ให้คำจำกัดความเกษตรกรรมเชิงนิเวศ

หน้า - เมษายน 25, 2553

ก. คำจำกัดความ 1 ประโยค เกษตรกรรมเชิงนิเวศ พิทักษ์ธรรมชาติและประชาชน โดยการปกป้องดิน น้ำ และ สภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อให้เกิดการเกษตรที่มีสุขภาวะและอาหารที่มีประโยชน์สำหรับปัจจุบันและอนาคต และไม่ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมด้วยสารเคมี หรือการดัดแปลงพันธุกรรม เพิ่มเติม

1) เกษตรกรรมเชิงนิเวศก่อให้เกิดการเกษตรที่มีสุขภาวะและอาหารที่มีประโยชน์ สำหรับปัจจุบันและอนาคต โดยปกป้องดิน น้ำ และ สภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ และไม่ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมด้วยสารเคมี หรือการดัดแปลงพันธุกรรม

2) เกษตรกรรมเชิงนิเวศปกป้องธรรมชาติและประชาชน ก่อให้เกิดการเกษตรที่มีสุขภาวะและอาหารที่มีประโยชน์ สำหรับปัจจุบันและอนาคต โดยปกป้องดิน น้ำ และ สภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ และ ไม่ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมด้วยสารเคมี หรือการดัดแปลงพันธุกรรม

3) เกษตรกรรมเชิงนิเวศสร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติและประชาชน โดยปกป้องดิน น้ำ และ สภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อให้เกิดการเกษตรที่มีสุขภาวะและอาหารที่มีประโยชน์ สำหรับปัจจุบันและอนาคต และ ไม่ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมด้วยสารเคมี หรือการดัดแปลงพันธุกรรม


ข. แบบอย่างของเกษตรกรรมเชิงทำลายและก่อมลพิษ ทัดทานกับ ประโยชน์ของเกษตรกรรมเชิงนิเวศ

1. เกษตรอุตสาหกรรมทำลายการพึ่งพาทรัพยากรที่นำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้และที่ทำขึ้นโดยมนุษย์ (เช่น เชื้อเพลิงฟอสซิล สารเคมีเกษตร และ พืชดัดแปลงพันธุกรรม) ซึ่งทำลายทรัพยาธรรมชาติขั้นพื้นฐาน ที่จำเป็นสำหรับการผลิตอาหาร เกษตรกรรมเชิงนิเวศทั้งพึ่งพาและปกป้องธรรมชาติ โดยใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการทางธรรมชาติ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ วงจรสารอาหาร การฟื้นตัวของดิน และ ศัตรูทางธรรมชาติของแมลงศัตรูพืช และบูรณาการสินค้าทางธรรมชาติเหล่านี้เข้าสู่ระบบการเกษตรเชิงนิเวศต่างๆ ที่มอออาหารให้กับทุกคน ในปัจจุบันและอนาคต

2. เกษตรอุตหกรรมก่อมลพิษให้กับธรรมชาติด้วยปุ๋ยและสารเคมีอันตรายที่สังเคราะห์ขึ้น นั้นขจัดความอุดมสมบูรณ์ออกจากดิน เป็นภัยต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และ ทำลายความสามารถของธรรมชาติในการควบคุมแมลงศัตรูพืชและโรค เกษตรกรรมเชิงนิเวศก่อให้เกิดอาหารที่มีประโยชน์ และเกษตรกรที่มีสุขภาพดี โดยการสร้างดินที่อุดมสมบูรณ์และพืชที่มีประโยชน์

3. เกษตรอุตสาหกรรมปล่อยสายพันธุ์พืชดัดแปลงพันธุกรรม ที่คุกคามความหลากหลายทางชีวภาพของพืชผลของเรา ซึ่งเป็นพืชผลที่ทนทานสภาพการณ์ของท้องถิ่นมาหลายพันปี ดังนั้นจึงสร้างความเสี่ยงให้กับความสามารถในการผลิตอาหารภายใต้สภาพการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง เกษตรกรรมเชิงนิเวศปรับเกษตรกรรมให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคืนความหลากหลายให้กับไร่นาและทุ่งหญ้า และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพตามธรรมชาติ

4. เกษตรอุตสาหกรรมสร้างอันตรายให้กับอนาคตของดิน น้ำ สภาพภูมิอากาศ และ ป่าของเรา และตั้งอยู่บนการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ยั้งคิด และในหลายแห่งของโลกตั้งอยู่บนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น เกษตรกรรมเชิงนิเวศปกป้องดินจากการกัดกร่อนและความเสื่อมโทรม เพิ่มความสมบูรณ์ให้กับดิน อนุรักษ์น้ำและถิ่นที่อยู่อาศัยทางธรรมชาติ และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

5. เกษตรอุตสาหกรรมเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกที่มีสาเหตุจากมนุษย์ ก๊าซเรือนกระจกตัวหลักที่ถูกปล่อยโดยตรงจากเกษตรกรรม ได้แก่ ก๊าซมีเทนจากปศุสัตว์ และไนตรัสออกไซด์จากดินที่ใส่ปุ๋ย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบอย่างหยั่งรากลึกต่อการผลิตอาหารทั่วโลก เกษตรกรรมเชิงนิเวศเป็นทั้งกลยุทธ์การบรรเทาและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะสามารถดูดรับคาร์บอนได้ในระดับกว้าง และมอบทางเลือกอีกหลายทางสำหรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ การเกษตรที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการปรับเกษตรกรรมให้เข้ากับสภาพการณ์ของภูมิอากาศในอนาคต

6. เกษตรอุตสาหกรรมเชิงทำลายเป็นแบบอย่างของเกษตรกรรมที่ผลักดันโดยบริษัทสารเคมีเกษตร ผู้ที่มีเป้าหมายหลักคือ สร้างกำไรจากการขายยาฆ่าแมลง ปุ๋ยสังเคราะห์ และ เมล็ดพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรม ไม่ใช่เพื่อเลี้ยงปากท้องของประชากรโลก ดังนั้นบริษัทเหล่านี้จึงได้รับการสนับสนุน ส่งเสริมและให้เงินอุดหนุนโดยรัฐบาล เกษตรกรรมเชิงนิเวศทำให้ชุมชนต่างๆ มีความสามารถเลี้ยงปากท้องของตนเอง และมอบการเกษตรที่มีสุขภาวะและอาหารที่มีประโยชน์ สำหรับประชาชนทุกคน