หยุดถ่านหิน

อาสาสมัครกรีนพีซฉายเลเซอร์ข้อความ "ภาวะโลกร้อนเริ่มต้นที่นี่" และ "COAL KILLS" (ถ่านหินฆ่าสภาพภูมิอากาศ) ไปยังบริเวณหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ในจังหวัดลลำปาง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 และถ่ายทอดภาพสดๆ ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต้นเหตุของภาวะโลกร้อนจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ส่งตรงไปถึงที่ประชุมภาวะโลกร้อนที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ในฐานะที่เป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดและอันตรายมากที่สุดในเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้

การใช้ถ่านหินนำมาซึ่งผลกระทบมหาศาลด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพมนุษย์ และ สังคม ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากผลกระทบที่มีต่อชุมชนผู้ยากจนเป็นส่วนมากที่อาศัยอยู่ใน และรอบๆ เหมือง และโรงไฟฟ้าถ่านหิน "ผมเองเข้าใจแล้วล่ะว่า ทำไมคนหนุ่มสาวจำนวนมากจึงออกมาขัดขวางรถบรรทุก เพื่อยุติการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน" - อัล กอร์ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน) เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดที่โลกเผชิญอยู่ มันคร่าชีวิตผู้คนหลายแสนคนต่อปี และหากไม่ถูกหยุดยั้ง จะทำให้อีกหลายร้อยล้านคนอยู่ในความเสี่ยง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเป็นหายนะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ เรารู้ว่ากิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุ ซึ่งรวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการทำลายป่า ภาคพลังงานเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกประมาณ 2 ใน 3

โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นตัวการสำคัญที่สุด

ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อมลพิษสูงที่สุด และเป็นตัวปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก มากที่สุดในโลก

ปัจจุบันการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ 1 ใน 3 ของโลกมาจากการเผาไหม้ถ่านหิน

เราสามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ โดยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะถ่านหิน

ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานที่มีมลพิษสูง โดยปล่อยธาตุคาร์บอนต่อหน่วยพลังงานมากกว่าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปริมาณสูง กว่ามาก คาร์บอนไดออกไซต์เป็นส่วนประกอบหลักของก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุอันดับต้นของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากเหมืองขึ้นสู่ท้องฟ้า จากการขุดเจาะไปจนถึงการเผาไหม้ ถ่านหินก่อให้เกิดมลพิษในทุกขั้นตอนการผลิต ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มักเกิดตามมาทำให้การใช้ถ่านหินจำเป็นต้อง จ่ายด้วยราคาแสนแพงสำหรับประเทศกำลังพัฒนา  ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสียที่มีภาวะเป็นกรดจากโรงไฟฟ้าลงสู่แม่น้ำและ ลำธาร การปล่อยสารปรอทและสารพิษอื่นๆ ในกระบวนการเผาไหม้ รวมถึงก๊าซที่ทำลายสภาพภูมิอากาศ และอนุภาคขนาดเล็กชนิดอื่นๆ ที่ทำลายสุขภาพมนุษย์

ถ่านหินเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงที่สุดที่เรากำลังเผชิญ ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เต็มไปด้วยธาตุคาร์บอน โดยปล่อยคาร์บอนมากกว่าน้ำมัน 29% และปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ (ตัวขับเคลื่อนภาวะโลกร้อนตัวหลัก) ต่อหน่วยพลังงานมากกว่าก๊าซ 80%

เราสามารถต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ โดยต้องลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะถ่านหิน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นหากต้องการบรรลุการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกลง 50% ภายในกลางศตวรรษ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าจำเป็นหากต้องการหยุดการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตราย

แต่โชคร้ายที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังอนุญาตให้อุตสาหกรรมใช้เงินหลายร้อยพันล้าน บาทเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่หลายร้อยแห่งทั่วโลกในอีกหลายปีที่ กำลังจะมาถึง ถ้าถูกสร้างขึ้นคาดว่าจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์เพิ่มขึ้น 60% ภายในพ.ศ. 2573 ซึ่งจะบ่อนทำลายข้อตกลงนานาชาติสำหรับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ

ส่วนหนึ่งรัฐบาลเหล่านี้ถูกล่อลวงโดยมายาคติ "ถ่านหินสะอาด" ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการประชาสัมพันธ์ของอุตสาหกรรมถ่านหินเพื่อครอบครอง "เทคโนโลยีที่ถูกแก้ไข" ที่ยังเป็นที่สงสัย ที่พวกเขาอ้างว่าสามารถทำให้การเผาไหม้ถ่านหินไม่ทำลายสภาพภูมิอากาศ

หนึ่ง ในเทคโนโลยีเหล่านั้น คิือ เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งเป็นแผนการดักจับคาร์บอนที่ปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้า และฝังไว้ใต้พื้นดิน เทคโนโลยีนี้จะพร้อมใช้หลัง 20 ปีข้างหน้า ซึ่งสายเกินไปที่จะปกป้องสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ดี CCS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คลุมเครือในการแก้ปัญหา กำลังถูกใช้เพื่อให้ความเป็นธรรมกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ โรงไฟฟ้าเหล่านี้จะพ่นมลพิษคาร์บอนไดออกไซต์ปริมาณมหาศาลเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี และอาจจะถึง 40 ปี ซึ่งเป็นอายุของโรงไฟฟ้าเหล่านั้น กล่าวสั้นๆ ก็คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

โลกไม่ต้องการถ่านหินอีกต่อไป โลกต้องการ การปฏิวัติพลังงาน โลกมีพลังงานหมุนเวียนที่เ้ข้าถึงได้โดยเทคโนโลยี มากพอที่จะตอบสนองความต้องการพลังงานมากกว่า 6 เท่าของการบริโภคพลังงานทั่วโลกในปัจจุบัน ไป ที่นี่เพื่อ ค้นพบว่าเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เช่น ลม แสงอาทิตย์ พลังงานชีวภาพที่ยั่งยืน พลังน้ำ และ อื่นๆ สามารถปฏิวัติวิธีที่เราผลิตพลังงานได้อย่างไร และัป้องกันการเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศได้อย่างไร

ในขณะที่ผู้นำของโลกล้มเหลวที่จะยืนหยัดและลงมือปฏิบัติเพื่อหยุดถ่าน หิน ประชาชนทั่วโลกกำลังดิ้นรนด้วยตนเอง ทั่วโลก นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อม นักเรียนนักศึกษา แพทย์ ผู้นำโบสถ์ และ อื่นๆ มากมาย กำลังเคลื่อนไหวรวมตัวต่อต้านถ่านหิน

แผนที่ทัวร์เรือหยุดถ่านหิน พ.ศ. 2551

[ เกี่ยวกับแผนที่: ทัวร์เรือหยุดถ่านหินของกรีนพีซ พ.ศ. 2551 จะนำการปฏิวัติพลังงานมาสู่โลกในปีนี้ คลิกที่สถานที่ในแผนที่เพื่อดูว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง ]

ดูแผนที่ขนาดใหญ่

ข้อมูลเพิ่มเติมและข่าวล่าสุดของการรณรงค์หยุึดถ่านหินพ.ศ. 2551 โปรดไปที่ เว็บไซต์หยุดถ่านหิน

ข้อมูลล่าสุด

 

เมื่อกระบี่เปิดอ้อมกอดรับนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเองก็ฮักกระบี่อย่างเต็มร้อย

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤศจิกายน 17, 2557

ไม่มีกฏเกณฑ์ใดระบุไว้ว่า “กอดมาอย่ากอดตอบ” ดังที่กระบี่คอยอ้าแขนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเสมอมา ครั้งนี้ถึงคราวที่กระบี่อยากได้อ้อมกอดจากคุณ และก็ได้รับกอดแน่นๆ ที่เปี่ยมด้วยความหวังในการปกป้องกระบี่กลับไป เทศกาลกระบี่เบิกฟ้าอันดา...

“ปกป้องกระบี่” โอบกอดพื้นที่ชุ่มน้ำ จากอ้อมกอดของชาวประมง

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤศจิกายน 9, 2557

พะยูน และผองเพื่อนแห่งท้องทะเลกระบี่คงจะดีใจหากรู้ว่ามีคนมากมายรักและอยากโอบกอดปกป้องกระบี่มากถึงเพียงนี้ ช่วงสัปดาห์นี้ม่านฝนและสายลมกำลังห่อหุ้มกระบี่อย่างไม่ขาดสาย ภาพมรกตแห่งอันดามันดูแล้วขะมุกขะมัวไม่ชินตา ถึงแม้อากาศจะไม่เป็นใจ...

30 ประเทศ 160 เมือง 20,000 นักปั่นประกาศปกป้องอาร์กติก!

รายการบล็อก จาก Cristiana de Lia | ตุลาคม 8, 2557

4 ต.ค. ที่ผ่านมาเป็นสุดสัปดาห์ที่มีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้น เมื่อผู้คนกว่า 20,000 คน จาก 160 เมือง ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ได้พร้อมใจออกมายังท้องถนนปั่นจักรยานรณรงค์ปกป้องอาร์กติก กิจกรรม #IceRide จัดขึ้นหลากหลายประเทศทั่วโลก...

จากทุ่งข้าวเมืองสองแคว สู่ทุ่งน้ำแข็งอาร์กติก ด้วยรักและแรงปั่น

รายการบล็อก จาก แมวตะลุยทุ่งข้าว | ตุลาคม 4, 2557

นักเขียนชาวอังกฤษ เอช จี เวลส์ กล่าวถึงจักรยานไว้อย่างน่าสนใจว่า "ทุกครั้งที่เห็นผู้ใหญ่ขี่จักรยาน ผมก็ไม่รู้สึกสิ้นหวังกับอนาคตของมวลมนุษยชาติอีกต่อไป" และก็เหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงเมื่อเราได้สัมผัสขบวนจักรยานกว่า 1,000 คน ณ...

เมื่อกฟผ.ปิดใจ ประชาชนเหมือนถูกปิดปาก แต่พลังรักกระบี่กลับยิ่งดัง

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | กันยายน 28, 2557 1 ความคิดเห็น

กระบวนจัดทำรายงานการ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ (EHIA) ของโครงการท่าเรือถ่านหินที่ กระบี่ มีแต่ความล้มเหลว และเสียงของประชาชนผู้ต้องการปกป้องบ้านของตนและปกป้องมรกตเม็ดงามแห่งอันดามัน ไม่มีใครรับฟัง ...

ก่อนค.3: ความล้มเหลวของการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการท่าเรือขนถ่ายถ่านหินกระบี่

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | กันยายน 27, 2557

“ คนกระบี่ถูกสอนมาให้คิดว่า ‘คุณจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าคนรอบข้างไม่มีความสุข’ ผลประโยชน์ที่ได้มาจึงต้องเป็นผลประโยชน์ที่ยั่งยืนไปถึงลูกหลานอย่างแท้จริง กระบี่ไม่ค่อยมีพฤติกรรมทะเลาะเบาะแว้ง เหมือนคำขวัญที่ว่ากระบี่เมืองน่าอยู่...

แรมซาร์ไซต์ (Ramsar Sites) และลมหายใจของกระบี่

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | กันยายน 22, 2557

เราอาจรู้จักชื่อเสียงของกระบี่ในฐานะที่เป็นมรกตแห่งอันดามัน สรวงสวรรค์แห่งการท่องเที่ยวทางทะเล แต่นอกจะทะเลอันสวยงามแล้ว ธรรมชาติยังรังสรรค์อีกหนึ่งอัญมณีที่บริสุทธิ์งดงามและหาได้ยากบนโลกนี้ นั่นก็คือพื้นที่แรมซาร์ไซต์ หรือพื้นที่ชุ่มน้...

1 - 10 ของ 736 ผล