พิธีสารเกียวโต - หลุมพรางที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่าพิธีสารเกียวโตจะเป็นบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับเดียวที่จำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน แต่พิธีสารเกียวโตยังห่างไกลจากความสมบูรณ์อยู่มาก และอาจมีช่องโหว่เกิดขึ้นได้ การเจรจาเป็นเวลาหลายปีทำให้ช่องโหว่เหล่านี้ถูกปิดและจำกัดลง แต่ยังเหลือมากพอที่จะทำให้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีประสิทธิภาพด้อยลงหากนานาชาติไม่ระแวดระวัง

กลไกการค้าต่างๆ ของพิธีสารเกียวโตต้องอาศัยโครงสร้างที่มั่นคง และ "มีเกราะป้องกันการรั่วไหล" ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เป็นที่ปรารถนามาก ซึ่งรวมถึงมีระบบบัญชีในประเทศและระบบการควบคุมระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมได้ ในขอบเขตหนึ่งกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) อยู่นอกโครงสร้างนี้เนื่องจากมันคือการสร้างความมั่นใจว่าโครงการต่างๆ ในประเทศกำลังพัฒนาสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์พื้นฐานที่สมมติฐานขึ้น นั่นคือ "อะไรจะเกิดขึ้นหากปราศจากโครงการเหล่านั้น" กลไกการพัฒนาที่สะอาดไม่เหมือนกลไกการค้าและการนำไปปฏิบัติร่วมกัน (JI) เนื่องจากมันอนุญาตให้ประเทศใน Annex B (ประเทศอุตสาหกรรม) เพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมได้เพราะได้รับ "เครดิต" จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศกำลังพัฒนา  

ปัญหาเหล่านี้หมายความว่ามีความจำเป็นอย่างฉับพลันที่วิธีการของโครงการ CDM นั้นต้องรัดกุมและทำให้บรรลุประโยชน์ต่างๆ สำหรับสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริง การโต้เถียงหลายครั้งใน 7 ปีที่ผ่านมานั้นเกี่ยวกับการดำรงรักษาบูรณภาพของโครงสร้างนี้ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผลลัพธ์โดยรวม คือ พื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการสร้างความก้าวหน้าในอนาคต ข้อด้อยที่สำคัญที่สุดของโครงสร้างนี้ คือ การสร้างเครดิตจาก "การดูดซับคาร์บอน" ซึ่งเป็นการชดเชยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยคาร์บอนไดออกไซต์จากวัสดุอินทรีย์ที่ยังไม่ถูกปล่อยออกมา ซึ่งทำให้คาร์บอนไดออกไซต์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลถูกปล่อยออกสู่พื้นผิวโลกมากขึ้นในนามของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ปัญหาของ "การดูดซับ" คาร์บอน

ภายใต้ข้อกำหนดของพิธีสารเกียวโต การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินเฉพาะด้าน และกิจกรรมเกี่ยวกับป่าไม้ ซึ่งสามารถกำจัดคาร์บอนได้สามารถนับเป็นการดำเนินการให้บรรลุข้อผูกมัดด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้พิธีสารเกียวโต ทฤษฎีก็คือ หากคาร์บอน 1 ตันถูกกักเก็บไว้ในต้นไม้ (หรือที่เรียกว่า "การดูดซับ" คาร์บอน) ดังนั้นถึงถูกจำกัดออกไปจากบรรยากาศ ดังนั้นประเทศนั้นๆ จะได้รับการอนุญาติให้ปล่อยคาร์บอน 1 ตันออกสู่บรรยากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล 

ทฤษฎีทั้งหมด นั่นคือ การสร้าง "การดูดซับ" ในป่า ต้นไม้ และดิน ซึ่งทำให้คาร์บอนไดออกไซต์ถูกกำจัดออกจากระบบภูมิอากาศ เพื่อชดเชยก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ถูกปล่อยออกมามากกว่านั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก โชคไม่ดีที่คาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ในต้นไม้ ไม่ถูกกำจัดออกจากบรรยากาศ และเป็นไปได้สูงว่าคาร์บอนไดออกไซต์ 1 ตันที่นับว่าถูกกักเก็บไว้ในต้นไม้ต้นนั้นจะหาทางกลับออกสู่บรรยากาศในที่สุด ผลที่ได้ก็คือภาระของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ถูกเปลี่ยนมือไปยังคนรุ่นต่อไป

อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักก็คือ การใช้การดูดซับคาร์บอนต้องไม่เบี่ยงเบนทรัพยากรทางการเมืองและการเงินไปจากหน้าที่หลักของมันก็คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ในความเป็นจริงแล้ว การดูดซับคาร์บอนไม่แม้แต่จะ "ซื้อเวลาให้เรา" เหมือนที่บางคนโต้แย้ง หากประเทศอุตสาหกรรมไม่บรรลุการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากในเวลาอันใกล้ เราอาจสูญเสียความสามารถในการหลีกเลี่ยงภาวะโลกร้อนที่อันตราย

เป้าหมายของพิธีสารเกียวโต คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ใช่การสร้างกลไลเพื่อหลีกเลี่ยงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้น กรีนพีซจึงพยายามหาทางลดการใช้การดูดซับคาร์บอนในพิธีสารเกียวโตให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเราได้สังเกตเห็นว่าหลายประเทศได้ให้ปฏิญาณที่จะไม่หาประโยชน์จากช่องโหว่นี้โดยเด็ดขาด

เราทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อรักษาความซื่อสัตย์ของรัฐบาลต่างๆ เอาไว้ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลได้กดดันอยู่เสมอให้ "เลือกทางออกง่ายๆ" โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแผ่นกระดาษเท่านั้น แม้ว่าทางออกดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ระยะสั้นให้กับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอย่างดี แต่มันจะสร้างหายนะในระยะยาว อ่านวิธีที่คุณสามารถช่วยได้ในหน้า ลงมือทำ

กลับไปหน้า พิธีสารเกียวโต

ข้อมูลล่าสุด

 

ต้อง “ยุติ” ถ่านหินกระบี่ โดยที่ประชาชนไม่ต้อง “ภาวนา”

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | ธันวาคม 1, 2559

การต่อสู้เพื่อยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ของภาคประชาชนในนามเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ในที่สุดต้องมาถึงขั้นที่ประชาชนต้องออกมา “ภาวนา” เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรักษาคำมั่นที่ให้ไว้ และผลักดันให้กระบี่เดินหน้าพลังงานหมุนเ...

ฉันรอดจากพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดที่เคยโจมตีฟิลิปปินส์ แต่ครอบครัวของฉันเสียชีวิต

รายการบล็อก จาก โจอันนา ซัสเทนโต | พฤศจิกายน 16, 2559

ลองคิดภาพตามดูนะ.. “ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนจะเคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์ในสุดสัปดาห์นี้ พร้อมกับลมแรงถึง 200 ไมล์ต่อชั่วโมง...” ABC World News กล่าว คู่สามีภรรยาสูงวัยเดินผ่านเศษซากที่โดนพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนทำให้เสียหาย...

Samsung Galaxy Note 7 จำนวน 4.3 ล้านเครื่องจะกลายเป็นขยะกองมหึมาหรือไม่?

รายการบล็อก จาก Jude Lee | พฤศจิกายน 10, 2559

เนื่องจากกรณีที่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เกิดการระเบิดกว่า 100 เครื่องทั่วโลก ขณะนี้ซัมซุงกำลังพิจารณาว่าจะทิ้งสมาร์ทโฟนรุ่น Galaxy Note 7 เครื่องใหม่จำนวน 4.3 ล้านเครื่อง ซึ่งนั่นคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเทคโนโลยีระดับสูงจำนวน 730,000...

การปรับตัวที่เลี่ยงไม่ได้ - เหตุผลที่เราต้องลงมือทำอย่างทันท่วงทีเพื่อให้อุณหภูมิเฉลี่...

รายการบล็อก จาก เจนนิเฟอร์ มอร์แกน | พฤศจิกายน 9, 2559

เมื่อปีที่แล้ว ผู้นำจาก 197 ประเทศลงมติยอมรับข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ ความตกลงปารีส (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเมื่อวันที่4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้เริ่มมีผลบัง...

โซลาร์เซลล์ จุดเริ่มต้นชุมชนเข้มแข็งเพื่ออนาคตสีเขียว

รายการบล็อก จาก พิชามญชุ์ รักรอด | พฤศจิกายน 8, 2559 1 ความคิดเห็น

ท่ามกลางความประหวั่นพรั่นพรึงของมนุษย์โลกในเรื่องภัยธรรมชาติอันเกิดจากอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น ในอนาคต พลังงานแสงอาทิตย์จึงอาจจะไม่ได้มีสภาพเป็น “พลังงานทางเลือก” อย่างที่เป็น แต่อาจจะกลายเป็น “พลังงานทางหลัก” ที่จะเข้ามาแทนที่ถ่านหิ...

อนาคตสดใส ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่าไฟฟ้าจากถ่านหิน

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | ตุลาคม 29, 2559

ล่าสุดทบวงพลังงานโลก หรือ IEA (International Energy Agency) ได้เผยออกมาใน รายงานการผลิตพลังงานของปี 2558  ว่า ในปีที่ผ่านมาไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้ทั่วโลกมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับไฟฟ้าจากถ่านหิน...

คำสอนจากพ่อ - “ต้องเผาน้อยลงและต้องปลูกต้นไม้มากขึ้น” แนวคิดก้าวหน้าแก้ปัญหาโลกร้อน...

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | ตุลาคม 19, 2559

“ถ้าดูในโลกก็เห็นได้ว่าความวุ่นวายนานาประการ ทั้งในด้านที่มนุษย์ทำ ทั้งในด้านที่ธรรมชาติทำ ในระยะหลังๆ นี้ก็ดูได้ว่ามีภัยธรรมชาติทั่วโลก เพราะว่าสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เขาบอกว่าเพราะว่ามีสารคาร์บอนขึ้นไปในอากาศมาก จะทำให้เหมือนเป็นตู้กร...

เครือข่ายปกป้องอันดามันฯทวงคำสัญญา "3ปีกระบี่พลังงานหมุนเวียนเต็มร้อย"จากนายกฯ ต.ค.นี้

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | กันยายน 30, 2559

“ขอแค่รัฐตกลงทำตามข้อเรียกร้องให้โอกาสกระบี่พิสูจน์ตนเองเรื่องพลังงานหมุนเวียน หากสามปีทำไม่ได้ค่อยมาพูดเรื่องโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินว่าจะสร้างหรือไม่ สามปีไม่ได้ทำให้ประเทศนี้หายนะ แต่เป็นการสร้างมิติใหม่เป็นนวัตกรรมให้กับประเทศ...

1 - 10 ของ 854 ผล