การสูญสิ้นของถิ่นที่อยู่อาศัย

"สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ส่วนใหญ่ของโลก ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 25% และนกประมาณ 12% อาจสูญพันธุ์ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า เพราะสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่ที่เป็นไร่ร้างที่พวกมันต้องพึ่งพา และการพัฒนาของมนุษย์ได้ขัดขวางไม่ให้พวกมันอพยพไปที่อื่น" - อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) (ข้อมูลเพิ่มเติมดูที่หน้า การทำลายป่า ในส่วน วิทยาศาสตร์ของโลกร้อน)พืชและสัตว์แต่ละพันธุ์มีวิวัฒนาการเพื่อให้เจริญเติบโตได้ในสภาพทางนิเวศวิทยาเฉพาะอย่างของพวกมัน หรือเพื่ออยู่อาศัยได้ใน "บ้าน" เฉพาะรูปแบบที่มีสภาพความเป็นอยู่เฉพาะอย่าง (ซึ่งได้แก่ระดับอุณหภูมิ และพืชและ สัตว์สายพันธุ์อื่นๆ) บางสายพันธุ์ปรับตัวได้ดีกว่าหรือ "คว้าโอกาสได้ดีกว่า" สายพันธุ์อื่นๆ ตัวอย่างเช่น หนูและสุนัขสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพที่แตกต่างกัน แต่หมีโคอาล่าสามารถอาศัยอยู่ในที่ที่มีต้นยูคาลิปตัสเท่านั้น สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่มีสาเหตุจากมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ปริมาณฝน และ ระดับน้ำทะเล ซึ่งทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยบางแห่ง และเปลี่ยนแปลงบางแห่งได้เร็วกว่าที่พืชและสัตว์สายพันธุ์ต่างๆ จะสามารถอพยพได้ทัน

ถ้าเราไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้มากที่สุด หลายๆ ปัจจัยรวมกันจะทำให้เกิดการสูญพันธุ์ที่ร้ายแรงอย่างน่าวิตก สภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมาในประวัติศาสตร์ของโลก นอกจากนี้ระบบนิเวศยังถูกรบกวนอย่างหนักโดยกิจกรรมมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการตัดไม้จำนวนมาก การถางป่าเพื่อทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ การจับปลาเกินขนาด มลพิษจากสารพิษ และอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน นอกจากนี้ การพัฒนาของมนุษย์และการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยขัดขวางไม่ให้สัตว์พันธุ์ต่างๆ อพยพออกได้ ตัวอย่างเช่น ถนนใหญ่กีดกันสัตว์บกได้อย่างดี

การศึกษาครั้งสำคัญเมื่อเร็วๆ นี้ระบุว่าหากอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.8-2 องศาเซลเซียส (3.2-3.6 องศาฟาเรนไฮท์) ซึ่งเป็นการประมาณการในระดับกลาง สัตว์ 1 ล้านสายพันธุ์จะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในอีก 50 ปีข้างหน้า 

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของชนิดพันธุ์สัตว์และถิ่นที่อยู่อาศัยที่อยู่ในภาวะเสี่ยง

ปะการัง

ปะการังฟอกขาวเป็นสภาพที่สามารถทำลายและฆ่าแนวปะการังทั้งหมดได้อย่างรุนแรง ปะการังมีสาหร่ายขนาดจิ๋วที่มองด้วยตาไม่เห็นที่เรียกว่า zooxanthellae ที่เป็นอาหารของปะการังและทำให้ปะการังมีสีสันสดใส  อุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้นทำให้ปะการังอยู่ในสภาพย่ำแย่ เพราะกำจัด zooxanthellae ออกไป ทำให้ปะการังมีสีขาวหรือ "ฟอกขาว" หาก zooxanthellae ไม่คืนกลับไปสู่เนื้อเยื่อของปะการัง ปะการังก็จะตาย

อุณหภูมิที่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อยเพียง 1 องศาเซลเซียส (1.8 องศาฟาเรนไฮท์) ซึ่งสูงกว่าอุณหภูมิสูงสุดในหน้าร้อนสามารถทำให้เกิดปะการังฟอกขาวได้ อุณหภูมิในทะเลเขตร้อนได้เพิ่มสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียสใน 100 ปีที่ผ่านมาและคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นต่อไป

ตัวอย่างจากปัญหานี้ก็คือ แนวปะการัง เกรท แบริเออร์ รีฟ (Great Barrier Reef) ในออสเตรเลีย ที่มีชื่อเสียงของโลก ซึ่งแผ่ขยายไปตามแนวชายฝั่งของรัฐควีนส์แลนด์ แนวประการังประมาณ 2,000 กิโลเมตร (1,243 ไมล์) ทำให้มันเป็นแนวปะการังขนาดใหญ่ที่สุดของโลก

แต่ในพ.ศ. 2545 แนวปะการังนี้ต้องเผชิญกับการฟอกขาวที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งกระทบต่อแนวปะการังมากกว่า 60% หากภาวะโลกร้อนในระดับที่คาดการณ์ไว้ไม่ชะลอความเร็วลง แนวปะการังส่วนใหญ่จะตายไปในไม่กี่ทศวรรษ และสัตว์สายพันธุ์ต่างๆ ที่พึ่งพาแนวปะการังก็จะตายไปด้วยเพราะไร้ที่อยู่อาศัย

หมีขั้วโลก

เราสามารถป้องกันสิ่งนี้ได้โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างรวดเร็วในอีก 2-3 ทศวรรษข้างหน้า เรายังมีเวลาที่จะปกป้องสัตว์หลายสายพันธุ์ แต่ในขณะนี้สัตว์ต่างๆ กำลังสูญพันธุ์อย่างรวดเร็ว แน่นอนที่หากอุณหภูมิสูงขึ้นไปอีก สัตว์อีกหลายชนิดจะต้องสูญพันธ์ไป

หมีขั้วโลกในเมืองเชอร์ชิล จังหวัดมานิโทบา แคนาดาต้องถูกให้ยาสลบ จากนั้นถึงถูกยกขึ้นโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อนำไปยังถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ เนื่องจากทะเลน้ำแข็งกลับมาแข็งเหมือนเดิมช้าลงเรื่อยๆ หลังฤดูร้อนได้ผ่านไป

น้ำแข็งในทะเลอาจหายไปภายใน 70 ปี และหมีขั้วโลกก็จะหายไปด้วย

หมีขั้วโลกเป็นสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันสามารถดำรงชีวิตเป็นเวลานาน  แม้กระทั่งเป็นหลายเดือนโดยไม่กินอะไรเลย แต่พวกมันต้องสร้างไขมันเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ในช่วงเวลาที่มีอาหารไม่อุดมสมบูรณ์ โดยการกินแมวน้ำที่พวกมันจับได้บนน้ำแข็ง ถ้าไม่มีน้ำแข็งพวกมันจะไม่สามารถล่าเหยื่อได้ อันที่จริงแล้วหากไม่มีน้ำแข็ง ระบบนิเวศของทวีปอาร์กติกจะเปลี่ยนแปลงและล่มสลาย นอกจากนี้หมีขั้วโลกยังใช้พืดน้ำแข็งที่ลอยอยู่สำหรับการเดินทาง และหมีขั้วโลกที่ตั้งท้องสร้างถ้ำหิมะสำหรับหน้าหนาวเพื่อให้กำเนิดลูก ใน 2 ทศวรรษที่ผ่านมา น้ำแข็งในทวีปอาร์กติกได้ลดลง 5% และน้ำแข็งที่เหลืออยู่ได้ลดความหนาลงอย่างน้อย 30% ทำให้ฤดูการล่าสัตว์ของหมีขั้วโลกหายไปประมาณ 2 สัปดาห์

พืช

เช่นเดียวกับสัตว์และแมลง พืชดำรงอยู่ในสภาพภูมิอากาศเฉพาะอย่าง ตัวอย่างเช่น เราจะไม่พบต้นเบิร์ชเหลืองเติบโตใกล้กับต้นตะบองเพชร ปริมาณฝนและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้พืชต่างๆ ไม่สามารถมีชีวิตรอดในที่ๆ มันกำลังเติบโต นอกจากนี้พืชก็เหมือนกับสัตว์ตรงที่เปราะบางต่อการแก่งแย่งกันมีชีวิตรอด ในขณะที่โลกกำลังร้อนขึ้น พืชที่ปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศที่เย็นกว่าอาจถูกเบียดทำลายโดยพืชที่เกิดใหม่ที่ปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิใหม่ได้ดีกว่า

พืชส่วนมากไม่สามารถอพยพได้รวดเร็วมากนักเมื่อเที่ยบกับสัตว์และแมลง พวกมันมีข้อจำกัดเรื่องความไกลที่เมล็ดพันธุ์หรือเกสรสามารถปลิวไปถึง และถ้าสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันยังเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้ต่อไป พืชจำนวนมากจะไม่สามารถปรับตัวได้ทัน นอกจากนี้กำแพงมนุษย์ (เช่น ไร่นา และพื้นที่เมือง) จะขัดขวางการอพยพของพืชด้วย

สัตว์และแมลงจำนวนมากต้องพึ่งพาพืชเฉพาะชนิดในถิ่นที่อยู่อาศัย ดังนั้นหากพืชสายพันธุ์ต่างๆ สูญสิ้นไป จะสร้างผลกระทบที่ต่อเนื่อง และนำไปสู่การสูญพันธุ์เพิ่มขึ้นของสัตว์และพืช

ข้อมูลเพิ่มเติม

หมีขาวผู้ยิ่งใหญ่ โดย PBS

กรีนพีซออสเตรเลีย-แปซิฟิค - ผลกระทบของโลกร้อน

การเฝ้าสังเกตผลกระทบของโลกร้อน - การศึกษาของ Pew

นิเวศวิทยา: อนาคตที่พร่ามัว - นิตยสาร Nature

ภาวะโลกร้อนและการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพในโลก - รายงานของ WWF

สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้น - รายงานเชิงวิชาการของ IPCC ฉบับที่ 5

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ข้อมูลล่าสุด

 

เรื่องอื้อฉาวข้อมูลเฟสบุ๊ค ภัยต่อประชาสังคม

รายการบล็อก จาก Tristan Tremschnig | พฤษภาคม 9, 2561

เรารักที่จะสามารถแบ่งปันเรื่องราวและพูดคุยกับคนหลายล้านคนที่สนับสนุนเราอยู่ทั่วโลกผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ แต่จาก การรายงานเมื่อไม่นานมานี้ ในเรื่องการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไปใช้ในทางที่ผิดของเฟสบุ๊ค และการที่ข้อมูลถูกผู้มีอิท...

เยบ ซาโน: “เราจะไม่หยุดจนกว่าบริษัทธุรกิจฟอสซิลจะรับผิดชอบ”

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤษภาคม 5, 2561

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า มลพิษจากบริษัทธุรกิจฟอสซิลนั้น คือตัวการสำคัญที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ   เมื่อครั้งที่ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน พายุที่รุนแรงที่สุดที่เคยได้บันทึกไว้ ได้พัดเข้าถล่มเมือ...

การท่องเที่ยวปลอดพลาสติก เราสุขใจ โลกก็สุขใจ

รายการบล็อก จาก ปณต คูณสมบัติ อาสาสมัครกรีนพีซ | เมษายน 30, 2561

ความรู้ ประสบการณ์ มิตรภาพ ความสุข  ฯลฯ อีกหลายเหตุผลของผู้คนที่เลือกการท่องเที่ยวเพื่อหลีกหนีหน้าที่ชีวิตประจำวันชั่วขณะ  แต่ยิ่งจำนวนคนท่องเที่ยวมากขึ้นเท่าไร พื้นที่ท่องเที่ยวยิ่งมี “พลาสติก” มากขึ้นด้วยเท่านั้น เราได้สร้างขยะพลา...

อยากให้อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นธรรมรึเปล่า? นี่คือสิ่งที่คุณทำได้

รายการบล็อก จาก ลู เยน โรลอฟฟ์ | เมษายน 27, 2561

ราชินีขยะ ส่วมใส่ชุดยาว 7 เมตร ที่ทำจากเสื้อผ้าใช้แล้ว © เบนท์ สตาโชวสกี / กรีนพีซ สัปดาห์นี้เมื่อเมื่อห้าปีก่อน หญิงสาวและชายอายุน้อยที่ทำงานในโรงงานเย็บเสื้อผ้าในประเทศบังกลาเทศจำนวน 1,138 คน เสียชีวิตเมื่ออาคารซึ่งมีสัญญาณส่อถ...

สัดส่วนประชากรนั้นสำคัญไฉน?

รายการบล็อก จาก Rex Weyler | เมษายน 24, 2561

เมื่อกล่าวถึงความมั่งคั่งร่ำรวยทางวัตถุบนโลกใบนี้ อาจดูเหมือนว่าชีวิตของพวกเรานั้นกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ และการขยายตัวของประชากรมนุษย์ก็ดูไม่ใช่ปัญหาที่ต้องมานั่งกังวลอะไรมากนัก แต่ถ้าหากเราลองพิจารณาดูให้ดี จะพบว่า ข้อมูลเชิงนิเวศวิทยา...

Polluting Paradise: บาหลี โรงไฟฟ้าถ่านหิน เสียงสะท้อนกระบี่

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | เมษายน 23, 2561

อนาคตของเมืองท่องเที่ยวชายทะเลจะเป็นอย่างไร หากมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน ? เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย สวรรค์ของการท่องเที่ยว เป็นอีกเมืองหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งอยู่ห่างจากชายหาดโลวินาเพียง 20 กิโลเมตร ปัจจุบันนี้มีกำล...

สิทธิมนุษยชน: สิทธิของการมีอากาศที่ดีหายใจ

รายการบล็อก จาก พิชามญชุ์ รักรอด | เมษายน 11, 2561

เราทุกคนมีสิทธิที่จะหายใจเอาอากาศที่ดีเข้าไป การใช้ชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศบริสุทธิ์คือสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ เมื่อกล่าวถึง ‘ สิทธิมนุษยชน’ (Human Rights) เราอาจนึกถึงสิทธิในความรักและการแต่งงาน สิทธิในการนับถือศา...

นักผจญเพลิงหญิงของรัสเซีย

รายการบล็อก จาก ไอรีนา คอสลอฟสกีฮ์ | เมษายน 10, 2561

คุณรู้หรือไม่? ตามกฎหมายแล้ว ประเทศรัสเซียไม่ยอมให้ผู้หญิงเป็นนักดับเพลิง แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดหญิงผู้กล้าเหล่านี้ที่จะอาสาเข้าไปต่อสู้กับเพลิงไฟ ซอฟยา โคซาเชวา กำลังผจญกับกองไฟในภูมิภาคอัสตราฮันของรัสเซีย ซอฟยา...

ไฟฟ้าจากไบโอแก๊สน้ำเสีย...ทางเลือกที่ตีบตัน

รายการบล็อก จาก ฐิตินันท์ ศรีสถิต | เมษายน 9, 2561

ไม่เพียงเป็นจังหวัดแรกที่ปลูกปาล์มน้ำมันป้อนอุตสาหกรรมตั้งแต่ประมาณ 50 ปีที่แล้ว กระบี่ยังเป็นพื้นที่แรกในการทดลองใช้ก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า   โครงการวิจัยดังกล่าวเริ่มต้นในปี พ...

ลดเพื่อเพิ่ม (Less Is More)

สิ่งพิมพ์ | เมษายน 5, 2561 ที่ 9:00

“ลด” เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมเชิงอุตสาหกรรม “เพิ่ม” สุขภาวะที่ดีของมนุษย์และโลก

11 - 20 ของ 1359 ผล