนั้นเกิดขึ้นทั่วโลก และไม่สามารถอธิบายได้ด้วยกลไกทางธรรมชาติที่ใช้อธิบายความร้อนในช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในวงกว้างเห็นร่วมกันว่ามนุษยชาติมีส่วนอย่างมากในการทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้ และทางเลือกที่เราเลือกกระทำในวันนี้จะเป็นตัวกำหนดสภาพภูมิอากาศในอนาคต

เราทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างไร

เป็นเวลามากกว่า 1 ทศวรรษแล้วที่ผู้คนพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และ ก๊าซธรรมชาติ เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงาน การเผาไหม้เชื้อเพลิงปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนออกสู่บรรยากาศ ก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ที่สร้างผลกระทบมากกว่า ก็เป็นสาเหตุเช่นกัน รวมถึงการทำลายป่าอย่างมหาศาล

"ปัจจุบัน ความเข้าใจข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของภาวะโลกร้อนนั้นแจ่มชัดเพียงพอแล้วที่จะเป็นเหตุผลสำหรับประเทศต่างๆ ให้ลงมือปฏิบัติทันที"

- คำแถลงการณ์ร่วมของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 11 แห่ง ที่แถลงต่อผู้นำของโลก (อ่านฉบับเต็ม)

ความจริงที่เรารู้

แม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความแตกต่างเรื่องเวลา ขอบเขต และ ภูมิภาค ของภาวะโลกร้อน แต่มีการยอมรับร่วมกันเรื่องข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญๆ ดังต่อไปนี้

• ก๊าซต่างๆ เช่น คาร์บอนไดออกไซต์ในบรรยากาศนั้น ก่อให้เกิด "ปรากฏการณ์เรือนกระจก" ซึ่งกักเก็บความร้อนเอาไว้และรักษาโลกให้อบอุ่นพอที่จะหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิต ดังทีเราทราบกันดี

• การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล (ถ่านหิน น้ำมัน ฯลฯ) ปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ออกสู่บรรยากาศเพิ่มขึ้นอีก แม้ว่าคาร์บอนออกไซต์จะไม่ใช่ตัวการสร้างผลกระทบมากที่สุด แต่ก็เป็นก๊าซมนุษย์เป็นผู้ก่อให้เกิดมากที่สุด เนื่องถูกปล่อยออกมาปริมาณมาก

• ปัจจุบันความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซต์ในบรรยากาศอยู่ในระดับสูงที่สุดใน 150,000 ปี

• คาดว่าทศวรรษ 1990 เป็นทศวรรษที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ และ ค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) เป็นปีที่ร้อนที่สุด

นอกจากนี้ยังได้ยอมรับร่วมกันอย่างกว้างขวางในสิ่งต่อไปนี้

• ความร้อนที่เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง นั่นคือ ราว 1.3 องศาเซลเซียส (2.3 องศาฟาเรนไฮท์) เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม อาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อพิจารณาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจนถึงปัจจุบัน การจำกัดความร้อนให้อยู่ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส (3.6 ฟาเรนไฮท์) นั้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

• ถ้าไม่สามารถควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ภาวะโลกร้อนใน 100 ปี ข้างหน้าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมาตั้งแต่กำเนิดอารยธรรมมนุษย์

• เป็นไปได้สูงมากที่กลไกการตอบโต้ของสภาพภูมิอากาศจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแบบทันทีและไม่สามารถกลับคืนเหมือนเดิม ไม่มีใครรู้ว่าภาวะโลกร้อนจะต้องรุนแรงมากขึ้นเพียงใดจึงจะจุดชนวนให้เกิด "สถานการณ์วันสิ้นโลก"

ลิงก์

ควรคุยกับผู้แคลงใจเรื่องโลกร้อนอย่างไร

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC)

รายงานการประเมินฉบับที่ 3 ของ IPCC

เครือข่ายการรณรงค์เพื่อยุติโลกร้อน (Climate Action Network; CAN) - "การป้องกันภาวะโลกร้อนที่อันตราย" - รายงานแสดงจุดยืน (ไฟล์ PDF)

นัยยะสำคัญของรายงานการประเมินฉบับที่ 3 ของ IPCC - บทสรุปของกรีนพีซ

หน้าพิเศษเรื่องภาวะโลกร้อนของนิตยสาร New Scientist

หน้าพิเศษเรื่องภาวะโลกร้อนของนิตยสาร National Geographic

ปรากฏการณ์โลกร้อน จากวิกิพีเดีย

ข้อมูลล่าสุด

 

นักกิจกรรมกรีนพีซ ถือป้ายผ้าที่มีข้อความว่า

ภาพ | มิถุนายน 3, 2553 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซ ถือป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “หยุดอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม” และ “ป่าไม้เพื่อสภาพภูมิอากาศ” หลังจากยื่นจดหมายให้แก่นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในพื้นที่ขยายถนน กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐมนตรียุติการขยายถนนธนะรัชต์...

นักกิจกรรมกรีนพีซ ถือป้ายผ้าที่มีข้อความว่า

ภาพ | มิถุนายน 3, 2553 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซ ถือป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “ป่าไม้เพื่อสภาพภูมิอากาศ” หลังจากยื่นจดหมายให้แก่นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในพื้นที่ขยายถนน กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐมนตรียุติการขยายถนนธนะรัชต์ ซึ่งเป็นเส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่...

นักกิจกรรมกรีนพีซ 15 คน ยื่นจดหมายให้แก่นายโสภณ

ภาพ | มิถุนายน 3, 2553 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซ 15 คน ยื่นจดหมายให้แก่นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และชูป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “หยุดอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม” และ “ป่าไม้เพื่อสภาพภูมิอากาศ” ในขณะที่รัฐมนตรีลงพื้นที่สำรวจการก่อสร้างถนน กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐมนตรียุติก...

กระดานคะแนนผู้นำบริษัทไอทีสุดเจ๋ง เผยความแตกแยกมากขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างคำพูดและการกระทำ...

เรื่องราว | พฤษภาคม 6, 2553 ที่ 5:00

การจัดอันดับด้านสภาพภูมิอากาศของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ฉบับใหม่ล่าสุดของเราเปิดเผยว่า บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกไม่กี่แห่งกำลังเป็นผู้นำอย่างไร พวกเขากำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของวิธีแก้ปัญหาทางไอที ในการช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงาน...

หลักฐานใหม่ถอดด้าม ที่แสดงให้เห็นว่าซีนาร์

ภาพ | เมษายน 28, 2553 ที่ 5:00

หลักฐานใหม่ถอดด้าม ที่แสดงให้เห็นว่าซีนาร์ มาสยังคงเดินหน้าทำลายป่าฝนอินโดนีเซีย แม้จะให้คำสัญญาว่าจะหยุดการกระทำนั้นแล้ว

ซีนาร์ มาส ยักษ์ใหญ่น้ำมันปาล์มอินโดนีเซีย ยังคงทำผิดสัญญาด้านความยั่งยืน

เรื่องราว | เมษายน 27, 2553 ที่ 5:00

วันนี้ ในขณะที่ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมการประชุมทั่วไปประจำปี ของบริษัท Golden Agri Resources (GAR) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันปาล์มในเครือบริษัทซีนาร์ มาส กรีนพีซได้เปิดเผยหลักฐานใหม่ถอดด้าม ที่แสดงให้เห็นว่าซีนาร์ มาสยังคงเดินหน้าทำลายป่าฝนอินโดนีเซีย...

ตอกย้ำความเชื่อมโยง ไอแพด อินเตอร์เน็ต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เรื่องราว | มีนาคม 31, 2553 ที่ 5:00

ในวันก่อนวันเปิดตัวของไอแพด รายงานชิ้นล่าสุดของเราเตือนว่าการเติบโตของการประมวลผลทางอินเตอร์เน็ตอาจตามมาด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กระโดดขึ้นสูงมาก เราติดตามกระแสข้อมูลกลับไปสู่ศูนย์ข้อมูล ที่เล่าเรื่องราวที่ส่งสัญญาณเตือนว่า การเฟื่องฟูของอินเต...

Make IT Green: Cloud computing and its contribution to climate change

สิ่งพิมพ์ | มีนาคม 30, 2553 ที่ 5:00

It is clear that as the energy demand of the internet grows, the supply of renewable energy must also keep pace. Additionally, because of the unique opportunities provided to the ICT sector in a carbon-constrained world, the industry as a whole...

"ให้ฉันคิดจะพักบ้างเถิด" ในปัจจุบัน เนสท์เล่ซื้อน้ำมันปาล์มจากบริษัทที่ทำลายถิ่นที่อยู...

ภาพ | มีนาคม 18, 2553 ที่ 6:00

"ให้ฉันคิดจะพักบ้างเถิด" ในปัจจุบัน เนสท์เล่ซื้อน้ำมันปาล์มจากบริษัทที่ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของอุรังอุตัง

เนสท์เล่ต้องให้ป่าฝนหยุดพัก

เรื่องราว | มีนาคม 18, 2553 ที่ 6:00

รายงานล่าสุดของกรีนพีซระบุเนสท์เล่ใช้น้ำมันปาล์มจากการทำลายป่าฝนเขตร้อน และป่าพรุในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์อย่างคิทแคท (Kit Kat) ซึ่งเป็นสาเหตุของการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อาจส่งผลให้อุรังอุตังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และ...

81 - 90 ของ 1109 ผล