งานวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ

เป็นที่ทราบกันในกลางทศวรรษที่ 18 ว่าก๊าซบางชนิดในชั้นบรรยากาศของโลก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์นั้น กักเก็บความร้อนและรักษาความอบอุ่นของโลกเอาไว้ ในต้นศตวรรษที่ 20 นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนชื่อ Svante Arrhenius ผลักดันแนวคิดที่ว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์จากฝีมือมนุษย์จะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นในที่สุด เขาไม่เห็นว่านั่นเป็นเรื่องเลวร้าย และนักวิทยาศาสตร์ส่วนมากลังเลว่ามนุษย์สามารถเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้เร็วพอที่จะสร้างผลกระทบที่สังเกตเห็นได้จริงๆ หรือ

ถึงแม้ความคิดที่ว่ามนุษยชาติอาจทำให้อุณหภูมิทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นได้ถูกนำเสนอเมื่อมากกว่า 1 ทศวรรษมาแล้ว แต่ไม่นานมานี้เองที่นักวิทยาศาสตร์สามารถยืนยันสิ่งนี้ได้อย่างมั่นใจ ข้อมูลดิบถูกรวบรวมจากทั่วโลก เทคโนโลยีได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยให้เราวิเคราะห์ข้อมูลดิบเหล่านั้นได้ และต้องใช้ความก้าวหน้าขั้นพื้นฐานของวิชาฟิสิกส์และสาขาวิชาอื่นๆ ก่อนที่เราจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ สิ่งที่เรารู้ตอนนี้เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศต้องยกความดีให้นักวิจัยที่ทุ่มเทมาหลายต่อหลายรุ่น

นอกจากนี้ ในปัจจุบันเรายังสามารถเฝ้าสังเกตภาวะโลกร้อนที่มีสาเหตุจากมนุษย์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเราได้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ปริมาณสูงขึ้นมากเข้าสู่ระบบภูมิอากาศในทศวรรษที่ผ่านมา จนทำให้ปัจจุบันสามารถมองเห็นผลกระทบของภาวะโลกร้อนได้อย่างชัดเจน โดยส่งผลกระทบต่อประชาชนและระบบนิเวศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ โรงงาน และ โรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นล้วนเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรวดเร็วกว่าที่จะเป็นไปได้ในอดีต และกำลังทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดมากขึ้น

การวัดอุณหภูมิของโลก

เพื่อให้เห็นภาพว่าโลกร้อนมากเพียงใด จะต้องมีมาตราวัดจากทั่วโลก เพราะโลกทั้งใบไม่ได้ร้อนขึ้นในอัตราเดียวกัน อันที่จริงแล้ว บางส่วนของโลกอาจเย็นลงด้วยซ้ำในขณะที่โลกโดยรวมกำลังร้อนขึ้น นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องอ่านค่าอุณหภูมิจากทั่วโลกในชั่วระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้เห็นภาพในระยะยาวที่ถูกต้อง นักวิจัยต้องเดินทางไปยังสุดมุมโลก จึงค้นพบวิธีที่จะ "ย้อนเวลากลับไป" เพื่อทำให้ความเป็นมาของอุณหภูมิทั่วโลกปรากฏชัดขึ้นมา

แหล่งที่มาของข้อมูลอุณหภูมิในอดีตบางแหล่ง ได้แก่

• บันทึกทางประวัติศาสตร์ เช่น บันทึกเหตุการณ์ของเรือ บันทึกประจำวันของชาวไร่ชาวนา และ บทความหนังสือพิมพ์ เมื่อประเมินอย่างรอบคอบแล้ว สิ่งเหล่านี้สามารถให้ข้อมูลที่มีคุณค่าทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

• บันทึกส่วนตัวและความเป็นมาจากการบอกเล่า เป็นข้อมูลอันมีประโยชน์ทั้งจากคนรุ่นเก่าและชนพื้นเมือง ผู้ซึ่งต้องพึ่งพาธรรมชาติในการอยู่รอดเสมอ ดังนั้นจึงเป็นผู้เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของทศวรรษที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

• การวัดค่าโดยตรง (เช่น ใช้เทอร์โมมิเตอร์) วิธีนี้เกิดขึ้นเมื่อเพียง 300 ปีที่แล้ว และใช้กันน้อยจนเมื่อ 150 ปีที่แล้ว นอกจากนี้ชนิดของเทอร์โมมิเตอร์ที่แตกต่างกันและความผันแปรอื่นๆ ต้องถูกนำมาพิจารณา

• ข้อมูลที่รวบรวมโดยบอลลูนและดาวเทียม มีประโยชน์มาก แต่เพิ่งมีขึ้นในพ.ศ. 2522

• ความหนาของวงปีต้นไม้ ความกว้างและความหนาแน่นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพการเจริญเติบโต

• ตะกอนนอนก้นทะเลและทะเลสาบ ตะกอนหลายพันล้านตันทับถมเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ซากฟอสซิลขนาดเล็กและสารเคมีที่ถูกกักเก็บไว้เป็นชั้นๆ ในรูปของตะกอนสามารถใช้ในการทำนายสภาพภูมิอากาศในอดีตได้

• โครงปะการัง อุณหภูมิของน้ำที่ปะการังเจริญเติบโตสามารถวัดได้จากชิ้นส่วนโลหะ ออกซิเจน และ ไอโซโทปของออกซิเจนในโครงปะการัง

• ละอองฟอสซิล ต้นไม้แต่ละต้นมีละอองเกสรรูปร่างที่ต่างกัน เมื่อรู้ว่าต้นไม้ชนิดใดในซากฟอสซิลเจริญเติบโตในช่วงเวลาหนึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สรุปได้ว่าสภาพภูมิอากาศในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างไร

• แกนน้ำแข็ง เมื่อผ่านไปหลายทศวรรษหิมะที่ตกบนภูเขาสูงและและน้ำแข็งที่ปกคลุมขั้วโลกนั้นอัดรวมกันและกลายเป็นน้ำแข็งอัดแน่น ฝุ่นและฟองอากาศที่ถูกกักเก็บในน้ำแข็งนี้ให้ข้อมูลทางสภาพภูมิอากาศที่มีค่า ตัวอย่างเช่น อากาศที่ถูกกักเก็บไว้ในก้อนน้ำแข็งนี้ทำหน้าที่เป็นบันทึกของความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซต์ในระยะหนึ่งพันปี

• การสังเกตการละลายของน้ำแข็ง อัตราของการลดลงของธารน้ำแข็ง อากาศที่อุ่นขึ้นจนทำให้ดินเยือกแข็งละลาย น้ำแข็งที่ปกคลุมขั้วโลกที่หดหาย และ น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกที่ลดน้อยลง เป็นตัวบ่งชี้ของภาวะโลกร้อนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

สิ่งสำคัญ คือ ไม่ควรพิจารณาแหล่งข้อมูลดิบอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่พิจารณาร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดภาพทางวิทยาศาสตร์ของโลกที่กำลังร้อนขึ้นที่น่าเชื่อถือ ซึ่งภาพนี้ตรงกับข้อมูลก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น

การคาดการณ์อนาคตของสภาพภูมิอากาศ

แบบจำลองของสภาพภูมิอากาศทั่วโลกเป็นตัวแทนทางคณิตศาสตร์ของสภาพภูมิอากาศของโลก แบบจำลองบางตัวเป็นความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ที่จะหล่อหลอมสภาพการณ์ของภูมิอากาศให้กลายเป็น (นี่เป็นการเปรียบเทียบ) สูตรง่ายๆ เพื่อพยายามเข้าใจพลังที่ขับเคลื่อนสภาพอากาศ อย่างไรก็ตามเมื่อผู้คนพูดเกี่ยวกับการทำนายเฉพาะด้านของสภาพการณ์ภูมิอากาศในระยะยาว พวกเขามักหมายถึงแบบจำลองภูมิอากาศโลก (General Circulation Models) โดยสมการในแบบจำลองเหล่านี้ถูกผันแปรไปมา (อย่างมีเหตุผล) จนสามารถคาดการณ์สภาพในอดีตและปัจจุบันได้อย่างถูกต้องมากที่สุดเมื่อนำไปทดสอบควบคู่กับการสังเกตภาคสนามของสภาพในอดีตและปัจจุบัน

เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ตัวแปรสุดท้ายทุกตัว และเนื่องจากแบบจำลองภูมิอากาศโลกจะไม่มีวันตรงกับค่าในความเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ นักวิทยาศาตร์จึงได้ทดแทนโดยการดำเนินการทดสอบแบบจำลองแต่ละตัวซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์เริ่มต้นเพียงน้อยนิด (เช่น การเพิ่มความเร็วลมเหนือเมืองดีทรอยท์เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น) และปัจจัยอื่นๆ วิธีนี้สามารถทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ต่างๆ หากผลลัพธ์ใดเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าอีกผลลัพธ์ แสดงว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นบ่อยเป็นผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มว่าถูกต้องมากกว่า 

ในท้ายที่สุด แบบจำลองแต่ละตัวเป็นตัวคาดการณ์ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้จำนวนหนึ่ง ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ที่พิจารณาแบบจำลองทั้งหมด ได้ยอมรับการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิทั่วโลกที่ 1.4-5.8 องศาเซลเซียส (ประมาณ 3-8 องศาฟาเรนไฮท์) ไม่มีใครสามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่าอุณหภูมิในอีกหลายร้อยปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ แต่สัญญาณเตือนจาก 2-3 ผลลัพธ์ของแบบจำลองทำให้เชื่อถือได้ว่าอุณหภูมิจะอยู่ในขอบข่ายนี้

สัญญาณเตือนต่างๆ

สิ่งหนึ่งที่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศไม่สามารถคาดการณ์ได้ ก็คือ ผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากกลไกการโต้กลับ ซึ่งกลไกนี้อาจช่วยทำให้สภาพภูมิอากาศคงที่ หรือ อาจทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างมากในวิธีที่ไม่สามารถทำนายได้ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ไร้ความรับผิดชอบถ้าไม่ใส่ใจกับแบบจำลองสภาพภูมิอากาศและได้แต่หวังว่าเรื่องที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นเพียงเพราะีมีความไม่แน่นอนต่างๆ เหล่านี้

อีกสิ่งหนึ่งที่แบบจำลองเหล่านี้ไม่สามารถทำนายได้ก็คือ พฤติกรรมและความฉลาดเฉลียวของมนุษย์ เราสามารถเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ จนท้ายที่สุดทำให้โลกร้อนขึ้น และจากนั้นทำให้เกิดสภาพการณ์ที่เลวร้ายรุนแรงที่สุด หรือเราจะหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วกว่าที่จะคิดว่าเป็นไปได้ ซึ่งจะทำให้แนวโน้มของระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้นไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป

หน่วยงานบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ - ข้อมูลดิบที่บ่งถึงสภาพภูมิอากาศ

สถาบันฟิสิกส์อเมริกัน - ความเป็นมาของการวิจัยสภาพภูมิอากาศ

ClimatePrediction.Net - โครงการสร้างแบบจำลองสภาพภูมิอากาศด้วยคอมพิวเตอร์ที่นำออกเผยแพร่ (เชิญร่วมกับกรีนพีซในโครงการนี้)

ข้อมูลล่าสุด

 

ซีนาร์ มาส ยักษ์ใหญ่น้ำมันปาล์มอินโดนีเซีย ยังคงทำผิดสัญญาด้านความยั่งยืน

เรื่องราว | เมษายน 27, 2553 ที่ 5:00

วันนี้ ในขณะที่ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมการประชุมทั่วไปประจำปี ของบริษัท Golden Agri Resources (GAR) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันปาล์มในเครือบริษัทซีนาร์ มาส กรีนพีซได้เปิดเผยหลักฐานใหม่ถอดด้าม ที่แสดงให้เห็นว่าซีนาร์ มาสยังคงเดินหน้าทำลายป่าฝนอินโดนีเซีย...

ตอกย้ำความเชื่อมโยง ไอแพด อินเตอร์เน็ต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เรื่องราว | มีนาคม 31, 2553 ที่ 5:00

ในวันก่อนวันเปิดตัวของไอแพด รายงานชิ้นล่าสุดของเราเตือนว่าการเติบโตของการประมวลผลทางอินเตอร์เน็ตอาจตามมาด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กระโดดขึ้นสูงมาก เราติดตามกระแสข้อมูลกลับไปสู่ศูนย์ข้อมูล ที่เล่าเรื่องราวที่ส่งสัญญาณเตือนว่า การเฟื่องฟูของอินเต...

Make IT Green: Cloud computing and its contribution to climate change

สิ่งพิมพ์ | มีนาคม 30, 2553 ที่ 5:00

It is clear that as the energy demand of the internet grows, the supply of renewable energy must also keep pace. Additionally, because of the unique opportunities provided to the ICT sector in a carbon-constrained world, the industry as a whole...

"ให้ฉันคิดจะพักบ้างเถิด" ในปัจจุบัน เนสท์เล่ซื้อน้ำมันปาล์มจากบริษัทที่ทำลายถิ่นที่อยู...

ภาพ | มีนาคม 18, 2553 ที่ 6:00

"ให้ฉันคิดจะพักบ้างเถิด" ในปัจจุบัน เนสท์เล่ซื้อน้ำมันปาล์มจากบริษัทที่ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของอุรังอุตัง

เนสท์เล่ต้องให้ป่าฝนหยุดพัก

เรื่องราว | มีนาคม 18, 2553 ที่ 6:00

รายงานล่าสุดของกรีนพีซระบุเนสท์เล่ใช้น้ำมันปาล์มจากการทำลายป่าฝนเขตร้อน และป่าพรุในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์อย่างคิทแคท (Kit Kat) ซึ่งเป็นสาเหตุของการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อาจส่งผลให้อุรังอุตังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และ...

วอน เฮอร์นันเดซแห่งกรีนพีซ ชาวฟิลิปปินส์หนึ่งใน 20 อันดับต้นที่ได้รับความเชื่อมั่นที่สุด

เรื่องราว | มีนาคม 12, 2553 ที่ 6:00

ผลสำรวจความคิดเห็นที่เพิ่งได้รับการเผยแพร่โดยนิตยสารรีดเดอร์ ไดเจสในสัปดาห์นี้ระบุว่า วอน เฮอร์นันเดซ ผู้อำนวยการบริหารของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นชาวฟิลิปปินส์ที่ได้รับความเชื่อมั่นที่สุดคนหนึ่งใน 20 อันดับต้น การสำรวจทั่วประเทศนี้มีชื่...

กรีนพีซท้วงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับล่าสุดที่เสนอให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ภาพ | มีนาคม 4, 2553 ที่ 6:00

กรีนพีซท้วงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับล่าสุดที่เสนอให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 5โรง ว่า “มีราคาแพง และเสี่ยงต่อชีวิต” พร้อมเรียกร้องให้ปิดสำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์โดยด่วน กรีนพีซร่วมกับชุมชนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีแสดงข้อเรียกร้...

ตัวแทนชุมชนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เป็นพื้นที่เป้าหมายในการก่อ...

ภาพ | มีนาคม 4, 2553 ที่ 6:00

ตัวแทนชุมชนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เป็นพื้นที่เป้าหมายในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ กำลังอ่านปฏิทิน “365 เหตุผลที่ไม่ควรจำนนต่อพลังงานนิวเคลียร์” ซึ่งกรีนพีซได้รวบรวมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละวันจากความผิดพลาดของอุตสาหก...

นักกิจกรรมกรีนพีซ 20 คนร่วมรณรงค์ปัญหามลพิษทางน้ำในประเทศ

ภาพ | กุมภาพันธ์ 18, 2553 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซ 20 คนร่วมรณรงค์ปัญหามลพิษทางน้ำในประเทศ โดยแขวนป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “อุตสาหกรรมต้องเปิดเผย มลพิษไม่ใช่ความลับ” บนอาคารสำนักงานกรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมจี้ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเร่งแก้ปัญหาสารพิษในแหล่งน้ำโดยเริ่มต้นจากแม่น้ำเจ้...

คุณประพัฒน์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ภาพ | กุมภาพันธ์ 18, 2553 ที่ 6:00

คุณประพัฒน์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม รับข้อเรียกร้องของกรีนพีซ หลังนักกิจกรรมกรีนพีซ 20 คนร่วมรณรงค์ปัญหามลพิษทางน้ำในประเทศ โดยแขวนป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “อุตสาหกรรมต้องเปิดเผย มลพิษไม่ใช่ความลับ” บนอาคารสำนักงานกรมโรงงานอุตสาหกรรม...

71 - 80 ของ 1100 ผล