การทำลายป่า

การทำลายป่าและการเสื่อมสภาพของป่าเป็นทั้งสาเหตุของและผลกระทบของภาวะโลกร้อน ต้นไม้ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และใช้มันเพื่อเจริญเติบโต แต่เมื่อต้นไม้เหี่ยวตายไปหรือถูกเผา คาร์บอนไดออกไซด์ก็ถูกปล่อยออกมาอีกครั้ง นอกจากนี้ต้นไม้ที่กำลังย่อยสลายยังผลิตก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีผลกระทบรุนแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์

ด้วยเหตุนี้การทำลายป่าและการเสื่อมสภาพของป่าจึงทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเพราะก๊าซเรือนกระจกชนิดต่างๆ ถูกปล่อยออกมา (เช่น จากไฟป่า หรือการใช้ต้นไม้ที่ถูกตัดเป็นฟืน) พร้อมๆ กับที่จำนวนต้นไม้ที่เป็นตัวดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ลดลง คาร์บอนไดออกไซด์ 30% ที่เพิ่มขึ้นในบรรยากาศใน 150 ปีที่ผ่านมาคาดว่ามาจากการทำลายป่า แต่นี่ยังเป็นปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ยังถูกกักเก็บไว้ในป่า ป่าสนแถบหนาวในแคนาดาและรัสเซียเพียง 2 ประเทศเป็นตัวกักเก็บก๊าซคาร์บอนถึง 40% ของโลก

ภาวะโลกร้อนทำร้ายป่าอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงของระดับอุณหภูมิและปริมาณฝนอาจเป็นอันตรายต่อป่าได้ ความแห้งแล้งและไฟป่าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากภาวะโลกร้อน ไฟป่าอาจเป็นปรากฏการณ์ปกติในป่า โดยทำลายพุ่มไม้ที่หนาทึบ และเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตของพืชบางสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ป่าที่ถูกกิจกรรมมนุษย์และความแห้งแล้งคุกคามมากเกินไปทำให้ไฟป่าเผาผลาญทำลายได้มากขึ้น มีตัวบ่งชี้แล้วว่าป่าฝนอะเมซอนกำลังแห้งตาย ซึ่งอาจนำไปสู่ไฟป่าและการเปลี่ยนสภาพเป็นทะเลทราย ซึ่งจะมีผลโต้กลับที่อันตราย

นอกจากนี้แมลงสายพันธุ์ที่เข้ารุกรานอาจทำร้ายสภาพป่าด้วย แมลงมีบทบาทต่อระบบนิเวศของป่าสนแถบหนาว โดยย่อยสลายสิ่งปฏิกูลบนพื้นดิน เป็นอาหารของนกและสัตว์เล็ก และกำจัดต้นไม้ที่เป็นโรค แต่แมลงมีแนวโน้มที่จะโจมตีป่าบ่อยขึ้นและถี่ขึ้นเนื่องจากป่าที่เจริญเติบโตจนอยู่ตัวแล้วต้องพ่ายแพ้ต่อสภาพกดดันของป่าที่ร้อนและแห้งขึ้น สภาพอากาศที่เย็นลงช่วยควบคุมจำนวนแมลงสายพันธุ์รุกรานเอาไว้ แต่ในขณะที่ทวีปอาร์กติกร้อนขึ้น ได้ทำให้แมลงต่างถิ่นบางสายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้น

การปลูกป่าและการป่าไม้แบบยั่งยืน

สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ คือ การจัดการป่าไม้แบบยั่งยืนอย่างเหมาะสมไม่ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการปลูกต้นไม้ใหม่แทนต้นไม้ทุกๆ 1 ต้นที่ถูกตัดไป ในทางตรงกันข้าม การถางป่าและการแปรสภาพป่าให้เป็นเมืองนั้น มีผลกระทบในด้านลบสูงมาก เนื่องจากผืนป่าได้ถูกทำลายและแทนที่ด้วยพื้นปูนและอาคารที่ดูดความร้อน

เห็นได้ชัดเจนว่าการปลูกป่า การตัดไม้แบบยั่งยืน และ การปกป้องป่าโบราณ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อไม่ให้ภาวะโลกร้อนเพิ่มเร็วขึ้นไปอีก ตราบที่ผืนป่าเหล่านี้จะไม่ถูกทำลายในภายหลัง (โดยการตัดไม้ ไฟป่า ฯลฯ)

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโลกร้อนที่รุนแรงอันมีสาเหตุจากมนุษย์ เราจำเป็นต้องจัดการกับสาเหตุหลัก นั่นคือ การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรม ออกสู่บรรยากาศ

ช่วยปกป้องผืนป่าโบราณโดยการซื้อไม้ที่ได้รับการรับรองจากสภาพิทักษ์ป่าไม้ (Forest Stewardship Council; FSC) และผลิตภัณฑ์ที่นำวัสดุหลังการบริโภคกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะทำให้เรารักษาถิ่นที่อยู่อาศัยที่สำคัญต่อสัตว์ป่าและพรรณพืช และช่วยปกป้องภูมิอากาศในเวลาเดียวกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม

ป่าอะเมซอนถูกคุกคาม

หลุมพรางของพิธีสารเกียวโต

คู่มือจับจ่ายเครื่องใช้ประเภทไม้ของกรีนพีซ (Flash มีเสียง)

คู่มือจับจ่ายผลิตภัณฑ์กระดาษของกรีนพีซ

ข้อมูลล่าสุด

 

ถิ่นที่อยู่ของอุรังอุตังอันเกี่ยวพันกับชีวิตผู้คน: สาเหตุที่เราต้องสู้เพื่อปกป้องผืนป่...

รายการบล็อก จาก Ratri Kusumohartono | มิถุนายน 18, 2561

กลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์ (International Animal Rescue: IAR) เข้าช่วยเหลืออุรังอุตังในกาลิมันตันฝั่งตะวันตก © Heribertus Suciadi / กลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์ / กรีนพีซ แสงแดดร้อนระอุแผดเผาผิวของเราขณะที่พวกเรากำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เกตาปัง...

“Andaman Goes Green” พลังงานหมุนเวียน 100%

แกลเลอรี่ภาพ | มิถุนายน 14, 2561

การจ้างงานพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย

สิ่งพิมพ์ | มิถุนายน 12, 2561 ที่ 11:00

การเปรียบเทียบการจ้างงานโดยตรงของพลังงานหมุนเวียนแต่ละประเภทจะพิจารณา อัตราการจ้างงานโดยตรงคิดเป็นตำแหน่งงานต่อการผลิตไฟฟ้าหนึ่งล้านหน่วย (หรือ 1 GWh)

“ควน ป่า นา เล ควรหวงแหน” ปกป้องตือโละปาตานี

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤษภาคม 22, 2561

พลังของประชาชนที่ร่วมกันลุกขึ้นคัดค้านการคุกคามของโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย คือพลังสำคัญที่สุดที่ทำให้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่โครงการต่าง ๆ ที่เทพา จังหวัดสงขลา และจังหวัดกระบี่ ไม่สามารถดำเนินการได้ และนี่คืออีกครั้งที่ชุมชนออกมา...

ตือโละปาตานี วิถีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สิ่งพิมพ์ | พฤษภาคม 21, 2561 ที่ 12:01

ตือโละปาตานีมีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตอาหารไม่เพียงแต่สำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนตือโละปาตานีให้มีความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น แต่หากมีการจัดการที่ดี ตือโละปาตานีสามารถเป็นแหล่งผลิตอาหารสำหรับอาเซียนและสำหรับภูมิภาคอื่นๆ ได้ด้วย

ศุ บุญเลี้ยง: “ทุกคนมีสิทธิ์ปากเสีย” (ดีกว่าปล่อยให้สิ่งแวดล้อมเสีย)

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤษภาคม 20, 2561

“ไม่ใช่วันนี้ แล้วจะเป็นเมื่อไหร่ หากไม่ใช่เรา แล้วจะเป็นใคร” นี่คือคำถามซึ่ง ศุ บุญเลี้ยง นักรัองนักแต่งเพลงหัวใจสิ่งแวดล้อม ฝากเอาไว้ในเพลง “นักรบ” ที่แต่งไว้ให้เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ของกรีนพีซ และทุกคนที่ลุกขึ้น...

1 - 10 ของ 985 ผล