การไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทร

น้ำในมหาสมุทรของโลกไหลอยู่ตลอดเวลา โดยแปรเปลี่ยนไปตามกระแสน้ำขึ้นน้ำลงและคลื่น และไหลเวียนไปทั่วโลกอย่างช้าๆ โดยมีพลังขับเคลื่อน คือ สายพานอันยิ่งใหญ่แห่งมหาสมุทร (หรือที่เรียกว่า thermohaline circulation) สายพานนี้ได้รับกำลังจากอุณหภูมิและความเค็มของน้ำที่แตกต่างกัน กระแสน้ำที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ได้แก่ กระแสน้ำอุ่นกัฟ สตรีม (Gulf Stream) ซึ่งเป็นกระแสน้ำที่ทำให้ยุโรปมีอากาศที่ไม่รุนแรงน้ำในมหาสมุทรไหลเวียนอย่างไร

น้ำที่อุ่นและเค็มในกระแสน้ำอุ่นกัฟ สตรีมจะเย็นลงเมื่อไหลไปถึงมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ โดยมีมวลหนาแน่นขึ้นและจมลึกลงสู่มหาสมุทรชั้นล่างๆ จากนั้นจึง "ปั๊ม" น้ำเย็นที่ไหลมาจากทางใต้ลงสู่ทะเลลึก แล้วไหลผ่านแอฟริกาไปยังมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ นอกจากนี้ความเค็มที่ถูกแยกออกไปในขณะที่น้ำแข็งในทะเลก่อตัว จะทำให้มวลของน้ำหนาแน่นขึ้น ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหนึ่งของกระบวนการไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทร

น้ำที่มีมวลหนาแน่นและเย็นลงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสายพานแห่งมหาสมุทร และในที่สุดกระแสน้ำนี้ไหลกลับสู่พื้นผิวมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิค ส่วนกระแสน้ำอุ่นที่กำลังไหลคืนสู่มหาสมุทรแอตแลนติกนั้น ได้เคลื่อนที่ไปสู่ขั้วโลกเหนือเช่นเดียวกับกระแสน้ำอุ่นกัฟ สตรีมในแอตแลนติกและกระแสน้ำแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Drift) ซึ่งทำให้ยุโรปทางตะวันตกเฉียงเหนืออุ่นขึ้นอย่างมาก

นอกจากสายพานแห่งมหาสมุทรจะทำให้ยุโรปอบอุ่น และมีบทบาทสำคัญในสภาพภูมิอากาศของโลกแล้ว ยังทำให้สารอาหารที่ก้นมหาสมุทรไหลทะลักขึ้นไปทางเหนือ และเพิ่มการดูดซับคาร์บอนไดออกไซต์ในมหาสมุทร กระแสน้ำอุ่นกัฟ สตรีมทำให้สภาพภูมิอากาศของยุโรปอยู่ในสภาพพอเหมาะ กระบวนการทั้งหมดนี้เรียกว่าสายพานอันยิ่งใหญ่ สายพานอันยิ่งใหญ่แห่งมหาสมุทร หรือชื่อที่นิยมใช้อื่นๆ สำหรับระบบการไหลเวียนของอุณหภูมิและความเค็ม

จะเกิดสิ่งเลวร้ายอะไรขึ้นอย่างมาก

การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้เป็นเครื่องเตือนว่าการไหลเวียนของสายพานแห่งมหาสมุทรไปตามแนวการไหลในทะเลลึกระหว่างสก็อตแลนด์และกรีนแลนด์ได้ไหลช้าลง และถึงแม้ว่าสายพานดังกล่าวจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในหลายพันปีที่ผ่านมา แต่ผลการทดสอบแกนน้ำแข็งจากเกาะกรีนแลนด์และทวีปแอนตาร์กติกาได้แสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป ในอดีตเมื่อนานมานี้ การเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนของสายพานเกี่ยวเนื่องกับกับภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นฉับพลัน

กล่าวโดยย่อก็คือ ความเค็มในมหาสมุทรที่เจือจางเนื่องจากน้ำแข็งในทวีปอาร์กติกละลาย (เช่น พืดน้ำแข็งกรีนแลนด์) และ/หรือ ปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้สายพานนี้หยุดทำงาน ไหลช้าลง หรือ เบี่ยงเบนเส้นทางได้ อุณหภูมิของน้ำที่เย็นลงอย่างมหาศาลนี้จะทำให้เกษตรกรรมและสภาพภูมิอากาศของยุโรปเสียหายรุนแรง และส่งผลกระทบต่อกระแสน้ำและอุณหภูมิของน้ำทะเลทั่วโลก

ข้อมูลเพิ่มเติม

ภาวะโลกร้อนฉับพลัน โดย สถาบันมหาสมุทรศาสตร์วู้ดส์ โฮล

ข้อมูลล่าสุด

 

โลกแห้งผาก ถึงเวลาหาทางออก

สิ่งพิมพ์ | พฤษภาคม 6, 2548 ที่ 5:00

บทความ

ปกป้องสมุยจากมหันตภัยไดอ็อกซิน

สิ่งพิมพ์ | พฤษภาคม 6, 2548 ที่ 5:00

Activists dressed as prisoners went to the

ภาพ | เมษายน 27, 2548 ที่ 6:00

Activists dressed as prisoners went to the Ministry of Agriculture to press for the government to investigate and legally punish government officials responsible for the spread of genetically engineered papaya in Thai farms. Amnesty...

กรีนพีซหยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน เตือนเอดีบีและเจบิกถอนตัวให้ทุน

เรื่องราว | เมษายน 21, 2548 ที่ 5:00

ระยอง 21 เมษายน 2548 – วันนี้ อาสาสมัครกรีนพีซจากประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเยอรมนี เข้าระงับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ของบริษัท BLCP โดยเข้ายึดเครนก่อสร้างและแขวนป้ายผ้ามีข้อความว่า “หยุดใช้ถ่านหิน” และเรียกร้องให้ยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่ง...

เกียวโต สหรัฐฯ และธุรกิจ

สิ่งพิมพ์ | มีนาคม 20, 2548 ที่ 6:00

Coal Plants: A Greenpeace Briefing

สิ่งพิมพ์ | มีนาคม 19, 2548 ที่ 6:00

Incinerators in Thailand

สิ่งพิมพ์ | มีนาคม 19, 2548 ที่ 6:00

ความเป็นมาของโรงงานเผาขยะ 2 แห่ง ที่จังหวัดภูเก็ต และเกาะสมุย

ข้าวจีเอ็มโอ ภัยคุกคามข้าวพื้นบ้านไทย

สิ่งพิมพ์ | มีนาคม 19, 2548 ที่ 6:00

Genetic Engineering: The hidden ingredient in Philippine food

สิ่งพิมพ์ | มีนาคม 19, 2548 ที่ 6:00

ในวันที่ 19 ธันวาคม 2544 กรีนพีซส่งอาหารไปทดสอบที่ห้องวิจัยในฮ่องกง และพบว่ามีอาหารดัดแปลงพันธุกรรมในตลาดฟิลิปปินส์ นอกจากนี้รายงานตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำปาสิกระบุว่ามีการปนเปื้อนของสารพิษ ที่เกิดจากสารพิษที่ย่อยสลายได้ยาก

1071 - 1080 ของ 1203 ผล