มะละกอ

หน้า - มกราคม 23, 2552
มะละกอจีเอ็มโอสร้างความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงและคาดการณ์ไม่ได้ และมีผลกระทบที่ไม่อาจทราบได้ต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อมะละกอจีเอ็มโอมีการปลูกทดลองเมื่อ 5 ปีที่แล้วในฮาวาย อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพกล่าวว่ามันเป็น "วิธีแก้ปัญหา" ของโรคไวรัสด่างวงแหวนในมะละกอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจรุนแรงต่อเกษตรกรในฮาวาย

เกษตรกรไทยในสวนผลไม้ของตนเองชี้ไปที่มะละกอสายพันธุ์พื้นเมือง "แขกดำ"

ตลาดต่างประเทศ ซึ่งปฏิเสธมะละกอจีเอ็มโอได้สร้างหายนะให้กับเกษตรกรไทย โดยราคาขายมะละกอจีเอ็มโอตกลงไปอยู่ที่ 30-40% ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และราคาขายต่ำกว่ามะละกอเกษตรอินทรีย์ 600%

นอกจากนี้เกษตรกรได้ค้นพบว่ามะละกอจีเอ็มโอพันธุ์ "ซันอัพ" (SunUp) ติดเชื้อได้โดยง่ายจากเชื้อราชนิดใหม่ในพืช และโรคต่างๆ เช่น เชื้อรา "จุดดำ" การค้นพบนี้เกิดขึ้น 5 ปี หลังมะละกอจีเอ็มโอได้รับการอนุมัติให้ปลูกเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันเกษตรกรต้องพ่นยาฆ่าเชื้อรามีพิษลงบนต้นมะละกอซันอัพทุกๆ 10 วัน

เกษตรกรอินทรีย์บางรายถูกบังคับให้ตัดต้นมะละกอทิ้งทั้งหมดเพราะถูกปนเปื้อนจากมะละกอจีเอ็มโอ เมล็ดพันธุ์มะละกอจีเอ็มโอได้ปนเปื้อนเสบียงเมล็ดพันธุ์ธรรมชาติ และการผสมเกสรข้ามพันธุ์ไปสู่พืชธรรมชาติได้เกิดขึ้นในบริเวณกว้าง

ในขณะที่มะละกอจีเอ็มโอได้พิสูจน์ให้เห็นถึงหายนะในฮาวาย นักวิทยาศาสตร์สหรัฐและบริษัทกลุ่มเดียวกันได้ทำงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของประเทศไทย และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนามะละกอจีเอ็มโอขึ้นในประเทศไทย  การทดลองมะละกอจีเอ็มโอในพื้นที่เปิดถูกดำเนินการในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากมอนซานโต บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมพันธุวิศวกรรมโลก ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตรมะละกอจีเอ็มโอหลายใบ นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากภาคบริษัทกล่าวว่า มะละกอจีเอ็มโอนั้น "ปลอดภัย" และพร้อมที่จะนำไปปลูกเชิงพาณิชย์โดยเกษตรกรได้

อย่างไรก็ตามคำกล่าวนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องโกหกเมื่อในเดือนกรกฎาคม 2547 กรีนพีซเปิดโปงเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการขายเมล็ดพันธุ์มะละกอจีเอ็มโออย่างผิดกฎหมาย และการปนเปื้อนมะละกอแขกดำท่าพระในแปลงปลูกมะละกอ ซึ่งห่างจากสถานีวิจัยขอนแก่นของรัฐบาล 60 กิโลเมตร แทนที่จะสืบสวนและหยุดการปนเปื้อน เจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรกลับนิ่งเฉย และแม้ว่ารัฐบาลได้ยอมรับว่ามีการปนเปื้อน แต่ก็ยังไม่ประกาศโครงการเก็บกวาดมะละกอที่ปนเปื้อน

สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำเข้ามะละกอจีเอ็มโอ ดังนั้นเกษตรกรที่ปลูกมะละกอเพื่อส่งออกจึงส่งผลกระทบที่แตกกิ่งก้านออกไปต่ออุตสาหกรรมส่งออกมะละกอแปรรูปของประเทศไทย ผลกระทบของการปลูำกมะละกอจีเอ็มโอในประเทศไทยมีผู้เกรงว่าอาจจะร้ายแรงกว่าในฮาวาย เพราะไม่เพียงมะละกอสีเขียวเท่านั้นที่ผู้คนรับประทานเป็นอาหารหลัก แต่ยังมีการปลูกทุกแห่งหน ไม่ว่าจะในแปลงของเกษตรกร สนามในโรงเรียน และ สวนหลังบ้าน

รายละเอียดเบื้องลึก

คลิกที่นี่ เพื่อดูแผนที่แสดงการแพร่ขยายของการปนเปื้อนมะละกอในประเทศไทย

เรื้องอื้อฉาวเกี่ยวกับมะละกอจีเอ็มโอในประเทศไทย

กลิ่นอายของมะละกอจีเอ็มโอ

เกษตรกรฮาวายเตือนเกษตรกรไทยเกี่ยวกับมะละกอจีเอ็มโอว่าอย่าปลูก