พลังงานชีวภาพ

ทรัพยากรชีวมวล คือมวลสารของสิ่งมีชีวิต ซึ่งอาจเป็นป่าไม้ ผลผลิตสินค้าเกษตร และ กากเหลือของทางการเกษตร เช่น แกลบ ฟางข้าว ชานอ้อย กะลาปาล์ม กะลามะพร้าว หรือของเสียอินทรีย์จากโรงงานอุตสาหกรรมเกษตร ฯลฯ รวมทั้งมูลสัตว์เช่น ไก่ หมู วัว เป็นต้น อย่างไรก็ดี ทรัพยากรที่ควรจะนำมาพัฒนาเป็นพลังงานในอนาคตก็คือ กากของเหลือทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร รวมถึงมูลสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่หาง่ายและมีราคาถูก พลังงานชีวภาพ (อีกชื่อหนึ่งคือพลังงานชีวมวล) ใช้วัสดุอินทรีย์เหล่านี้เป็นเชื้อเพลิง โดยใช้เทคโนโลยี เช่น การสะสมก๊าซ การเปลี่ยนเป็นก๊าซ (การเปลี่ยนแปลงวัสดุแข็งเป็นก๊าซ) การเผาไหม้ และ การย่อยสลาย (สำหรับของเสียเปียก)

เมื่อชีวมวลถูกใช้เพื่อผลิตพลังงานในวิธีการที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน จะมีบทบาทในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นเราจึงสนับสนุนพลังงานชนิดนี้

ชีวมวลสามารถใช้ประโยชน์ในด้านพลังงานได้หลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่มีศักยภาพสูงได้แก่ การใช้กากของเหลือในโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงในระบบการผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมกัน ซึ่งจากรายงานของบริษัทที่ปรึกษาที่เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ การใช้กากของเหลือมาผลิตกระแสไฟฟ้าจะมีศักยภาพสูงถึง 3,000 เมกะวัตต์

สำหรับการหมักก๊าซชีวภาพ ถึงแม้จะยังมีศักยภาพน้อยกว่าการเผาโดยตรง แต่การหมักก๊าซชีวภาพก็มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น เพราะถือเป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการกำจัดมูลสัตว์และน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ อันเป็นปัญหาที่สำคัญในหลายพื้นที่ ทั้งยังลดความจำเป็นในการใช้พื้นที่จำนวนมากเพื่อการกำจัดของเสีย

พลังงานชีวภาพสามารถเป็นหนึ่งในวิธีการอันยั่งยืนในการแก้ปัญหาโลกร้อน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขนส่งมวลชนบนถนน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการขนส่งที่มีประสิทธิภาพทางพลังงาน

นอกจากนี้ การใช้พลังงานชีวมวลถือเป็นการลดปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีผลต่ออุณหภูมิของโลกที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเมื่อมีการเพาะปลูกพืชหรือชีวมวลทดแทนในอัตราที่เท่ากัน พืชเหล่านั้นก็จะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศเพื่อการเจริญเติบโตของตนเอง ผ่านทางกระบวนการสังเคราะห์แสง ดังนั้น การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลถือว่าเป็นการใช้พลังงานที่ไม่ทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไซด์ของโลกเพิ่มขึ้น

ที่สำคัญก็คือ การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในยุคที่ 2 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งได้อย่างมากในวิธีการที่ยั่งยืน เราจึงสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาพลังงานชีวมวลในยุคที่ 2

อุปสรรคของการพัฒนาพลังงานชีวมวลในประเทศไทย คือ ปัจจุบันในประเทศไทย มีผู้ผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ราย ทั้งที่เป็นโรงงานน้ำตาล (ใช้ชานอ้อยเป็นเชื้อเพลิง) โรงสีข้าว (ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง) คิดเป็นกำลังการผลิตรวมถึง 440 เมกะวัตต์ ปัญหาที่ทำให้การพัฒนาพลังงานชีวมวลไม่เต็มศักยภาพที่มีอยู่จึงมิใช่ปัญหาด้านเทคโนโลยี แต่ปัญหาที่สำคัญคือ ราคารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยจากพลังงานชีวมวล (ประมาณ 1.26 บาทต่อหน่วย) นั้นยังต่ำกว่าราคารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายใหญ่จากเชื้อเพลิงฟอสซิล (ประมาณ 1.6 บาทต่อหน่วย) อยู่มาก ดังนั้นจึงทำให้แรงจูงใจในการลงทุนและการพัฒนาพลังงานจากชีวมวลลดลง

ประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีวิสัยทัศน์และมุ่งมั่นพัฒนานโยบายพลังงานชีวมวลอย่างจริงจัง โดยในระยะสั้นควรมีการปรับราคารับซื้อไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตจากชีวมวลเพื่อจูงใจผู้ผลิต ส่วนในระยะยาวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาให้มากขึ้น เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล รวมถึงการใช้พลังงานจากชีวมวลในรูปแบบอื่นๆ อย่างจริงจัง

เมื่อพิจารณาเป้าหมายที่สำคัญไปกว่า นั่นคือ การกู้วิกฤตโลกร้อน เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินเทคโนโลยีการผลิตพลังงานชีวมวล ก็คือ พลังงานชีวมวลต้องทำให้ก๊าซเรือนกระจกสุทธิลดลง และต้องถูกใช้ในวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เพื่อรักษาระดับก๊าซเรือนกระจกเอาไว้ การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลจะต้องไม่ก่อให้เกิดการทำลายป่าธรรมชาติหรือระบบนิเวศธรรมชาติ หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางสังคม ซึ่งรวมถึงความมั่นคงด้านอาหาร และพืชสำหรับพลังงานชีวมวลจะต้องปลูกในวิธีการที่ยั่งยืน

ข้อมูลล่าสุด

 

ดัชนีคุณภาพอากาศ PM2.5 และการรายงานคุณภาพอากาศที่ทันสมัย ประเทศไทยทำได้

รายการบล็อก จาก ธารา บัวคำศรี | กุมภาพันธ์ 16, 2561

ท่ามกลางวิกฤตมลพิษทางอากาศที่กำลังจะกลายเป็นวิกฤตด้านสาธารณสุข เรามักจะได้ยินหน่วยงานของรัฐบอกว่า กรุงเทพมหานครและประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะมีดัชนีคุณภาพอากาศ PM2.5 และการรายงานคุณภาพอากาศที่ทันสมัย ต้องรอไปอีก 2-3 ปี เพราะสถานีตรวจวัด...

คำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์สู่มวลมนุษยชาติ

รายการบล็อก จาก Rex Weyler | กุมภาพันธ์ 12, 2561

ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือนักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมต่างก็พยายามและหวังที่จะทำให้ผู้คนเชื่อว่าพวกเรายังสามารถเปลี่ยนโลกได้ ซึ่งก็มีสัญญาณที่ดีอยู่บ้าง เช่นการออกกฏหมายห้ามล่าวาฬและทิ้งสารพิษลงทะเลในปีช่วงปี 2523 การร่างสนธิสัญญามอนทรีออลเพ...

EHIA ถ่านหินเทพาสอบตก

รายการบล็อก จาก จริยา เสนพงศ์ | กุมภาพันธ์ 9, 2561

กระบวนการจัดการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเกือบมาถึงสุดทาง เมื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จัดส่งรายงานฉบับดังกล่าวให้กับคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อผลักดันให้เกิดการอนุมัติในเร็ววันนี้...

5 อันดับสุดยอดเพนกวินแห่งแอนตาร์กติก

รายการบล็อก จาก Willie Mackenzie | กุมภาพันธ์ 6, 2561

ไม่ใช่ว่าเพนกวินทุกชนิดจะสามารถเอาชีวิตรอดในแอนตาร์กติกได้ แต่ถ้าหากเพนกวินชนิดไหนทำได้แล้วล่ะก็แปลว่าพวกมันต้องมีคุณลักษณะสุดพิเศษที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว และอย่าลืมว่าหากสภาพอากาศเกิดเปลี่ยนแปลงขึ้นมา เหล่าเพนกวินพวกนี้ไม่อาจจะกางปีกบิน...

Livable City ยุค 4.0 หรือ 0.4 ? มองจุดเริ่มต้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่าน Mayday, Khon...

รายการบล็อก จาก จินตนา ประชุมพันธ์ | มกราคม 25, 2561

ทุกวันนี้คนไทยในเมืองใหญ่กำลังเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศจากการคมนาคมและการขนส่งซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตทางสุขภาพ โดยมีฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 เป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ไทยเราต่างมองข้าม หากแต่ในเวทีโลกอย่างองค์การอนามัยโลกหรือธนาคารโลกต...

ระดับมลพิษในอากาศที่ปักกิ่งลดลงแล้วในช่วงฤดูหนาวนี้

รายการบล็อก จาก Lauri Myllyvirta | มกราคม 24, 2561

เมื่อเดือนพฤศจิกายนของปี 2560 ระดับมลพิษในอากาศที่ปักกิ่งลดลงถึงร้อยละ 54 หลังจากมีการปิดตัวของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนผ่านพลังงานโดยลดการใช้ถ่านหินได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่มีเครื่องทำความร้อนต้องทนกับอากาศหนาวจัด...

การเดินขบวนของเหล่าเพนกวิน

รายการบล็อก จาก Akshey Kalra | มกราคม 19, 2561

เมื่อเช้าวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา คนจากทั่วโลกตื่นขึ้นมาพบกับภาพการพบปะกับเพนกวินมากมายที่กระจายอยู่ทั่วโลก พวกเขาเห็นเพนกวินเหล่านี้กำลังเดินทางอยู่บนรถไฟ มาถึงที่สนามบินนานาชาติต่างๆ และตามสถานที่สำคัญมากมาย จากซิดนีย์ถึงบัวโนสไอเรส...

ประติมากรรม “Memory” (Behind the Scene)

แกลเลอรี่ภาพ | มกราคม 16, 2561

1 - 10 ของ 725 ผล