สหประชาชาติ

สหประชาชาติมีบทบาทสำคัญในการประสานงานในเรื่องการตอบสนองกับปัญหาภาวะโลกร้อนในระดับนานาชาติ แต่เป็นงานยากที่จะได้รับความร่วมมือและความเห็นด้วยจากประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ 191 ประเทศ ซึ่งทุกประเทศตั้งใจที่จะดำเนินการตามสิ่งที่ตนต้องการและนโยบายของตน แม้ว่าหลักฐานจะแสดงให้เห็นชัดเจนว่าหากล้มเหลวในการลงมือปฏิบัติจะทำให้เกิดหายนะสำหรับทุกประเทศ

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC)

IPCC ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2531 โดยองค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ในเวลานั้นเป็นที่ยอมรับกันว่าภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นสำคัญ และผู้นำโลกต้องได้รับคำแนะนำเชิงวิทยาศาสตร์ที่ปราศจากอคติ เป็นอิสระจากประเด็นสนใจของประเทศและอิทธิพลของภาคอุตสาหกรรม 

บทบาทของ IPCC คือการให้คำแนะนำแก่ผู้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับสภาวการณ์ปัจจุบันขององค์ความรู้และให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน IPCC ไม่ได้ดำเนินการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นผู้ทบทวนรายงานหลายพันชิ้นเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนที่ตีพิมพ์ในสิ่งพิมพ์ที่ได้รับการพิจารณาตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer reviewed) ในทุกๆ ปี และเป็นผู้สรุป "สถานะขององค์ความรู้" เรื่องภาวะโลกร้อนในรายงานการประเมินซึ่งตีพิมพ์ทุกๆ 5 ปี หรือมากกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญประมาณ 1,000 คนจากทั่วโลกมีส่วนในการจัดทำร่างรายงานการประเมินฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2544) และผู้เชี่ยวชาญประมาณ 2,500 คนมีส่วนร่วมในการทบทวนรายงานดังกล่าว ส่วนรายงานการประเมินฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2550) ได้รับการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ 2,500 คน นอกจากนี้ IPCC ยังตีพิมพ์รายงานจำนวนมากที่รัฐบาล องค์กรระหว่างรัฐบาล (หรือการเจรจาระหว่างประเทศ) ต่างๆ ร้องขอ

IPCC แบ่งออกเป็นคณะทำงาน 3 คณะ คณะทำงานแรก "ประเมินแง่มุมทางวิทยาศาสตร์ของระบบภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน"  ซึ่งหมายถึงการรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน นั่นคือ ภาวะโลกร้อนกำลังเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ทำไมจึงเกิดขึ้น และ เกิดขึ้นเร็วมากเพียงใด คณะทำงานที่ 2 "ประเมินความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจ-สังคมและระบบทางธรรมชาติ ที่มีผลต่อภาวะโลกร้อน ผลกระทบทางบวกและลบของภาวะโลกร้อน และทางเลือกในการปรับตัวให้เข้ากับมัน" นั่นคือ การพิจารณาว่าภาวะโลกร้อนระดับใดที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงใดที่อาจช่วยลดผลกระทบเหล่านั้น คณะทำงานที่ 3 "ประเมินทางเลือกในการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการลดความรุนแรงของภาวะโลกร้อน" ซึ่งหมายถึงการพิจารณาตรวจสอบหาวิธีการที่สามารถยุติภาวะโลกร้อนที่มีสาเหตุจากมนุษย์ หรืออย่างน้อยก็ทำให้ช้าลง

กรีนพีซพึ่งพารายงานของ IPCC เป็นอย่างมาก ในฐานะพื้นฐานของการรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศในระดับนานาชาติ

ไปที่หน้า ความเห็นร่วมกันในทางวิทยาศาสตร์  เพื่ออ่านการสรุปของบทสรุปล่าสุดของ IPCC

อ่าน ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการประเมินล่าสุดของ IPCC

ไปที่ เว็บไซต์ของ IPCC เพื่ออ่านเนื้อหาฉบับเต็มของรายงานการประเมินฉบับที่ 4

กรอบอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

UNFCCC  ได้รับการเห็นพ้องในการประชุมสุดยอดของโลก (Earth Summit) ในกรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในพ.ศ. 2535 และตั้งแต่นั้นมาได้รับการให้สัตยาบันโดย 189 ประเทศ วัตถุประสงค์สูงสุดของ UNFCCC คือ

"การรักษาระดับความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศให้คงที่ในระดับที่สามารถป้องกันการแทรกแซงระบบภูมิอากาศโดยมนุษย์ ระดับดังกล่าวควรบรรลุให้ได้ภายในเวลาที่สามารถทำให้ระบบนิเวศปรับตัวเข้ากับภาวะโลกร้อนได้โดยธรรมชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการผลิตอาหารจะไม่ถูกคุกคาม และเพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจดำเนินต่อไปในแบบยั่งยืน

อนุสัญญานี้ระบุต่อไปว่า

"ฝ่ายต่างๆ ควรปกป้องระบบภูมิอากาศเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติในปัจจุบันและอนาคต บนพื้นฐานของความเสมอภาค และสอดคล้องกับความรับผิดชอบร่วมกัน แต่เป็นความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายและความสามารถที่ลดหลั่นเป็นลำดับ ดังนั้นประเทศที่พัฒนาแล้วควรเป็นผู้นำในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนและผลกระทบด้านลบของมัน

( อนุสัญญาฉบับเต็ม)

UNFCCC มีความหมายเหมือนชื่อของมัน คือ เป็นอนุสัญญา "กรอบการทำงาน" และจำเป็นต้องมีวิธีการทางกฎหมายในการสนับสนุน (เช่นพิธีสารต่างๆ) เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อนุสัญญานี้มีเป้าหมายแบบไม่ผูกมัด ซึ่งเรียกร้องให้ประเทศอุตสาหกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือเท่ากับระดับพ.ศ. 2533 ภายในพ.ศ. 2543 อย่างไรก็ตามภายในพ.ศ. 2538 ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเป้าหมายโดยสมัครใจนี้ไม่เพียงพอ ดังนั้นในพ.ศ. 2538 ประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญากรอบการทำงานแห่งสหประชาชาติซึ่งตระหนักถึงความจำเป็นของการใช้อีกวิธีการหนึ่ง ได้จัดตั้งกระบวนการในการเจรจาเพื่อพิธีสารที่มีเป้าหมายผูกมัดและกำหนดเวลา "ในฐานะเป็นเรื่องเร่งด่วน" ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ พิธีสารเกียวโต ซึ่งได้รับความเห็นพ้องในเดือนธันวาคม 2540 และในที่สุดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2548

การประชุมประจำปีของอนุสัญญาฯ เรียกว่า การประชุมสมัชชาภาคี (Conference of Parties; COPS) การประชุมนี้ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เข้าร่วม ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐบาล นักวิ่งเต้นจากภาคอุตสาหกรรม กรีนพีซ และ อีกหลายๆ กลุ่ม ฝ่ายต่างๆ ส่วนมากกำลังแสวงหาหนทางก้าวหน้าอย่างแท้จริง แม้กระทั่งมองเลยพิธีสารเกียวโตไป แต่ก็มักมีกลุ่มผลประโยชน์เฉพาะอย่างมหาศาลจากการดำเนินการต่อเนื่องของอุตสากรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ตัวแทนจากรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ บุช และกลุ่มประเทศโอเปค ที่มีเป้าหมายหลัก คือ การขัดขวางอนุสัญญาฯ และกีดกันความก้าวหน้าที่แท้จริงของประเด็นโลกร้อน

ข้อมูลล่าสุด

 

ต้นทุนที่แท้จริงของถ่านหิน

สิ่งพิมพ์ | กุมภาพันธ์ 11, 2559 ที่ 7:00

การเผาไหม้ถ่านหินมีมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ และถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงตามที่ได้มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 1653 ซึ่งใช้ในการขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมโดยเริ่มจากประเทศสหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรก และขยายไปทั่วทั้งโลกในเวลาต่อมา โรงไฟฟ้าถ่านหินแห...

ประชาชนหรือผลประโยชน์ สิ่งที่ภาครัฐต้องเลือกบนชะตากรรมของพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมกระบี่

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | มกราคม 27, 2559

“ทำไมความถูกต้องชอบธรรมต้องแลกมาด้วยการต่อรอง เรียกร้อง ประท้วง ตลอดมา” เชื่อว่านี่เป็นคำถามที่ก้องอยู่ในใจคนไทยมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุน กลุ่มอุตสาหกรรม...

พื้นที่คุ้มครอง”สิ่งแวดล้อม”กระบี่ กำลังจะถูกเปลี่ยนให้คุ้มครอง”ถ่านหิน”

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | มกราคม 25, 2559

รู้กันหรือยัง..?  ว่าพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ กำลังจะถูกแก้ไข ถ้อยคำในประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมกระบี่ฉบับใหม่  เพื่อเอื้อให้  กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยเดินหน้า โครงการ โรงไฟฟ้าถ่านหินกร...

หรือปี 2559 จะเป็นปีที่เรายุติยุคถ่านหินได้…?

รายการบล็อก จาก Kelly Mitchell | มกราคม 21, 2559

ขณะที่เรากำลังเริ่มต้นปี 2559 ประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาในฐานะที่เป็นผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของโลกก็ได้เริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยการลดการใช้พลังงานถ่านหิน จึงทำให้เราเริ่มตั้งคำถามว่า หรือปี 2559 นี้จะเป็นปีที่เรายุติยุคถ่านหินได...

ไม่จบ! บริษัทกระดาษกับแผนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่คุกคามลุ่มน้ำบางปะกง

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | มกราคม 13, 2559

มันมาอีกแล้ว! ชุมชนเจ็บแต่บริษัทกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ ไม่ยอมจบ กลับมาอีกครั้งกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อนของบริษัทกระดาษ ดั๊บเบิ้ล เอ ครั้งที่ 3 หลังจากคชก.ไม่อนุมัติรายงานฉบับล่าสุดเมื่อปี 2556  ต้องให้ชาวฉะเชิงเทราคัด...

คณะกรรมการศึกษาการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งการต่อส...

รายการบล็อก จาก จริยา เสนพงศ์ | มกราคม 8, 2559

บนเส้นทางการต่อสู้ 4 ปี เพื่อคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้ปักธงแห่งความสำเร็จชิ้นสำคัญ หลังจากการต่อสู้ด้วยการ "อดอาหาร" 14 วัน เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา  จากถนนหน้ากระทรว...

ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5)จากโรงไฟฟ้าถ่านหินคือภัยคุกคามสุขภาวะของคนไทย

รายการบล็อก จาก จริยา เสนพงศ์ และ ธารา บัวคำศรี | มกราคม 5, 2559

กรณีการวิพากษ์รายงาน “ ต้นทุนชีวิต: โรงไฟฟ้าถ่านหินกับภัยคุกคามต่อสุขภาพของคนไทย ” ในประเด็นผลกระทบสุขภาพจากถ่านหินผ่านสื่อต่างๆ และการที่ กฟผ. ยืนยันว่า โรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผ. มีเทคโนโลยีทันสมัยและการควบคุมมลภาวะที่ดีกว่ามาตรฐานกฎหมาย...

ย้อนรอยข่าวสิ่งแวดล้อมเด่นปี 2558

รายการบล็อก จาก ธารา บัวคำศรี | ธันวาคม 29, 2558

ตลอดช่วงปี 2558 นี้ มีสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นมากมายหลายหลากประเด็น ซึ่งแต่ละประเด็นปัญหานั้นล้วนเกิดขึ้นต่อเนื่องมายาวนาน และยังคงส่งผลต่อไปในอนาคตหากยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและเหมาะสม ก่อนจะผ่านพ้นปี 2558...

1 - 10 ของ 727 ผล