องค์ประกอบเกษตรเชิงนิเวศ

หน้า - เมษายน 25, 2553
หลายศตวรรษที่ผ่านมา ภูมิปัญญาทางด้านเกษตรกรรมถือเป็นมรดกชิ้นสำคัญของชาติที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น เกษตรกรไทยเรียนรู้วิธีการทำเกษตรที่สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างชาญฉลาด อย่างไรก็ตาม การเกษตรเคมีที่เน้นผลิตเพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้กำลังกลืนกินมรดกทางภูมิปัญญาเหล่านี้ เพราะการเปลี่ยนมาใช้สารเคมีเกษตรและเทคโนโลยีนำเข้าต่าง ๆ ตามแบบที่เจ้าของเทคโนโลยีเป็นคนกำหนด โดยมิได้คำนึงถึงความสำคัญและบทบาทของสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศที่ช่วยเกื้อหนุนภาคเกษตร จึงทำให้เกษตรอุตสาหกรรมไม่ใช่หนทางแห่งความยั่งยืน

ส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้าน

เกษตรเชิงนิเวศพึ่งพาความรู้และภูมิปัญญาชุมชน

หลายศตวรรษที่ผ่านมา ภูมิปัญญาทางด้านเกษตรกรรมถือเป็นมรดกชิ้นสำคัญของชาติที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น เกษตรกรไทยเรียนรู้วิธีการทำเกษตรที่สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างชาญฉลาด อย่างไรก็ตาม การเกษตรเคมีที่เน้นผลิตเพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้กำลังกลืนกินมรดกทางภูมิปัญญาเหล่านี้ เพราะการเปลี่ยนมาใช้สารเคมีเกษตรและเทคโนโลยีนำเข้าต่าง ๆ ตามแบบที่เจ้าของเทคโนโลยีเป็นคนกำหนด โดยมิได้คำนึงถึงความสำคัญและบทบาทของสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศที่ช่วยเกื้อหนุนภาคเกษตร จึงทำให้เกษตรอุตสาหกรรมไม่ใช่หนทางแห่งความยั่งยืน

พึ่งพาความหลากหลายของสายพันธุ์พืช

เกษตรกรเชิงนิเวศสนับสนุนการพึ่งพาความหลากหลายของสายพันธุ์พืช

การปลูกพืชด้วยสายพันธุ์ที่หลากหลายหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาลที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพราะพืชแต่ละสายพันธุ์ต้องการแร่ธาตุและสารอาหารจากดินที่แตกต่างกันออกไป เปิดโอกาสให้ผืนดินได้พักและปรับตัวเพื่อฟื้นฟูแร่ธาตุในดินตามธรรมชาติ ในขณะที่เกษตรอุตสาหกรรมโหมใช้ปุ๋ยเคมีราคาแพงด้วยความเชื่อว่าจะช่วยปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นแต่กลับทำให้คุณภาพดินเสื่อมโทรมลง

สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน

เกษตรเชิงนิเวศเกิดจากชุมชมและเพื่อชุมชน

หลายครั้งหลายคราอาหารที่เราบริโภคถูกปลูกในพื้นที่ที่ห่างไกล การขนส่งอาหารเหล่านี้จากแหล่งกำเนิดที่ห่างไกลนั้นจำเป็นต้องอาศัยระบบขนส่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นำเข้าจากต่างประเทศโดยเครื่องบินหรือเรือ ขนส่งจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่งโดยรถบรรทุก วิธีการขนส่งอาหารเหล่านี้อาศัยพลังงานจำนวนมหาศาล การบริโภคอาหารที่ปลอดภัยและสร้างความสุขในการบริโภคได้ไม่ต่างกัน คือ การบริโภคอาหารที่ผลิตในชุมชนของตนเอง ซึ่งหมายถึงการใช้พลังงานที่น้อยกว่าที่จะต้องสูญเสียไปกับการขนส่งด้วยระยะทางไกลที่ไม่จำเป็น และยังหมายถึงการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีอาชีพ

ใช้ปุ๋ยธรรมชาติ

ปุ๋ยธรรมชาติผลิตอาหารที่ปลอดภัยกว่า

ปุ๋ยธรรมชาติช่วยเกษตรกรปลูกพืชที่ปลอดภัยกว่าเพราะไม่มีสารเคมี ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า และมีความยั่งยืนเพราะวัตถุดิบที่ใช้ล้วนหาได้ในชุมชนและมาจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ไส้เดือน จุลินทรีย์ มูลสัตว์ เป็นต้น

เกษตรเชิงนิเวศกับฟาร์มไร้คอก

ทำปศุสัตว์โดยไม่ล้อมคอก เพิ่มบทบาทปศุสัตว์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

เกษตรเชิงนิเวศคืนอิสระภาพให้กับปศุสัตว์ด้วยการไม่ล้อมคอก และให้พื้นที่ปศุสัตว์มากกว่าการเกษตรอุตสาหกรรมซึ่งปศุสัตว์ถูกเลี้ยงด้วยความกดดันและผิดไปจากธรรมชาติ นอกจากนี้ปศุสัตว์ในระบบเกษตรเชิงนิเวศถูกเลี้ยงดูด้วยอาหารธรรมชาติที่ปลอดภัยกว่า ทำให้ปศุสัตว์เจ็บป่วยน้อยลง และเพิ่มบทบาทปศุสัตว์ขึ้นมาในฐานะกลไกสำคัญในการผลิตปุ๋ยซึ่งเกษตรกรสามารถพึ่งพาได้อย่างยั่งยืน

ช่วยเหลือชุมชน

เกษตรเชิงนิเวศช่วยเหลือชุมชน

ในอดีต เกษตรกรและผู้บริโภครู้จักใกล้ชิดและอยู่ในชุมชนเดียวกัน เกษตรกรรู้ว่าเค้าผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงครอบครัวใดบ้าง และผู้บริโภคก็รู้ถึงที่มาของอาหารเหล่านั้น แต่ปัจจุบันด้วยกระแสเกษตรอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนรูปแบบการเกษตรจากการปลูกเพื่อหล่อเลี้ยงชุมชนกลายมาเป็นการปลูกเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดภายนอก ทำให้คนส่วนใหญ่ซื้ออาหารจากซุปเปอร์มาร์เก็ตโดยที่ไม่รู้เลยว่าอาหารเหล่านั้นมาจากที่ใด และปลูกด้วยกระบวนการที่ปลอดภัยเพียงใด เกษตรเชิงนิเวศเป็นตัวช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภคให้เข้มแข็งมา

ควบคุมศัตรูพืชด้วยวิถีธรรมชาติ

แมลงที่เป็นประโยชน์ในระบบเกษตรเชิงนิเวศช่วยเกษตรกรผลิตอาหารที่ปลอดภัยกว่า

เกษตรอุตสาหกรรมโหมใช้สารเคมีที่อันตรายเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช แต่เกษตรเชิงนิเวศจัดการกับแมลงศัตรูพืชโดยปราศจากการใช้สารเคมีและใช้วิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า เช่น การปลูกพืชที่มีคุณสมบัติไล่แมลงในพื้นที่เกษตร อาศัยหลักการของห่วงโซ่อาหารและการกินกันเป็นทอดๆเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช เป็นต้น