ภาพรณรงค์ศิลปะ 3 มิติ

สื่อรณรงค์สะท้อนเสียงจาก"ผู้บริโภค 1 ล้านคนในยุโรปที่ปฎิเสธพืชจีเอ็มโอ

หน้า - พฤษภาคม 31, 2554
ภาพศิลปะ 3D Artwork เป็นสื่อรณรงค์สะท้อนเสียงจากผู้บริโภค 1 ล้านคนในยุโรปที่ปฎิเสธพืชจีเอ็มโอ ทุกๆตารางนิ้วของภาพศิลปะนี้ถูกทำจากมือล้วนๆ โดยศิลปะชื่อดังก้องโลก Kurt Wenner (http:www.kurtwenner.com)

โดยที่ศิลปะชนิดนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Anamorphic pavement art” ซึ่ง Kurt Wenner ถือเป็นกูรูและเป็นผู้ให้กำเนิดศิลปะชนิดนี้ขึ้นมาเป็นคนแรกของโลก โดยที่ผลงานศิลปะที่ Kurt Wenner ทำให้กับกรีนพีซครั้งนี้จัดเป็นผลงานสามมิติที่ทำด้วยมือโดยคนคนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ศิลปะ 3D artwork ชิ้นนี้มีลักษณะเป็นวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวกว่า 22 เมตร ครอบคลุมพื้นที่มากถึง 380 ตร.ม. แสดงภาพการทำการเกษตรแบบผสมผสานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยรอบรัศมีของภาพจะถูกล้อมด้วยรายชื่อผู้ร่วมรณรงค์ไม่เอาจีเอ็มโอกับกรีนพีซทุกรายชื่อ นับเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,030,308 รายชื่อ

นอกจากนี้ศิลปะดังกล่าวถูกพิมพ์ลงบนวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100% และถือว่าเป็นงานพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุด ผลงานชิ้นนี้เมื่อต้องการการขนส่งสามารถพับเก็บได้โดยมีขนาดเท่ากับ 1x1x1 เมตร และมีน้ำหนักรวม 76 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม ผลงานชิ้นนี้เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างกรีนพีซและ Avaaz (องค์กรเชื้อชาติเยอรมนี) ที่ร่วมรณรงค์กับกรีนพีซมาตลอดทั้งโครงการ



ถ่ายรูปอย่างไรออกมาให้สวย
?

ศิลปะชิ้นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการมองเห็นภาพสามมิติด้วยมุมที่สวยที่สุดเพียงมุมเดียวเท่านั้น และมุมที่ดีที่สุดคือ การวางตำแหน่งกล้องให้ห่างจากผลงาน 1 เมตรที่ระดับความสูง 3.75 เมตร ซึ่งมุมดังกล่าวเป็นมุมที่สามารถเห็นภาพสามมิติได้ดีที่สุดทั้งด้วยการมองผ่านเลนส์และมองด้วยสายตาปกติ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ชมภาพสามมิตินี้ในระดับพื้น (ระดับเดียวกับภาพ) ก็ยังคงสามารถเห็นความตื้นลึกของภาพแต่ไม่สมบูรณ์และสวยงามเท่ากับการมองจากมุมที่แนะนำ ด้วยเหตุนี้ กรีนพีซจึงจัดให้มีนั่งร้านขึ้นในตำแหน่งที่ทำให้ผู้ชมสามารถเห็นภาพในมุมมองที่ดีที่สุด

สิ่งสำคัญสำหรับช่างภาพ

กล้องที่เหมาะสมมากที่สุดคือกล้องที่มีเลนส์ fish eye ซึ่งจะทำให้สามารถจับภาพให้มุมมองสามมิติได้อย่างครบถ้วน ซึ่งถึงแม้ว่ากล้องที่มี wide angle ก็ไม่สามารถทำได้ดีเท่า ดังนั้นอาจจำเป็นต้องจัดเตรียมมาเป็นกรณีพิเศษ

ศิลปะ 3D ถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ใด?

ใช้เพื่อเป็นสื่อในการนำส่งรายชื่อ 1 ล้านรายชื่อให้กับ ประธานสหภาพยุโรป ด้วยวัตถุประสงค์ของการรวบรวมรายชื่อทั้ง 1 ล้านรายชื่อนั้นเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการร่วมกันระหว่างกรีนพีซและ Avaaz.org ที่ต้องการรวบรวมรายชื่อประชาชนใน 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเพื่อเรียกร้องให้ประธานสหภาพยุโรป (European Commission) ที่ชื่อว่า José Manuel Barroso ออกคำสั่งห้ามไม่ให้มีการนำพืชดัดแปลงพันธุกรรมเข้าสู่ยุโรปอีกต่อไป พร้อมทั้งจัดตั้งสถาบันวิจัยที่มีความเป็นอิสระ มีจรรยาบรรณ ขึ้นมาศึกษาผลกระทบของพืชดัดแปลงพันธุกรรมในทุกด้านเพื่อนำไปสู่การออกมาตรการในการควบคุมและจัดการพืชดัดแปลงพันธุกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปโดยหน่วยงานที่เรียกว่า EU Environment Council มีข้อเสนอเมื่อเดือนธันวาคม 2008 ว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ อนุญาตให้มีการใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรมที่ใช้อยู่ในสหภาพยุโรปนั้นยังไม่รัดกุมและเพียงพอ และมาตรการในการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารดัดแปลงพันธุกรรมยังต้องมีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ รัฐมนตรีของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปกว่า 27 ประเทศ เห็นตรงกันว่าควรมีการปรับปรุงขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงทางด้านสิ่งแวดล้อมของพืชดัดแปลงพันธุกรรมเสียใหม่

กิจกรรมดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อไหร่

เมื่อเดือนมีนาคม 2553 สหภาพยุโรปได้มีอนุมัติให้ประเทศสมาชิกสามารถปลูกมันฝรั่งจีเอ็มโอของบริษัท BASF ได้อย่างถูกกฎหมาย (มันฝรั่งจีเอ็มโอ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Amflora) ซึ่งการอนุมัติดังกล่าวถือว่าเป็นการอนุมัติให้มีการปลูกจีเอ็มโอได้ในรอบ 12 ปี ซึ่งตลอด 12 ปีที่ผ่านมาสหภาพยุโรปยังไม่เคยอนุมัติพืชจีเอ็มโอชนิดใดเพื่อการปลูกเพื่อการค้ามาก่อน ทั้งนี้ คำอนุมัติดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงคำคัดค้านของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปบางประเทศและไม่ฟังเสียงสาธารณชนที่ต่อต้านอย่างหนัก

ดังนั้น ด้วยความร่วมมือกันระหว่าง Greenpeace และ Avaaz จึงเปิดกิจกรรมรณรงค์เพื่อเก็บรวบรวมรายชื่อประชากรใน 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เพื่อเรียกร้องต่อสหภาพยุโรปให้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้มีการอนุมัติในลักษณะดังกล่าวอีกต่อไปและเพื่อเป็นช่องทางประกาศจุดยืนของผู้บริโภคในยุโรปที่ไม่ต้องการพืชและอาหารจีเอ็มโอไม่ว่าจะชนิดใดก็ตาม

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวใช้เวลาทั้งสิ้น 7 เดือนในการรวบรวมรายชื่อ 1 ล้านรายชื่อ (ยอดที่แท้จริงคือ 1,030,308 รายชื่อ)

ปัจจุบันมีพืชจีเอ็มโอกี่ชนิดที่ได้รับการอนุญาตให้ปลูกเชิงพาณิชย์ได้ในสหภาพยุโรป?

มีพืชจีเอ็มโอเพียง 2 ชนิดเท่านั้นที่ได้รับการอนุญาตให้ปลูกเชิงพาณิชย์ได้ในสหภาพยุโรปและยังคงมีการปลูกอยู่จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ได้แก่ ข้าวโพดจีเอ็มโอต้านทานยาฆ่าหญ้าของบริษัทมอนซานโต้ สายพันธุ์ MON810 และล่าสุดคือมันฝรั่งจีเอ็มโอของบริษัท BASF สายพันธุ์ Amflora

มีอาหารคนและอาหารสัตว์ที่เป็นจีเอ็มโอกี่ชนิดที่ได้รับอนุญาตให้วางขายได้ในสหภาพยุโรปในปัจจุบัน?

มีผลิตภัณฑ์อาหาร (คนและสัตว์) ที่เป็นจีเอ็มโอทั้งสิ้น 39 ชนิดที่ได้รับอนุญาต (ขาย, นำเข้า, ผ่านกระบวนการแปรรูป) ในยุโรป แต่ส่วนใหญ่จะถูกใช้เพื่อเป็นอาหารสัตว์มากกว่าอาหารคน ถึงกระนั้นก็ตามพบว่าที่ผ่านมา บริษัทผลิตอาหารรายใหญ่ในสหภาพยุโรปยังคงปฏิเสธที่จะนำวัตถุดิบจีเอ็มโอที่รัฐบาลอนุญาตมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารของบริษัทตนเนื่องจากแรงปฏิเสธของผู้บริโภค

คนยุโรปคิดอย่างไรกับพืชจีเอ็มโอ?

จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2553 โดย Eurobarometer เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนยุโรปเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ พบว่าจำนวนคนที่ต่อต้านพืชจีเอ็มโอเพิ่มมากขึ้น (เปรียบเทียบกับข้อมูลคนต่อต้านพืชจีเอ็มโอในปี 2550 ที่มีอยู่ 58%)

ผลการสำรวจระบุว่า 61% เชื่อว่าอาหารจีเอ็มโอไม่ใช่อาหารที่แท้จริงที่มาจากธรรมชาติ 59% เห็นว่าอาหารจีเอ็มโอไม่ปลอดภัยสำหรับสุขภาพของตนเองและครอบครัว 58% เห็นว่าไม่ปลอดภัยหากใช้เป็นอาหารสำหรับคนรุ่นถัดไป และกว่า 57% เห็นว่าการผลักดันอาหารจีเอ็มโอเป็นการสร้างผลประโยชน์ให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นแต่ผลักภาระและความเสี่ยงให้กับคนส่วนใหญ่

ทั้งนี้ผลจากการสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ประชาชนยุโรปมีความรู้ความเข้าใจอย่างดีเยี่ยมถึงความแตกต่างและผลกระทบที่เกิดจากพืชจีเอ็มโอและคนเหล่านี้เมื่อรู้แล้วจะปฏิเสธพืชจีเอ็มโอในเวลาต่อมาด้วย

นอกจากนี้ผลสำรวจยังแสดงด้วยว่า ความตระหนักในเรื่องของอาหารจีเอ็มโอเพิ่มมากขึ้น (84%) ซึ่งสะท้อนว่าการต่อต้านพืชจีเอ็มโอนั้นมีเหตุผลและพื้นฐานความคิดและการตัดสินใจหลักๆมาจากการได้รับความรู้และข้อเท็จจริงถึงผลกระทบของพืชจีเอ็มโอและรู้ว่าอะไรคือทางเลือกที่ดีกว่า