รัฐบาลต่างๆ

มีเรื่องน่าเหน็บแนมและความไม่ยุติธรรมที่สำคัญเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน หลักฐานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันระบุอย่างชัดเจนว่า ประชากรยากจนในประเทศที่กำลังพัฒนาสามารถรู้สึกถึงผลกระทบแรกๆ และร้ายแรงที่สุดของภาวะโลกร้อน ผู้ที่มีส่วนในปัญหานี้ คือ ประเทศอุตสาหกรรมที่ร่ำรวยเป็นหลัก รวมถึงประเทศที่กำลังกลายเป็นประเทศพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วย

เนื่องจากทุกประเทศสามารถได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและ เป็นผู้สร้างผลกระทบเหล่านั้นด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงควรมีส่วนในการแก้ปัญหา ประเทศที่ไม่มีโครงสร้างทางพลังงานที่พัฒนา่เต็มที่และมั่นคงมีจุดยืนที่จะ สร้างความก้าวหน้าโดย "ก้าวกระโดด" ไปหาแหล่งพลังงานสมัยใหม่ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเหตุผลทั้งเรื่องการนำไปใช้ปฏิบัติและทางศีลธรรม โลกที่พัฒนาแล้วต้องเป็นผู้ริเริ่มเนื่องจาก

• ประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลทั้งในปัจจุบันและที่ผ่านมาในประวัติ ศาสตร์ ในอดีตความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจเกี่ยวพันโดยตรงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ (จากการเผาไหม้น้ำมัน ถ่านหิน และ ก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลิตพลังงาน) แหล่งพลังงานหมุนเวียนทำให้สิ่งนี้เปลี่ยนไป แต่ไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่เริ่มนำไปใช้อย่างจริงจัง

• ประชาชน 2 พันล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรโลกไม่มีไฟฟ้าใช้เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐาน เช่น แสงสว่างและการทำอาหาร การจัดหาพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและเชื่อถือได้สำหรับความจำเป็น เช่น น้ำสะอาด เครื่องอำนวยความสะดวกเพื่อการดูแลสุขภาพ ความร้อน และ แสงสว่าง เป็นหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่สุดของมนุษยชาติในปัจจุบัน

• ประเทศที่พัฒนา แล้วมีเงินทุน ทรัพยากร และ ความเชี่ยวชาญในการเริ่มต้นอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน เห็นได้ชัดเจนว่า ประเทศที่มีโครงการในอวกาศ มีระบบการศึกษาขั้นสูงที่มั่นคง และมีเงินจำนวนมากสำหรับการลงทุน ควรนำเทคโนโลยีพลังงานชนิดใหม่มาใช้งาน เพราะอยู่ในฐานะดีกว่าประเทศที่ยังต้องดิ้นรนเพื่อความต้องการพลังงานขั้น พื้นฐาน

สิ่งที่อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาก็คือ ประเทศอุตสาหกรรมมีศักยภาพดีกว่าในการปรับตัวให้เข้ากับภาวะโลกร้อน ประชากรในประเทศเหล่านั้นสามารถอพยพออกได้ง่ายกว่า สิ่งก่อสร้างใหม่ๆ (เช่น กำแพงกั้นทะเล เป็นต้น) มีคุณภาพดีกว่า และโครงสร้างทางการเงินของพวกเขามั่นคงกว่า (รวมถึงการมีประกันภัย) เราต้องพิจารณาระดับต่างๆ ในการตอบโต้กับภัยธรรมชาติของประเทศอุตสาหกรรม เช่น พายุเฮอริเคน แล้วนำไปเทียบกับประเทศที่กำลังพัฒนาที่ร่ำรวยน้อยกว่า จึงจะทราบว่าภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วโลกอย่างไม่ เท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ตาม ประเทศอุตสาหกรรมยังต้องระลึกไว้ว่าปัญหานี้จะดำเนินไปถึงจุดหนึ่ง (อาจจะถึงจุดนั้นแล้วก็ได้) ที่การปรับตัวเพียงอย่างเดียวไม่เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพด้านเงินทุน อีกต่อไป และยิ่งไปกว่านั้น อาจไปถึงจุดที่การปรับตัวให้เข้ากับภาวะโลกร้อนเพียงอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ อีกต่อไป

โดยแท้จริงแล้ว เรามีโลกใบเดียว และมีสภาพภูมิอากาศโลกระบบเดียว

ข้อมูลเพิ่มเติม

เครื่องวัดการวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศ โดยสถาบันทรัพยากรโลก

กฎหมายเพื่อสภาพภูมิอากาศ

ข้อมูลล่าสุด

 

นักกิจกรรมกรีนพีซกางป้ายผ้าบนป่าพรุที่เพิ่งถูกถางในเขตสัมปทานเยื่อกระดาษและกระดาษของบร...

ภาพ | ตุลาคม 28, 2552 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซกางป้ายผ้าบนป่าพรุที่เพิ่งถูกถางในเขตสัมปทานเยื่อกระดาษและกระดาษของบริษัท T.Arara Abadi-siak ซึ่งเป็นของ Asia Pulp and Paper (APP) ในคาบสมุทรกัมปาร์ จังหวัดรีอาล กรีนพีซรณรงค์ต่อต้านการทำลายป่าพรุของคาบสมุทรกัมปาร์โดยอุตสาหกรรมเยื...

ผู้นำสหภาพยุโรปต้องช่วยยุดโฮโยโนปกป้องป่าอินโดนีเซีย

เรื่องราว | ตุลาคม 28, 2552 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซวางป้ายผ้าขนาด 20x50 เมตร ที่มีรูปของนายกรัฐมนตรีแอนเจอลา เมอร์เคล แห่งเยอรมนี และประธานาธิบดีนิโคลาส ซาร์โคซี แห่งฝรั่งเศส บนป่าพรุที่ถูกถางเมื่อเร็วๆ นี้ บนเกาะสุมาตรา ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป ที่เริ่มขึ้นในกรุงบรัสเซล...

ค่ายผู้พิทักษ์ป่าเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน

เรื่องราว | ตุลาคม 27, 2552 ที่ 6:00

วันนี้กรีนพีซประกาศสร้างค่ายพิทักษ์ป่า ณ ใจกลางป่าฝนเขตร้อนของอินโดนีเซีย และจะประจำอยู่ที่นั่นหลายสัปดาห์เพื่อชี้ประเด็นเร่งด่วนว่าการทำลายป่านั้นมีบทบาทในการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตราย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะมีการกล่าวถึงใ...

นักกิจกรรมกรีนพีซ และประชาชนท้องถิ่น 200

ภาพ | ตุลาคม 26, 2552 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซ และประชาชนท้องถิ่น 200 คน ร่วมประเพณีท้องถิ่น เพื่อต้อนรับ “ค่ายผู้พิทักษ์ป่า” ที่เพิ่งร่วมกันสร้างเสร็จ ณ คาบสมุทรกัมปาร์ บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ที่กำลังถูกคุกคาม ค่ายนี้สร้างขึ้นเพื่อชี้ประเด็นเร่งด่วนว่าการทำลายป่านั้นมีบ...

นักกิจกรรมกรีนพีซ และประชาชนท้องถิ่น 200

ภาพ | ตุลาคม 26, 2552 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซ และประชาชนท้องถิ่น 200 คน ร่วมประเพณีท้องถิ่น เพื่อต้อนรับ “ค่ายผู้พิทักษ์ป่า” ที่เพิ่งร่วมกันสร้างเสร็จ ณ คาบสมุทรกัมปาร์ บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ที่กำลังถูกคุกคาม ค่ายนี้สร้างขึ้นเพื่อชี้ประเด็นเร่งด่วนว่าการทำลายป่านั้นมีบ...

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ

ภาพ | ตุลาคม 24, 2552 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ “ASEAN : U turn the Earth”หรือ “อาเซียน สามารถยูเทิร์นโลกได้” ไปบนถนนเพชรเกษม เพื่อไปสู่สถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 กรีนพีซท้าทายผู้นำอาเซียนให้แสดงบทบาทความเป็นผู้นำร่วมกั...

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ

ภาพ | ตุลาคม 24, 2552 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ “ASEAN : U turn the Earth”หรือ “อาเซียน สามารถยูเทิร์นโลกได้” ไปบนถนนเพชรเกษม เพื่อไปสู่สถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 กรีนพีซท้าทายผู้นำอาเซียนให้แสดงบทบาทความเป็นผู้นำร่วมกั...

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ

ภาพ | ตุลาคม 24, 2552 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ “ASEAN : U turn the Earth”หรือ “อาเซียน สามารถยูเทิร์นโลกได้” ไปบนถนนเพชรเกษม เพื่อไปสู่สถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 กรีนพีซท้าทายผู้นำอาเซียนให้แสดงบทบาทความเป็นผู้นำร่วมกั...

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ

ภาพ | ตุลาคม 24, 2552 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ “ASEAN : U turn the Earth”หรือ “อาเซียน สามารถยูเทิร์นโลกได้” ไปบนถนนเพชรเกษม เพื่อไปสู่สถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 กรีนพีซท้าทายผู้นำอาเซียนให้แสดงบทบาทความเป็นผู้นำร่วมกั...

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ

ภาพ | ตุลาคม 24, 2552 ที่ 6:00

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์โดยกลิ้งลูกโลกยักษ์พร้อมข้อความ “ASEAN : U turn the Earth”หรือ “อาเซียน สามารถยูเทิร์นโลกได้” ไปบนถนนเพชรเกษม เพื่อไปสู่สถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 กรีนพีซท้าทายผู้นำอาเซียนให้แสดงบทบาทความเป็นผู้นำร่วมกั...

91 - 100 ของ 711 ผล