คุณอยู่ที่ :
อาสาสมัครกรีนพีซฉายเลเซอร์ข้อความ "ภาวะโลกร้อนเริ่มต้นที่นี่" และ "COAL KILLS" (ถ่านหินฆ่าสภาพภูมิอากาศ) ไปยังบริเวณหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ในจังหวัดลลำปาง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 และถ่ายทอดภาพสดๆ ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต้นเหตุของภาวะโลกร้อนจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ส่งตรงไปถึงที่ประชุมภาวะโลกร้อนที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ในฐานะที่เป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดและอันตรายมากที่สุดในเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้
ขยายภาพ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน)
เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดที่โลกเผชิญอยู่
มันคร่าชีวิตผู้คนหลายแสนคนต่อปี และหากไม่ถูกหยุดยั้ง
จะทำให้อีกหลายร้อยล้านคนอยู่ในความเสี่ยง
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเป็นหายนะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้
เรารู้ว่ากิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุ
ซึ่งรวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการทำลายป่า
ภาคพลังงานเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกประมาณ 2 ใน 3
โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นตัวการสำคัญที่สุด
ถ่านหินเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงที่สุดที่เรากำลังเผชิญ
ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เต็มไปด้วยธาตุคาร์บอน
โดยปล่อยคาร์บอนมากกว่าน้ำมัน 29% และปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์
(ตัวขับเคลื่อนภาวะโลกร้อนตัวหลัก) ต่อหน่วยพลังงานมากกว่าก๊าซ 80%
เราสามารถต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้
โดยต้องลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะถ่านหิน
ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นหากต้องการบรรลุการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกลง
50% ภายในกลางศตวรรษ
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าจำเป็นหากต้องการหยุดการเปลี่ยน
แปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตราย
แต่โชคร้ายที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังอนุญาตให้อุตสาหกรรมใช้เงินหลายร้อยพันล้าน
บาทเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่หลายร้อยแห่งทั่วโลกในอีกหลายปีที่
กำลังจะมาถึง ถ้าถูกสร้างขึ้นคาดว่าจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์เพิ่มขึ้น 60%
ภายในพ.ศ. 2573
ซึ่งจะบ่อนทำลายข้อตกลงนานาชาติสำหรับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ
อากาศ
ส่วนหนึ่งรัฐบาลเหล่านี้ถูกล่อลวงโดยมายาคติ "ถ่านหินสะอาด"
ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการประชาสัมพันธ์ของอุตสาหกรรมถ่านหินเพื่อครอบครอง
"เทคโนโลยีที่ถูกแก้ไข" ที่ยังเป็นที่สงสัย
ที่พวกเขาอ้างว่าสามารถทำให้การเผาไหม้ถ่านหินไม่ทำลายสภาพภูมิอากาศ
หนึ่ง
ในเทคโนโลยีเหล่านั้น คิือ เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน
(CCS) ซึ่งเป็นแผนการดักจับคาร์บอนที่ปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้า
และฝังไว้ใต้พื้นดิน เทคโนโลยีนี้จะพร้อมใช้หลัง 20 ปีข้างหน้า
ซึ่งสายเกินไปที่จะปกป้องสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ดี CCS
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คลุมเครือในการแก้ปัญหา
กำลังถูกใช้เพื่อให้ความเป็นธรรมกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่
โรงไฟฟ้าเหล่านี้จะพ่นมลพิษคาร์บอนไดออกไซต์ปริมาณมหาศาลเป็นเวลาอย่างน้อย
20 ปี และอาจจะถึง 40 ปี ซึ่งเป็นอายุของโรงไฟฟ้าเหล่านั้น กล่าวสั้นๆ
ก็คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
โลกไม่ต้องการถ่านหินอีกต่อไป โลกต้องการ การปฏิวัติพลังงาน โลกมีพลังงานหมุนเวียนที่เ้ข้าถึงได้โดยเทคโนโลยี มากพอที่จะตอบสนองความต้องการพลังงานมากกว่า 6 เท่าของการบริโภคพลังงานทั่วโลกในปัจจุบัน ไปที่นี่เพื่อ
ค้นพบว่าเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เช่น ลม แสงอาทิตย์
พลังงานชีวภาพที่ยั่งยืน พลังน้ำ และ อื่นๆ
สามารถปฏิวัติวิธีที่เราผลิตพลังงานได้อย่างไร
และัป้องกันการเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศได้อย่างไร
ในขณะที่ผู้นำของโลกล้มเหลวที่จะยืนหยัดและลงมือปฏิบัติเพื่อหยุดถ่าน
หิน ประชาชนทั่วโลกกำลังดิ้นรนด้วยตนเอง ทั่วโลก นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อม
นักเรียนนักศึกษา แพทย์ ผู้นำโบสถ์ และ อื่นๆ มากมาย
กำลังเคลื่อนไหวรวมตัวต่อต้านถ่านหิน
ข้อมูลเพิ่มเติมและข่าวล่าสุดของการรณรงค์หยุึดถ่านหินพ.ศ. 2551 โปรดไปที่ เว็บไซต์หยุดถ่านหิน
|
เรียนรู้เพิ่มเติม ภาวะโลกร้อน การตัดต่อพันธุกรรม สารพิษ นิวเคลียร์ บล็อก |
ศูนย์ข่าว รายชื่อติดต่อสำหรับสื่อ ข่าวประชาสัมพันธ์ ภาพข่าว ภาพสไลด์ วีดิโอ |
มีส่วนร่วม งาน เป็นอาสาสมัคร |
บริจาค |
138/1 อาคารทอง ชั้น 2 ถนนสุทธิสาร แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 | โทร. 02 357 1921 | webteam.th@greenpeace.org | |||