สภาพอากาศรุนแรง

มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงต่างๆ เช่น พายุเฮอริเคน น้ำท่วม ความแห้งแล้ง และ คลื่นความร้อน กำลังเกิดบ่อยขึ้นเนื่องจากภาวะโลกร้อน การริเริ่มด้านการเงินของโครงการด้านสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้คำนวณค่าเสียหายทางเศรษฐกิจจากภาวะโลกร้อนเมื่อเร็วๆ นี้ว่ากำลังเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทุกๆ ทศวรรษ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหายนะต่างๆ มีจำนวนทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นจาก 740 ล้านคนในทศวรรษ 1970 ไปถึง 2 พันล้านคนในทศวรรษ 1990 โดยผู้คนหลายล้านคนนี้หนาแน่นในประเทศยากจนแม้จะเป็นเรื่องยากที่จะให้เหตุผลว่าสภาพอากาศรุนแรงใดๆ ก็ตามเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่เป็นที่ยอมรับกันว่าภาวะโลกร้อนก่อให้เกิดสภาพอากาศรุนแรงตามมา หากพูดอย่างกว้างๆ สภาพอากาศรุนแรงเกิดขึ้นเพราะภาวะโลกร้อนกำลังใส่พลังงาน (ความร้อน) มากขึ้นเข้าสู่ระบบอากาศของโลก พลังงานนี้ทำให้ระบบทั้งระบบเคลื่อนไหวเร็วขึ้น ทำให้พายุเพิ่มจำนวนและทวีความรุนแรงขึ้น

ดูภาพสไลด์ เกี่ยวกับสภาพอากาศรุนแรง

คลื่นความร้อน

เปลวเพลิงกินพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้างในเมืองมองตาลวาว โปรตุเกส โปรตุเกสได้ประกาศให้ไฟป่าครั้งนี้เป็นหายนะระดับชาติหลังเกิดไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุด 2 ครั้งที่ไม่เคยมีมามากกว่า 2 ทศวรรษในพ.ศ. 2546 ซึ่งคร่าคน 9 ชีวิต ทำให้ป่าหลายเฮคเตอร์ลุกเป็นไฟ และทำลายบ้านเรือนจำนวนมาก

แม้ผู้คนจะตายเพราะความหนาวเย็นน้อยลง แต่จำนวนคนที่ตายเพราะความร้อนที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนนั้นสูงกว่ามาก คลื่นความร้อนในยุโรปในพ.ศ. 2546 ได้คร่าประชาชน 14,800 ชีวิตในฝรั่งเศสเพียงประเทศเดียว และมากกว่า 30,000 คนทั่วทวีปยุโรป สถาบันสุขภาพแห่งชาติฝรั่งเศสระบุว่าอัตราการตายในครั้งนั้นสูงกว่าอัตราการตายปกติในช่วงเวลานั้นของปีถึง 60% แบบจำลองภาวะโลกร้อนต่างๆ แสดงให้เห็นว่าภาวะโลกร้อนจะทำให้คนตายเพิ่มได้อีกหลายพันคนต่อปีในหลายเมืองสำคัญๆ ภายในพ.ศ. 2593 ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของประชากร นักวิทยาศาสตร์จากสหราชอาณาจักรได้ตีพิมพ์การศึกษาในรายงานที่เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญยิ่งเกี่ยวกับความมีเหตุมีผลของผลกระทบของภาวะโลกร้อน โดยสรุปว่าภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มมากกว่า 90% ที่จะทำให้ภัยเสี่ยงจากคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งจนถึงปัจจุบันเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

คลื่นความร้อนไม่เพียงส่งผลกระทบต่อประชาชนเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างความเสียหายแก่พืชผล ปศุสัตว์ ประชากรปลา และ สัตว์ป่าด้วย

ฝนและน้ำท่วมที่เพิ่มมากขึ้น

บรรยากาศที่กำลังร้อนขึ้นสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่แห้งผาก และทำให้บางพื้นที่มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระบบอากาศโดยทั่วไปเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือน น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม การกัดเซาะหน้าดิน พืชผลเสียหาย และ เขื่อนมีน้ำมากเกินไป

ตัวอย่างหนึ่งก็คือ ในฤดูร้อนของพ.ศ. 2547 ประเทศบังคลาเทศ 2 ใน 3 ส่วน รวมถึงพื้นที่ส่วนมากของแคว้นอัสสัมและบิฮาร์ในอินเดียจมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 50 ล้านคน หลายหมื่นคนต้องทุกข์ทรมานจากโรคท้องร่วงเนื่องจากน้ำเน่าปนกับน้ำที่ท่วม ข้าวที่ปลูกในฤดูมรสุมก็เสียหายรุนแรงด้วย ทำให้ผู้คนประมาณ 20 ล้านคนต้องร้องขอความช่วยเหลือ น้ำท่วมที่เป็นหายนะคล้ายกันได้เกิดขึ้นเมื่อเพียง 6 ปีที่แล้วในพ.ศ. 2541

ภัยแล้ง

เบายิน คูลู เจ้าของอูฐ สวดวิงวอนตรงที่อูฐตัวสุดท้ายของเขาตาย อูฐทั้งหมด 80 ตัวของเขาตายไปเนื่องจากการเปลี่ยนสภาพเป็นทะเลทรายของพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มที่จะทำให้พื้นที่แห้งแล้งกลับแห้งแล้งขึ้นไปอีก โดยทั่วไปแล้วเป็นไปได้ที่ความแห้งแล้งจะเพิ่มมากขึ้นในตอนในของทวีปต่างๆ ที่อยู่ในเขตอบอุ่น ความแห้งแล้งที่เพิ่มมากขึ้นจะทำร้ายทั้งประเทศร่ำรวยและยากจน แต่ภูมิภาคที่กำลังประสบกับการขาดแคลนอาหารและน้ำอยู่แล้วจะได้รับผลกระทบมากที่สุด รายงานเมื่อเร็วๆ นี้โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์วิจัยบรรยากาศแห่งชาติในรัฐโคโลราโดบ่งชี้ว่าพื้นที่โลกที่กำลังประสบกับสภาพ "แห้งแล้งมาก" ได้แห้งแล้งขึ้นมากกว่า 2 เท่าตั้งแต่ทศวรรษ 1970

ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันทวีปแอฟริกามีสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนและคาดการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ภาวะโลกร้อนทำให้แย่ลงไปอีก ในภูมิภาคซาเฮล ปริมาณฝนตกต่อปีได้ลดลงโดยเฉลี่ย 25% ใน 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากแบบจำลองภาวะโลกร้อนแบบต่างๆ

พายุเฮอริเคน

เฮอริเคนจะก่อตัวขึ้นได้ต้องอาศัยอุณหภูมิน้ำทะเลมากกว่า 27 องศาเซลเซียส (81 องศาฟาเรนไฮท์) น้ำที่อุ่นในระดับนี้สามารถทำให้น้ำระเหยในปริมาณมหาศาล จากนั้นจะสามารถอัดแน่นและก่อตัวเป็น "กระแสวน" ของพายุ ในขณะที่อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น พายุก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นโดยมีกำลังเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการก่อตัวของเฮอริเคน แต่ความเชื่อมโยงระหว่างน้ำทะเลที่ร้อนขึ้นและเฮอริเคนมีหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นได้ นอกจากนื้การศึกษาได้พิสูจน์ให้เห็นแน่ชัดแล้วว่าภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น ภาวะโลกร้อนจึงทำให้สภาพต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของการก่อตัวของพายุเฮอริเคน ไซโคลน และ พายุเขตร้อน เกิดบ่อยมากขึ้น

ข้อมูลล่าสุด

 

ไฟฟ้าดับทั่วใต้ กรีนพีซยัน “ถ่านหินไม่ใช่คำตอบ”

เรื่องราว | พฤษภาคม 24, 2556 ที่ 15:54

กรุงเทพฯ, 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - เหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้ประชาชนมากกว่าแปดล้านคนในจังหวัดภาคใต้ตกอยู่ในความมืดนั้น รัฐบาลไม่ควรใช้เป็นข้ออ้างในการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มเติม

ยุคพลังงานนิวเคลียร์ล่มสลาย ทั่วโลกก้าวสู่ยุคพลังงานหมุนเวียน

เรื่องราว | มีนาคม 14, 2556 ที่ 16:49

ปัญหาพลังงานสกปรกและไม่ยั่งยืนอย่างฟอสซิลก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อนและผลกระทบตามมา ไม่ว่าจะเป็นภัยทางธรรมชาติที่รุนแรง อย่างเช่น เฮอร์ริเคน พายุไต้ฝุ่น ซึ่งคร่าชีวิตและสร้างความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ แต่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ...

เมื่อถึงจุดที่ไม่มีทางย้อนกลับ

เรื่องราว | มกราคม 28, 2556 ที่ 20:00

โลกของเรากำลังเดินมาถึงจุดที่ไม่มีทางย้อนกลับ และเราจำเป็นต้องป้องกันผลกระทบที่ร้ายแรงอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปจะยิ่งทำให้ยาก หรือแม้แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันภัยพิบัติในวงกว้างของสภาวะโลกร้อน...

เฮอริเคนแซนดี้

แกลเลอรี่ภาพ | ตุลาคม 31, 2555

ยุคที่สองของการรณรงค์ออนไลน์ (Global Campaining 2.0)

รายการบล็อก จาก คูมิ ไนดู | ตุลาคม 16, 2555 1 ความคิดเห็น

“Clicktivism” หรือปฏิบัติการออนไลน์ที่สามารถขับเคลื่อนสังคมผ่านทางสังคมออนไลน์ได้มาถึงจุดที่รุ่งเรืองสูงสุดในฐานะที่เป็นกลไกสำคัญของโลกดิจิตอลสำหรับการแสดงพลังมวลชน หรือ “Power of We” เมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา การที่มัลคอล์ม แกลดเวลล์ ...

อ่าวทองคำคือชีวิต

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | ตุลาคม 1, 2555

“ออกทะเลจับปูได้กินปู ลงอวนปลาได้กินปลา เราภูมิใจที่คนท่าศาลาสามารถเลี้ยงชาวนครศรีธรรมราช และคนไทยได้ทั้งประเทศ รวมถึงยังมีการส่งออกกั้งอาหารทะเลโด่งดังไปทั่วโลก” สุพร โต๊ะเส็น นายกสมาคมประมงพื้นบ้านอ่าวท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช...

Car Free Day ลดรถ ลดโลกร้อนกับกฏหมายพลังงานหมุนเวียน

เรื่องราว | กันยายน 24, 2555 ที่ 5:07

รถยนต์หนึ่งคันปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณ 150-200 กรัมต่อกิโลเมตรที่รถวิ่ง ลองคิดดูสิว่าหากมีรถยนต์บนท้องถนน 100 คันวิ่งในระยะทาง 20 กิโลเมตร จะเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้มากมายสักเพียงไร แต่ในทางกลับกัน หากเราร่วมลดการใช้ลดกัน...

สถานศึกษาเปิดไฟเขียวหนุนกฎหมายพลังงานหมุนเวียน

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | กันยายน 7, 2555

เยาวชนไม่ใช่เป็นเพียงอนาคตของชาติ แต่เป็นคนรุ่นหลังที่ต้องอาศัยอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป   พวกเขาต่างต้องการอนาคตสีเขียวที่สามารถสูดลมหายใจอย่างเต็มปอดท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่บริสุทธิ์ปราศจากวงจรอุบาทว์ของมลพิษ เยาวชนจึงเป็นกำลังเสียงสำคัญในการ...

ช่วยกันปกป้องสภาพภูมิอากาศ

แกลเลอรี่ภาพ | กันยายน 4, 2555

31 - 40 ของ 868 ผล