ยุโรป

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก สหภาพยุโรป (EU) ต้องเป็นผู้นำในความพยายามของนานาชาติเพื่อยุติภาวะโลกร้อน จนถึงปัจจุบัน สหภาพยุโรปได้แสดงวิสัยทัศน์ในประเด็นโลกร้อน ได้แก่ การนำจุดยืนเรื่องการจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าระดับยุคก่อนอุตสาหกรรมมาใช้ปฏิบัติ และการสนับสนุนพิธีสารเกียวโตอย่างต่อเนื่องแม้จะถูกโจมตี (นำโดยสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และ กลุ่มประเทศผลิตน้ำมันโอเปค เป็นหลัก)อย่างไรก็ตามกรีนพีซเป็นห่วงว่าสหภาพยุโรปมีพันธะที่ไม่เป็นกลางเพียงพอต่อนโยบายโดยรวมของตนในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน สหภาพยุโรปไม่สนับสนุนพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นวิธีการที่ถูกที่สุด ปลอดภัยที่สุด รวดเร็วที่สุด แน่นอนที่สุด และ เป็นที่ยอมรับทางสิ่งแวดล้อมและสังคมมากที่สุด ในการบรรลุการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงาน สหภาพยุโรปได้เดินหน้าใช้เงินจำนวนมหาศาลอย่างเปล่าประโยชน์ในการสนับสนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานนิวเคลียร์  ในเรื่องก๊าซที่มีฟลูออรีนเป็นองค์ประกอบซึ่งทำลายภูมิอากาศนั้น สหภาพยุโรปยังต้องแสดงความตั้งใจในการดำเนินการทางการเมืองที่จะใช้ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อภูมิอากาศแทนก๊าซกลุ่มดังกล่าว

สหภาพยุโรปได้ลงมือปฏิบัติตามเป้าหมายที่กำหนดขึ้นภายใต้พิธีสารเกียวโตในช่วงผูกมัดพ.ศ. 2551-2555 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 8% เมื่อเทียบกับระดับพ.ศ. 2533

อย่างไรก็ตามพิธีสารเกียวโตเพียงอย่างเดียวจะไม่ยุติภาวะโลกร้อน สหภาพยุโรปจึงต้องเริ่มเจรจาเกี่ยวกับกลยุทธ์สภาพภูมิอากาศหลัง พ.ศ. 2555 (หลังพิธีสารเกียวโต) กรีนพีซสนับสนุนการใช้พิธีสารเกียวโตเป็นหนทางไปสู่กรอบการทำงานหลังพ.ศ. 2555 และกระตุ้นให้สหภาพยุโรปมีพันธะต่อสิ่งต่อไปนี้

•    เป็นผู้นำด้านภาวะโลกร้อนต่อไปโดยแสดงความเต็มใจและตั้งใจที่จะเดินหน้าผลักดันพิธีสารเกียวโตระยะผูกมัดที่ 2

•    ปฏิบัติตามเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ผูกมัดตามกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับการจำกัดการเพิ่มอุณหภูมิให้อยู่ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งหมายถึงการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างน้อย 15% ภายในพ.ศ. 2558 และอย่างน้อย 30% ภายในพ.ศ. 2563 (เมื่อเทียบกับระดับพ.ศ. 2533)

•    มีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการบรรลุการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 80% ภายในพ.ศ. 2593 (เมื่อเทียบกับระดับพ.ศ. 2533)

•    สร้างความมั่นใจว่าการปฏิบัติในทุกส่วนของนโยบาย (โดยเฉพาะส่วนพลังงาน การขนส่ง การเกษตร สารเคมี และ การพัฒนา) จะนำไปสู่อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส

ประธานาธิบดีที่เป็นประมุขของรัฐในสหภาพยุโรปได้เริ่มก้าวแรกไปในทางที่ถูกต้องในเดือนมีนาคม 2548 อ่านข่าวสำหรับตีพิมพ์ของเรา (ไฟล์ PDF)

ในขณะที่ต้องมุ่งความพยายามอย่างสูงไปที่การทำให้ออสเตรเลีย และผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเทศหลัก คือ สหรัฐอเมริกา ให้สัตยาบันในพิธีสารเกียวโต สหภาพยุโรปไม่ควรรีรอ แต่ควรกำหนดเป้าหมายของตนเองให้เลย พ.ศ. 2555 ไปอีก เป็นสิ่งสำคัญที่จะไม่ปล่อยให้การนิ่งเฉยของสหรัฐขัดขวางประเทศอื่นในโลกในการก้าวไปข้างหน้า

ข้อเสนอแนะด้านนโยบายสำหรับสหภาพยุโรปสรุปได้ดังนี้

•    ลงมือปฏิบัติตามเป้าหมายระยะยาวอันแรงกล้าที่ผูกมัดตามกฎหมาย โดยหันไปใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนและลดการบริโภคพลังงาน

•    กำจัดข้อกีดกันในตลาด ซึ่งยับยั้งการเติบโตของพลังงานสะอาด รวมทั้งยุติการสนับสนุนแหล่งพลังงานสกปรก (เชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานนิวเคลียร์)

•    ปฏิรูปหน่วยงานบริการสินเชื่อเพื่อการส่งออก (ECA) เพื่อให้หน่วยงานนี้ให้ความสำคัญกับโครงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานมาเป็นลำดับแรก การสนับสนุนด้านการเงินสำหรับภาคพลังงานจะต้องครอบคลุมถึงเป้าหมายการยกระดับให้พลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งพลังงานสมัยใหม่ที่น่าเชื่อถือสำหรับใช้งานกับสายส่งไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมและที่พักอาศัย

•    กำหนดเวลาเลิกใช้ก๊าซกลุ่มที่มีฟลูออรีนเป็นองค์ประกอบซึ่งมีอันตรายสูงมากอย่างรวดเร็ว ในอุปกรณ์ทุกชนิด (เครื่องทำความเย็น เครื่องปรับอากาศ โฟม ฯลฯ)

ข้อมูลเพิ่มเติม

เว็บไซต์หน่วยงานยุโรปของกรีนพีซในเรื่อง ภูมิอากาศ และ พลังงาน

เปิดโปง การสนับสนุนพลังงานสกปรกของสหภาพยุโรป (รายงานในไฟล์ PDF)

ข้อมูลล่าสุด

 

ดัชนีวัดขีดความสามารถในการกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยปี 2558

รายการบล็อก จาก ธารา บัวคำศรี | ธันวาคม 14, 2558

ทุกๆ ปี ก่อนการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Conference of the Parties) Germanwatch (ซึ่งเป็นกลุ่มภาคประชาสังคมที่ทำหน้าที่ส่งเสริมความเท่าเทียมกันและปกป้องวิถีการดำรงชีวิตในระดับโลกมาตั้งแ...

มัจจุราชในความเงียบ

สิ่งพิมพ์ | ธันวาคม 8, 2558 ที่ 7:00

เขตคุ้มครองธรรมชาติแห่งอาร์กติก

สิ่งพิมพ์ | พฤศจิกายน 30, 2558 ที่ 7:00

หลายประเทศที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรอาร์กติกต่างลุกขึ้นมาอ้างสิทธิ์ในทรัพยากรอันมีค่าที่ค้นพบในชายแดนของชาติตนเอง อีกทั้งยังได้ยื่นคำร้องขอขยายพื้นที่ใต้ทะเลที่อยู่ในเขตขั้วโลกเหนืออีกด้วย รัฐบาลและอุตสาหกรรมต่างๆ มองการเปิดพื้นที่อาร์กติกเป...

จากไทยถึง COP21 ที่ปารีส: ภัยแล้งจากโลกร้อน ภัยร้ายที่รัฐต้องเอาจริง

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤศจิกายน 29, 2558

น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุไต้ฝุ่น ฤดูหนาวที่หายไป และภัยพิบัติที่รุนแรง สิ่งเหล่านี้คือภัยคุกคามจากวิกฤตโลกร้อนที่คนไทยกำลังเผชิญ และนับวันจะยิ่งทวีความเลวร้ายหากไม่มีการดำเนินการอย่างถูกต้องในระดับนโยบายด้วยการร่วมมือของรัฐบาลจากประเทศต่างๆ...

เสียงจากพิษณุโลกถึงปารีส (The Global Climate March 2015)

แกลเลอรี่ภาพ | พฤศจิกายน 29, 2558

COP21: 5 เรื่องที่ต้องรู้เพื่อนับถอยหลังก่อนการประชุมสุดยอดเจรจาโลกร้อนที่ปารีส

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ แปลและเรียบเรียง | พฤศจิกายน 26, 2558

โลกกำลังจับตามองว่าทิศทางการแก้ไขและรับมือกับวิกฤตโลกร้อนระดับโลกจะเป็นเช่นไรในการประชุม COP21 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน - 11 ธันวาคม 2558 นี้ แต่ก่อนจะถึงวันนี้ลองมา ทำความรู้จักกับ COP21 กันสักนิด  ว่าการประชุมเจรจานี้มีความสำค...

การลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหินของประเทศไทย และทางออกของพลังงานที่ชุมชนเลือก

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤศจิกายน 19, 2558

จากรายงาน “ต้นทุนชีวิต: โรงไฟฟ้าถ่านหินกับภัยคุกคามต่อสุขภาพของคนไทย”  โรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย แผนพีดีพียังไม่ได้รวมโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดเล็ก มีเพียงแค่ขนาดใหญ่ที่มีกำลังผลิตมากกว่า 50 เมกะวัตต์ และฐานข้อมูลที่ประเทศไทยบนฐานข้อมูลโลกค...

ต้นทุนชีวิตโรงไฟฟ้าถ่านหิน ราคาที่แท้จริงของถ่านหินกับภัยต่อสุขภาพ

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤศจิกายน 19, 2558

ถ่านหินคือพลังงานที่มีต้นทุนถูกที่สุดจริงหรือ? แล้วต้นทุนที่แลกมาด้วยการสูญเสียชีวิตก่อนวัยอันควร สิ่งแวดล้อมที่ถูกทําลาย สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน และผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเราต้องจ่ายให้กับการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่คุ้มกับการเสียแ...

41 - 50 ของ 811 ผล