แถลงการณ์ภาคประชาชนเพื่อต่อต้านถ่านหินและสนับสนุนพลังงานสะอาด

หน้า - มิถุนายน 18, 2552
กรีนพีซและองค์กรกว่า 20 แห่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนจากออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง และ ไทย ได้เปิดเผยแถลงการณ์ภาคประชาชนเพื่อต่อต้านถ่านหิน ที่ประจวบคีรีขันธ์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของทัวร์ปฏิวัติพลังงานสะอาดในเอเชียของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ พ.ศ. 2548 ของกรีนพีซ

นายดวง คนไข้ในโรงพยาบาลในอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมและชาวบ้านในพื้นที่แม่เมาะเชื่อว่าการปล่อยก๊าซต่างๆ ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นสาเหตุหลักของโรคระบบหายใจของผู้คนในพื้นที่ ชาวบ้านจำนวนมากผิดปกติที่อาศัยอยู่รอบโรงไฟฟ้าแห่งนี้มีสุขภาพแย่ลงเรื่อยๆ จนอาจเสียชีวิต เนื่องจากเป็นโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ

พวกเรา สมาชิกของชุมชนที่เป็นที่ตั้งและถูกคุกคามจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในเอเชีย ได้มารวมตัวกันในวันนี้เพื่อเรียกร้องสิทธิในอากาศ น้ำ ดิน และ พื้นที่อาศัย ที่สะอาด บนโลกของเรา

การดำเนินการของโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นการทำลายชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัวและระบบนิเวศของพวกเรา เราขอประณามข้อเสนอการสร้างโรงไฟฟ้าที่ก่อมลพิษรุนแรงเพิ่มเติม ซึ่งจะสร้างหายนะ มากกว่าประโยชน์ ให้แก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อม การใช้ถ่านหินเพื่อผลิตพลังงานก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และ สังคมที่ร้ายกาจ ผลกระทบเหล่านี้เกิดรุนแรงที่สุดกับชุมชนยากจนที่อาศัยอยู่รอบๆ และในทิศทางลมของโรงไฟฟ้าสกปรกเหล่านี้ ถ่านหินมีธาตุคาร์บอนมากที่สุดจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมด โดยปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยพลังงานมากกว่าน้ำมัน 29% และมากกว่าก๊าซ 80% ยิ่งถ่านหินถูกเผาไม้มากเท่าไหร่ ยิ่งปล่อยมลพิษมากขึ้นเท่านั้น โดยปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงที่สุดที่โลกกำลังประสบ โลกของเราในปัจจุบันร้อนกว่าที่เคยเป็นมาใน 2,000 ปีที่ผ่านมา ถ้าภาวะในปัจจุบันยังเกิดขึ้นต่อไป อุณหภูมิทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาใน 2 ล้านปีที่ผ่านมา เป็นความจริงที่ในพ.ศ. 2541, 2544, 2545, 2546 และ 2547 เป็น 5 ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก องค์การนาซ่าระบุว่า ปรากฏการณ์เอล นินโย่ ที่ไม่ร้ายแรงมาก และ ก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์เป็นสาเหตุ อาจทำให้พ.ศ. 2548 เป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกอุณหภูมิในปลายทศวรรษ 1800 (1)

ผู้คนหลายล้านคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง มีหลักฐานแน่ชัดว่าสภาพอากาศรุนแรง เช่น เฮอร์ริเคน ความแห้งแล้ง และ คลื่นความร้อน กำลังรุนแรงมากขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น ธารน้ำแข็งที่กำลังละลาย น้ำท่วมครั้งมโหฬาร ปะการังฟอกขาว ผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการสูญพันธุ์ของสายพันธุ์ต่างๆ  และ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เรากำลังประสบในปัจจุบัน และอาจประสบต่อไปในระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นและบ่อยครั้งขึ้นหากเราไม่ลงมือทำเพื่อหยุดสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทันที

ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานที่มีมลพิษสูง จากเหมืองขึ้นสู่ท้องฟ้า จากการขุดเจาะไปจนถึงการเผาไหม้ ถ่านหินก่อให้เกิดมลพิษในทุกขั้นตอนการผลิต ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มักเกิดตามมาทำให้การใช้ถ่านหินจำเป็นต้องจ่ายด้วยราคาแสนแพงสำหรับประเทศกำลังพัฒนา  ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสียที่มีภาวะเป็นกรด ไปสู่การทำเหมืองถ่านหินก่อมลพิษอย่างเลวร้าย นอกจากปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ การเผาไม้ถ่านหินยังปล่อยก๊าซอีกหลายชนิด เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซต์ ไนโตรเจนออกไซต์ และ โลหะหนัก เช่น สารหนู ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง และสารปรอท ที่เป็นพิษต่อระบบประสาท

ตัวอย่างขี้เถ้าในอากาศที่ถูกเก็บมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในฟิลิปปินส์และไทยในช่วง 3 ปี มีสารอันตรายร้ายแรงปนเปื้อนอยู่ เช่น สารปรอทและสารหนู การวิเคราะห์ในห้องทดลองและทางเทคนิคแสดงให้เห็นว่าสารพิษเหล่านี้มีแนวโน้มว่ากำลังถูกปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมในปริมาณสูงกว่าเดิมมาก ดังนั้นจึงเป็นภัยเสี่ยงรุนแรงต่อประชาชน สารปรอทสามารถทำลายสมองของลูกอ่อนในครรภ์อย่างรุนแรง สามารถทำให้เกิดอาการสั่นเทาของร่างกาย ความผิดปกติของประสาท หรือ ทำให้ตายได้ สารปรอทมีพิษมากถึงขนาดที่ปริมาณ 1 ใน 70 ส่วนของช้อนชา สามารถปนเปื้อนทะเลสาบขนาด 253 ตารางกิโลเมตร จนทำให้ปลาไม่เหมาะสำหรับการบริโภคของมนุษย์

ผลกระทบด้านสังคมที่ร้ายแรง เช่น การพลัดถิ่นและการแตกแยกของชุมชนต่างๆ รวมถึง การสูญเสียชีวิตความเป็นอยู่ดั้งเดิม การตกงาน และ วิถีชีวิต เช่น เกษตรกรรมขนาดย่อมและการประมง ล้วนเป็นผลกระทบจากการดำเนินการของอุตสาหกรรมถ่านหิน นักลงทุน นักการเงิน และ นักพัฒนา ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่มักจะให้สัญญาว่าจะมีการจ้างงานที่ยั่งยืนและทั่วถึง และจะสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชุมชนต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชุมชนต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในโรงไฟฟ้า ยังคงหางานทำได้ยาก ในขณะที่ครัวเรือนจำนวนมากยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ แม้จะมีโรงไฟฟ้าสกปรกขนาดมหึมาตั้งอยู่ก็ตาม นอกจากนี้ในขณะขุดเจาะ คนงานในเหมืองยังตกอยู่ในความเสี่ยงของการเสียชีวิต การบาดเจ็บ และ ความเจ็บป่วย ในขณะที่ชุมชนท้องถิ่นทุกข์ทรมานกับพื้นที่เสื่อมสภาพและมลพิษ ซึ่งบ่อยครั้งทำให้ต้องย้ายถิ่นที่อยู่

โรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศดีขึ้น แต่สร้างพิษภัยอย่างช้าๆ ให้กับสุขภาพและโครงสร้างทางสังคมของชุมชนต่างๆ เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ที่เรายังต้องทุกข์ทรมานกับผลกระทบอันตรายของโรงไฟฟ้าถ่านหิน และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งๆ ที่เราทราบดีว่า มีทางออกด้านพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่แพร่หลายและใช้งานได้ทันที

ธรรมชาติมอบทางเลือกด้านพลังงานที่ยั่งยืนที่หลากหลาย พลังงานหมุนเวียนที่ได้จากแหล่งต่างๆ เช่น ลม แสงอาทิตย์ คลื่น และ พลังงานความร้อนใต้พิภพ เมื่อใช้ร่วมกับมาตรการประสิทธิภาพทางพลังงาน จะสามารถผลิตพลังงานในปริมาณที่เราต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอได้ ตัวอย่างเช่น พลังงานลมเป็นแหล่งพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยมีกำลังการผลิตต่อปีใน 5 ปีที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยที่เกือบ 16% พลังงานลมสามารถผลิตพลังงานได้มากกว่า 2 เท่า ของความต้องการของโลกที่คาดการณ์ไว้ ในพ.ศ. 2563 นอกจากนี้ พลังงานทั้งหมดที่สะท้อนมาจากดวงอาทิตย์มายังพื้นผิวโลกนั้นเพียงพอที่จะผลิตพลังงานได้สูงกว่า 10,000 เท่าของความต้องการพลังงานรายปีทั่วโลก การนำวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้มาใช้งานจะไม่ทำให้มนุษย์ต้องเสียสละอย่างที่สุด โดยสละคุณภาพชีวิตที่ดี ตรงกันข้าม มันจะทำให้ผู้คนเดินทางไปสู่ยุคใหม่แห่งการใช้พลังงานที่ยั่งยืน ที่จะสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงาน นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และ ปกป้องสิ่งแวดล้อม

เราจะเดินหน้าต่อสู้และต้านทานการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในชุมชนของพวกเราต่อไป เราจะเดินหน้าต่อต้านการเข้ามาของพลังงานสกปรกในชุมชนของพวกเรา เราจะไม่ทุกข์ทรมานโดยปราศจากผู้รับรู้กับผลกระทบของถ่านหิน เราปฏิเสธที่จะยอมรับสภาพปัจจุบัน และการบริโภคพลังงานที่ไร้ศีลธรรมจรรยาและสิ้นเปลือง วิธีแก้ปัญหามีอยู่แล้วเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของพวกเรา เวลาที่เหมาะสมกับการใช้งานพลังงานหมุนเวียนคือวันนี้ ความแข็งแกร่งที่เกิดจากการร่วมมือกันของเรา ซึ่งค้ำจุนด้วยความสำเร็จของชุมชนต่างๆ ที่สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน กระตุ้นให้เราพยายามมากขึ้นเป็น 2 เท่า ในการผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียน เราไม่ต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินในชุมชนของพวกเรา เราต้องการพลังงานหมุนเวียน

เราขอเรียกร้องให้:

    * ทุกประเทศลงมือทำทันทีเพื่อปกป้องชุมชนของพวกเรา และสภาพที่ดีของโลก โดยการกำหนดระยะเวลาเลิกใช้ถ่านหิน และเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงาน โดยเริ่มต้นวันนี้ไม่ใช่พรุ่งนี้

    * รัฐบาลกำหนดเป้าหมายที่ผูกมัดตามกฎหมาย มีเป้าหมายสูง และ ภายในกำหนดเวลา สำหรับการรับพลังงานหมุนเวียนมาใช้งานในปริมาณสูง

    * ทุกรัฐบาลให้สัตยาบันให้พิธีสารเกียวโต และประเทศที่ลงนามแล้วสร้างความมั่นใจว่าพิธีสารเกียวโตจะพัฒนาและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ความช่วยเหลือมากขึ้นแก่ประเทศที่กำลังพัฒนาที่ปรารถนาที่จะหลีกเลี่ยงทางเลือกพลังงานสกปรก แต่ขาดวิธีการที่จะทำเช่นนั้น

    * ประเทศที่พัฒนาแล้วผูกมัดที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 80% ภายในพ.ศ. 2593

    * สถาบันการเงินหยุดให้เงินสนับสนุนโครงการพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยสถาบันการเงินควรทำสิ่งต่อไปนี้เป็นพิเศษ:

       - ดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากโครงการทั้งหมดที่สถาบันนั้นให้เงินสนับสนุน

       - ทำตามหลักเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อพิจารณาโครงการพลังงานสกปรกที่สถาบันให้เงินสนับสนุน หรือกำลังพิจารณาที่จะสนับสนุน

       - สร้างความมั่นใจว่าอุปสรรคของการใช้พลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานถูกกำหนดเวลากำจัดไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

       - สร้างความมั่นใจว่าผู้คนได้ตระหนักรู้ว่าการลงทุนกับพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เทียบเท่าได้กับการแก้ปัญหาเร่งด่วนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ก่อมลพิษมากที่สุด เป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบปัญหาที่ใหญ่มโหฬาร แต่สิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับพวกเขา คือ การให้เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นในเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังคุกคามประเทศของพวกเรา การที่เราพูดว่าเราต้องลงมือทำในส่วนของเรานั้นเป็นคำกล่าวที่น้อยเกินไป ผู้ที่มีผลประโยชน์ส่วนตนในเอเชียต้องเรียกร้องแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่อย่างมั่งคั่งในภูมิภาคเป็นเครื่องรับรอง อนาคตของโลกทั้งใบจำเป็นต้องมีพลังงานสะอาด

ลงนาม:

ฟิลิปปินส์

กลุ่ม Responsible Ilonggos for Sustainable Energy (RISE) จังหวัด Iloilo

กลุ่ม Cebu Alliance for Renewable Energy (CARE) จังหวัด Cebu

กลุ่ม Task Force Macalajar เมือง Cagayan de Oro City จังหวัด Misamis Occidental

กลุ่ม Koalisyon Ng mga Mamayan Kontra sa TIPCO coal fired power plant Mabalacat จังหวัด Pampanga

กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้า Negrosanons (NACP) จังหวัด Negros Occidental

กลุ่มประชาชนต่อต้านโรงไฟฟ้า (PPAC) เมือง Pulupandan จังหวัด Negros Occidental

กลุ่มพันธมิตรเพื่อพลังงานสะอาด (COALFREE) เมือง Concepcion จังหวัด Iloilo

กลุ่ม Visayas for Renewable Energy (Vfree) Visayas Regional Coalition

กลุ่ม Nagpakabana - Naga จังหวัด Cebu

กลุ่มพันธมิตร Toledo NGOs และ Pos เมือง Toledo จังหวัด Cebu

กลุ่ม Banatenhons ต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมือง Banate จังหวัด Iloilo

กลุ่ม Pinoy Kontra พันธมิตรแห่งชาติของ NGOs และ ชุมชนต่อต้านถ่านหิน

ออสเตรเลีย

กลุ่ม Mudgee District Environment

กลุ่ม สภา Central West Environment

กลุ่ม Anvil Hill Project Watch

ไทย

เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

กลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

กลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่นมาบตาพุด จังหวัดระยอง

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เครือข่ายคนไม่เอาถ่านหิน ประเทศไทย

__

หมายเหตุ

1) Reuters News Service 11 กุมภาพันธ์ 2548

2) Windforce 12 (2548) - แผนการเพื่อบรรลุการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม 12% ภายในพ.ศ. 2563

3) รายงานเยาวชนยุคพลังงานสะอาด โดยกรีนพีซและอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์แห่งยุโรป (EPIA) พ.ศ.  2544 http://archive.greenpeace.org/climate/climatecountdown/solargeneration