Skip navigation.
ชาวโบลีเวียกับมันฝรั่งที่ปลูกเองในครัวเรือน

ชาวโบลีเวียกับมันฝรั่งที่ปลูกเองในครัวเรือน

ขยายภาพ

ประขาขนที่อดอยากส่วนมากอาศัยอยู่ในประเทศที่มีอาหารมากเกินความจำเป็น มิได้ขาดแคลนอาหาร องค์การอาหารและเกษตรกรรมแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าเรากำลังผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงทุกคนในโลกให้ได้รับอาหารที่เพียงพอและ มีคุณค่าทางโภชนาการเกินปริมาณที่จำเป็น 1 เท่าครึ่ง อย่างไรก็ตามประชากร 1 ใน 7 คนกำลังทุกข์ทรมานจากความอดอยาก

แทนที่จะปลูกพืชผลให้ชุมชนในท้องถิ่นต่างๆ ได้รับอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย แต่การเกษตรเชิงอุตสาหกรรมกลับผลิตพืชผลเพื่อขายให้กับตลาดโลก ในขณะที่การผลิตพืชผลทั่วโลกได้เพิ่มขึ้น 3 เท่านับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 แต่ปัจจุบันประชาชนมากขึ้นยังอดอยากมากกว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ครอบครัวเกษตรกรเล็กๆ ถูกไล่ออกจากที่ดินของตน และประชาชนในท้องถิ่นไม่มีกำลังซื้อพืชผลที่มีการปลูก บ่อยครั้งผลที่เกิดจากการเกษตรเชิงอุตสาหกรรม คือ การทำลายสิ่งแวดล้อม ความยากจน และความอดอยากหิวโหยที่เลวร้ายวนเวียนไม่หยุด

ความมั่นคงด้านอาหารจะไม่บรรลุผลด้วยการใช้บางสาขาวิชาแก้ไข เช่น พันธุวิศวกรรมประชากรที่ต้องเลี้ยงปากท้องจำเป็นต้องเข้าถึงที่ดินเพื่อปลูกพืชผลหรือต้องการเงินเพื่อซื้ออาหาร “วิธีแก้ปัญหา” ด้วยเทคโนโลยี อย่างเช่นพันธุวิศวกรรมเป็นการปิดซ่อนปัญหาที่แท้จริงด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อความอดอยาก

ประเทศอาร์เจนตินาเป็นผู้ผลิตพืชผลตัดต่อพันธุกรรมอันดับที่ 2 ของโลก และเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาประเทศเดียวที่ปลูกพืชผลตัดต่อพันธุกรรมเพื่อการค้าในระดับกว้าง โดยอาร์เจนตินาได้แสดงให้เห็นว่าพืชตัดต่อพันธุกรรมไม่นำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารมากขึ้น เนื่องจากถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรมหลายล้านตันถูกส่งออกจากอาร์เจนตินาทุกๆ ปี เพื่อใช้เป็นอาหารเลี้ยงปศุสัตว์ ในขณะที่ชาวอาร์เจนตินาหลายล้านคนอดอยากหิวโหย

สาเหตุที่แท้จริงของความอดอยาก

ความยากจนและการขาดการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ
ความอดอยากและภาวะขาดแคลนสารอาหารเป็นผลโดยตรงจากการขาดการเข้าถึงหรือการถูกกีดกันจากแหล่งทรัพยากรที่ให้ผลผลิต เช่น ที่ดิน ป่า ทะเล แหล่งน้ำ เมล็ดพันธุ์ เทคโนโลยี และ สินเชื่อ ประชากรที่อดอยากของโลก 75% เป็นประชากรในชนบทที่ถูกลดความสำคัญจากรัฐบาล ตัวอย่างของความไม่เท่าเทียมอย่างใหญ่หลวงของการแบ่งสรรที่ดินที่ส่งผลโดยตรงให้เกิดความอดอยาก ได้แก่ ในประเทศแถบละตินอเมริกา ซึ่ง 80% ของที่ดินการเกษตรเป็นของเกษตรกรจำนวน 20% ส่วนที่ดินอีก 20% เป็นของเกษตรกรจำนวน 80%

ระบบการค้าที่ไม่ยุติธรรม
ระบบการค้าของพืชผลการเกษตรในปัจจุบันทำให้ประเทศในแถบแอฟริกาใต้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ องค์กรความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ให้เงินสนับสนุนภาคเกษตรกรรมต่อปีแก่ประเทศสมาชิกมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติทั้งหมดของประเทศในแอฟริกาในตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า สินค้าส่งออกที่ได้รับเงินสนับสนุนถูกกดราคาให้ต่ำมากและเป็นสินค้าเหลือใช้ตามกฎหมายขององค์การการค้าโลกที่มาจากประเทศร่ำรวย สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างของการค้าสินค้าเกษตรที่ไม่ยุติธรรมในปัจจุบันที่ประเทศยากจนต้องประสบ

การกำหนดทิศทางของการวิจัยไปสู่เกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรมแทนการกำหนดทิศทางของการวิจัยให้เข้ากับความจำเป็นของเกษตรกรที่ถูกลดความสำคัญ
การวิจัยมักจะละเลยการพัฒนาเทคนิคด้านการเกษตรที่ช่วยลดวัตถุดิบและที่ง่ายต่อการควบคุม การวิจัยด้านการเกษตรในระดับชาติและนานาชาติถูกกำหนดให้เข้ากับการเกษตรเชิงอุตสาหกรรมเป็นอย่างสูง