ก๊าซอื่นๆ

แม้ว่าคาร์บอนไดออกไซด์จะเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุดที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ แต่เราก็ได้ปล่อยก๊าซอื่นๆ ออกสู่บรรยากาศ ซึ่งกักเก็บความร้อนไว้ได้ดีกว่า พิธีสารเกียวโตครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 5 ชนิด นอกเหนือจากคาร์บอนไดออกไซด์ ได้แก่ มีเทน ไนตรัสออกไซต์ ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) เพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs) และซัลเฟอร์ เฮกซาฟลูออไรด์ (SF6) นอกจากนี้ ไอน้ำยังเป็นก๊าซเรือนกระจกด้วย แต่ไอน้ำที่อยู่ในบรรยากาศไม่ได้เกิดจากกิจกรรมมนุษย์โดยตรง

ก๊าซที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติและจากกิจกรรมมนุษย์ที่ส่งผลกระทบมาก

มีเทน (CH4)

มีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สร้างผลกระทบมากเป็นอันดับ 2 และก่อให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก 20 เปอร์เซ็นต์ โดยมนุษย์เป็นสาเหตุ ก๊าซมีเทนมีศักยภาพที่ทำให้เกิดโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซต์ประมาณ 23 เท่า และมีอายุราว 12 ปี

ที่มาของก๊าซมีเทน ได้แก่ ขยะอินทรีย์ที่กำลังย่อยสลาย (ในธรรมชาติและในที่ทิ้งขยะ) และการเลี้ยงปศุสัตว์ นอกจากนี้ยังถูกปล่อยออกมาในระหว่างการผลิตและขนส่งถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ถึงแม้ว่าจะมีแหล่งธรรมชาติของก๊าซมีเทน แต่กิจกรรมมนุษย์นั้นก่อให้เกิดก๊าซมีเทนปริมาณมากในบรรยากาศ ความเข้มข้นของก๊าซมีเทนได้เพิ่มขึ้นประมาณ 150 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่พ.ศ. 2293 และปัจจุบันอยู่ในระดับสูงขึ้นกว่าใน 400,000 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีเทนอยู่ในบรรยากาศแล้ว จะเสื่อมสลายกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะเวลา 2-3 ปี

ไนตรัสออกไซต์ (N20)

ไนตรัสออกไซด์เป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพที่ทำให้เกิดโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ 296 เท่า และคงอยู่ในบรรยากาศเป็นเวลา 114 ปี ก๊าซนี้ถูกปล่อยออกมาโดยธรรมชาติจากมหาสมุทรและดิน แต่ไนตรัสออกไซด์ที่มนุษย์ก่อให้เกิดนั้นกำลังเพิ่มความเข้มข้นของก๊าซชนิดนี้ กิจกรรมที่ก่อให้เกิดก๊าซนี้ ได้แก่ เกษตรกรรม (ส่วนมากโดยการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน) และอุตสาหกรรม และยังเกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลและวัสดุอินทรีย์อื่นๆ นอกจากนี้ไนตรัสออกไซต์ยังถูกนำไปใช้โดยตรง ได้แก่ ใช้เป็นตัวเร่งละอองของเหลว (แอโรซอล) และยาชา ("แก๊สหัวเราะ") 

ก๊าซที่มนุษย์ผลิตขึ้นที่มีแนวโน้มสูงที่จะก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน

ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs)

HFCs เป็นส่วนเล็กน้อยของก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมา แต่เป็นก๊าซเรือนกระจกที่สร้างผลกระทบสูงมาก โดยมีศักยภาพที่ทำให้เกิดโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดถึง 20,000 เท่า ขึ้นอยู่กับประเภท และมีอายุสูงสุดถึง 260 ปี

HFCs ถูกใช้เป็นตัวทำความเย็น (ทั้งเพื่อการค้าและใช้ในครัวเรือน) ใช้สำหรับเครื่องปรับอากาศ (ในบ้าน รถ สำนักงาน ฯลฯ) นอกจากนี้ยังใช้เป็นสารขยายตัวของโฟม ตัวทำละลาย สารสำหรับการดับเพลิง และตัวเร่งละอองของเหลว (แอโรซอล)

การใช้และผลิต HFCs พุ่งสูงขึ้นหลังได้รับการส่งเสริมอย่างมากให้ใช้เป็นตัวทำความเย็นแทนสารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCs) ซึ่งเป็นสารทำลายชั้นโอโซนที่ถูกสั่งให้ค่อยๆ เลิกใช้โดยพิธีสารมอนทรีออล โครงการสารทำความเย็นสีเขียว (Greenfreeze) ของกรีนพีซ พิสูจน์ให้เห็นว่ามีทางเลือกสำหรับตัวทำความเย็นที่เป็นธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ใช้ได้จริงเพื่อการค้า อันที่จริงแล้วมีทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการใช้งาน HFCs ในเกือบทุกด้าน ทำให้ HFCs กลายเป็นเป้าหมายที่ดีของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ข้อมูลเพิ่มเติม

มิถุนายน 2547: ยูนิลีเวอร์ โคคา โคล่า และแมคโดนัลด์ เลิกใช้สารทำความเย็นที่ทำลายภูมิอากาศ

เพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs)

PFCs เป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้เกิดโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซต์ 5,700 ถึง 10,000 เท่า (ขึ้นอยู่กับประเภท) และมีอายุในบรรยากาศสูงสุด 50,000 ปี PFCs เป็นผลิตผลพลอยได้ของการหลอมอะลูมิเนียม นอกจากนี้ยังใช้ในการผลิตสารกึ่งตัวนำไฟฟ้า (เซมิคอนดักเตอร์)  และใช้แทนสารเคมีที่ทำลายชั้นโอโซนต่างๆ การปล่อย PFCs เกิดขึ้นน้อยเมื่อเทียบกับ HFCs อย่างไรก็ตามการที่ PFCs มีศักยภาพที่ทำให้โลกร้อนมาก มีอายุยาว และการที่มีทางเลือกอื่นในตลาด ทำให้ควรค่อยๆ เลิกใช้ PFCs อย่างเร่งด่วน

ซัลเฟอร์เฮกซาฟลูออไรด์ (SF6)

ซัลเฟอร์ เฮกซาฟลูออไรด์ เป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้เกิดโลกร้อนมากที่สุดจากการประเมินของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) โดยมีศักยภาพมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 23,900 เท่า และมีอายุในบรรยากาศ 3,200 ปี ก๊าซนี้ถูกนำไปใช้ในด้านต่างๆ ได้แก่ ในรองเท้าไนกี้แอร์ (Nike Air) ยางรถยนต์ ฉนวนไฟฟ้า การผลิตสารกึ่งตัวนำไฟฟ้า (เซมิคอนดักเตอร์) และในอุตสาหกรรมแมกนีเซียม

ซัลเฟอร์ เฮกซาฟลูออไรด์เหมือนกับ PFCs ตรงที่จนถึงปัจจุบันผลกระทบนั้นมีน้อย อย่างไรก็ตามเนื่องจากก๊าซนี้เป็นก๊าซเรือนกระจกที่คงอยู่ยาวนานและมีกำลังสูง จึงทำให้เกิดความวิตกเพราะก๊าซนี้กำลังก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในบรรยากาศ ซัลเฟอร์ เฮกซาฟลูออไรด์ควรค่อยๆ ถูกเลิกใช้อย่างเร่งด่วนเนื่องจากมีกำลังมาก มีอายุยาว และมีทางเลือกอื่นๆ ในตลาดแล้ว

ในปัจจุบันสหภาพยุโรปกำลังจัดทำกฎหมายเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเหล่านี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูที่ เว็บไซต์ หน่วยงานสหภาพยุโรปของกรีนพีซ 

น้ำและโอโซน

โอโซน (O3)

ก๊าซโอโซนเกิดขึ้นทั้งตามธรรมชาติและจากกิจกรรมมนุษย์ โดยปรากฎทั้งในบรรยากาศชั้นบน ที่ซึ่งมันก่อตัวเป็นชั้นโอโซนที่เป็นเกราะป้องกันเราจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตในระดับที่เป็นอันตราย และในชั้นบรรยากาศชั้นล่าง ที่ซึ่งมันเป็นองค์ประกอบของหมอกควัน

บางคนสับสนว่าการลดลงของก๊าซโอโซนกับภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องเดียวกัน ในความจริงแล้วเป็นคนละเรื่องแต่เกี่ยวข้องกัน สารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ทำลายชั้นโอโซน คือ ก๊าซเรือนกระจก เช่นเดียวกับสารเคมีที่ใช้แทนก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ในขณะที่ชั้นบรรยากาศชั้นล่างของโลกร้อนขึ้นและกักเก็บความร้อนไว้มากขึ้น บรรยากาศชั้นบน (ที่มีชั้นโอโซน) จะเย็นลง ซึ่งก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำลายชั้นโอโซน

ไอน้ำ (H2O)

ไอน้ำเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่มากที่สุด ผลกระทบโดยตรงของกิจกรรมมนุษย์ที่มีต่อความเข้มข้นของไอน้ำทั่วโลกนั้นคาดกันว่าเล็กน้อยมาก อย่างไรก็ตามไอน้ำนั้นสำคัญต่อภาวะโลกร้อนเนื่องจากมีผลโต้กลับที่สำคัญ อากาศที่ร้อนขึ้นสามารถกักเก็บความชื้นไว้มากขึ้น ทำให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น ขนาดของผลโต้กลับที่สำคัญนี้ยังคงต้องได้รับการระบุโดยนักวิทยาศาสตร์ต่อไป

หมายเหตุ

ก๊าซต่างๆ ถูกนำไปเปรียบเทียบกันโดยพิจารณาจากศักยภาพในการทำให้เกิดโลกร้อน (Global Warming Potential; GWP) ซึ่งระบุถึงผลกระทบของโลกร้อนในระยะเวลาหนึ่งโดยการเปรียบเทียบกับคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณ (น้ำหนัก) ที่เท่ากัน การเปรียบเทียบ GWP ตัวต่างๆ นั้นมีประโยชน์เพราะพิจารณาทั้งความสามารถในการก่อให้เกิดโลกร้อนของทุกโมเลกุลของก๊าซต่างๆ และอายุในบรรยากาศ คาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซที่ใช้อ้างอิงที่ได้รับการยอมรับทั่วไป (มี GWP เท่ากับ 1) เพราะเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบมากที่สุดที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์ 

เพื่อให้เข้าใจง่าย หน้านี้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนของก๊าซแต่ละตัวที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนไดออกไซต์ในช่วง 100 ปี ซึ่งก็เหมือนกับ GWP ของคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีเกณฑ์มาตรฐานเท่ากับ 100 ปี ดังนั้นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1 กิโลกรัมมี GWP เท่ากับ 1 ในขณะที่ไนตรัสออกไซด์ 1 กิโลกรัมมี GWP เท่ากับ 310 ดังที่เราได้อธิบายแล้วว่า "ไนตรัสออกไซด์เป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีกำลังมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ 310 เท่า"

อย่างไรก็ตาม ควรจำไว้ว่าก๊าซบางตัวจะคงอยู่ในบรรยากาศนานกว่า 100 ปี มาก ดังนั้นปรากฎการณ์เรือนกระจกที่ก๊าซเหล่านั้นก่อให้เกิดทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่งจึงรุนแรงกว่าที่กล่าวไว้มาก

อายุในบรรยากาศ = ระยะเวลาที่ก๊าซคงอยู่ในบรรยากาศ

ข้อมูลล่าสุด

 

เมื่อมลพิษทางอากาศในเซี่ยงไฮ้แย่กว่าปักกิ่ง

รายการบล็อก จาก Emma Howard | มีนาคม 6, 2561

คุณภาพอากาศในปักกิ่งมีค่าที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยคุณภาพอากาศของประเทศจีน หลังจากมีการใช้มารตรการลดมลพิษในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ชายหนุ่มกำลังทำกิจกรรมนอกบ้านขณะที่หมอกควันกำลังปกคลุมเมืองเซี่ยงไฮ้ (ภาพจาก VCG/VCG, Getty) ...

ดัชนีคุณภาพอากาศ PM2.5 และการรายงานคุณภาพอากาศที่ทันสมัย ทำไมจะทำไม่ได้?

รายการบล็อก จาก ธารา บัวคำศรี | กุมภาพันธ์ 16, 2561

ท่ามกลางวิกฤตมลพิษทางอากาศที่กำลังจะกลายเป็นวิกฤตด้านสาธารณสุข เรามักจะได้ยินหน่วยงานของรัฐบอกว่า กรุงเทพมหานครและประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะมีดัชนีคุณภาพอากาศ PM2.5 และการรายงานคุณภาพอากาศที่ทันสมัย ต้องรอไปอีก 2-3 ปี เพราะสถานีตรวจวัด...

ก้าวข้ามขยะพลาสติกจากน้ำดื่ม

รายการบล็อก จาก ฐิตินันท์ ศรีสถิต | กุมภาพันธ์ 13, 2561

ทำอย่างไร...แขกที่เข้าพักจึงจะมีน้ำสะอาดดื่ม โดยไม่เหลือทิ้งขยะพลาสติก ลุงยอด ยอดชาย โชติบัณฑ์ และป้าอวบ นพวรรณ โชติบัณฑ์ ผู้ประกอบการรีสอร์ต เดอะ นริมา บนเกาะลันตา จ.กระบี่ ตั้งคำถามนี้กับตัวเองมาหลายปี แต่ยังไม่เจอคำตอบที่ลงตัว ...

คำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์สู่มวลมนุษยชาติ

รายการบล็อก จาก Rex Weyler | กุมภาพันธ์ 12, 2561

ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือนักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมต่างก็พยายามและหวังที่จะทำให้ผู้คนเชื่อว่าพวกเรายังสามารถเปลี่ยนโลกได้ ซึ่งก็มีสัญญาณที่ดีอยู่บ้าง เช่นการออกกฏหมายห้ามล่าวาฬและทิ้งสารพิษลงทะเลในปีช่วงปี 2523 การร่างสนธิสัญญามอนทรีออลเพ...

EHIA ถ่านหินเทพาสอบตก

รายการบล็อก จาก จริยา เสนพงศ์ | กุมภาพันธ์ 8, 2561

กระบวนการจัดการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเกือบมาถึงสุดทาง เมื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จัดส่งรายงานฉบับดังกล่าวให้กับคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อผลักดันให้เกิดการอนุมัติในเร็ววันนี้...

5 อันดับสุดยอดเพนกวินแห่งแอนตาร์กติก

รายการบล็อก จาก Willie Mackenzie | กุมภาพันธ์ 6, 2561

ไม่ใช่ว่าเพนกวินทุกชนิดจะสามารถเอาชีวิตรอดในแอนตาร์กติกได้ แต่ถ้าหากเพนกวินชนิดไหนทำได้แล้วล่ะก็แปลว่าพวกมันต้องมีคุณลักษณะสุดพิเศษที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว และอย่าลืมว่าหากสภาพอากาศเกิดเปลี่ยนแปลงขึ้นมา เหล่าเพนกวินพวกนี้ไม่อาจจะกางปีกบิน...

Livable City ยุค 4.0 หรือ 0.4 ? มองจุดเริ่มต้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่าน Mayday, Khon...

รายการบล็อก จาก จินตนา ประชุมพันธ์ | มกราคม 25, 2561

ทุกวันนี้คนไทยในเมืองใหญ่กำลังเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศจากการคมนาคมและการขนส่งซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตทางสุขภาพ โดยมีฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 เป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ไทยเราต่างมองข้าม หากแต่ในเวทีโลกอย่างองค์การอนามัยโลกหรือธนาคารโลกต...

ระดับมลพิษในอากาศที่ปักกิ่งลดลงแล้วในช่วงฤดูหนาวนี้

รายการบล็อก จาก Lauri Myllyvirta | มกราคม 24, 2561

เมื่อเดือนพฤศจิกายนของปี 2560 ระดับมลพิษในอากาศที่ปักกิ่งลดลงถึงร้อยละ 54 หลังจากมีการปิดตัวของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนผ่านพลังงานโดยลดการใช้ถ่านหินได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่มีเครื่องทำความร้อนต้องทนกับอากาศหนาวจัด...

21 - 30 ของ 929 ผล