ต้นไม้

หน้า - มกราคม 23, 2552
นักวิทยาศาสตร์ใส่ยีนส์ต่างด้าวเข้าสู่ต้นไม้ ในวิธีเดียวกับที่พวกเขาตัดต่อพันธุกรรมพืชผลทางการเกษตร เพื่อทำให้สามารถต้านทานยากำจัดวัชพืชหรือแมลง

ต้นไม้ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

ต้นไม้ ซึ่งมีวงจรชีวิตยาวนาน และเติบโตในระบบนิเวศที่ซับซ้อน กำลังอยู่ในช่วงเริ่มนำไปปลูก การปลูกต้นไม้ตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) อาจสร้างความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมร้ายแรง กรีนพีซเรียกร้องให้มีกฎหมายห้ามปล่อยต้นไม้จีเอ็มโอออกสู่สิ่งแวดล้อมในทันที เพราะอาจสร้างมลพิษทางพันธุกรรมอันไม่อาจเรียกคืนได้

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการกักกันเกสร และในบางกรณีเมล็ดพันธุ์จากต้นไม้ในป่าเป็นไปไม่ได้ในทุกวัตถุประสงค์ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งทราบดีถึงปัญหาของการถ่ายทอดยีน มักจะอ้างว่าการตัดต่อพันธุกรรมของยีนที่ทำให้ไม่ผลิดอกออกผลเป็นวิธีแก้ปัญหาของการถ่ายทอดยีน แต่ยีนไม่ผลิดอกออกผลอย่างต่อเนื่องอาจถูกตัดต่อได้ยากมาก และเป็นส่วนน้อยของงานวิจัยต้นไม้จีเอ็มโอเท่านั้น นอกจากนี้ ต้นไม้ที่ถูกตัดต่อยีนที่ไม่ผลิดอกออกผลอาจกลายเป็นต้นไม่ที่อุดมสมบูรณ์ในอนาคต โดยสามารถมีปฏิกิริยากับตัวสร้างความกดดันภายนอก จากนั้นจะส่งต่อยีนที่ทำให้ไม่ผลิดอกออกผลไปสู่ประชากรต้นไม้ธรรมชาติ

การปล่อยยีนต่างด้าวออกสู่สิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามอาจมีผลกระทบข้างเคียงที่คาดไม่ถึงต่อระบบนิเวศ ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาวิธีการลดกากใยลิกนินในต้นไม้ ลิกนินเป็นวัสดุที่เพิ่มความแข็งแรงและมั่นคงแก่ต้นไม้ แต่ทำให้ยากต่อการแยกเนื้อไม้ไปทำกระดาษ ลิกนินที่ลดลงอาจทำให้ต้นไม้ย่อยสลายเร็วขึ้น ทำให้ระบบนิเวศ โครงสร้าง และ ความอุดมสมบูรณ์ของดินเปลี่ยนไป

การตัดต่อพันธุกรรมยังอาจก่อให้เกิดผลกระทบข้างเคียงที่ไม่เป็นที่ต้องการ และคาดไม่ถึง ซึ่งหลายอย่างตรวจพบได้ยากในต้นไม้จีเอ็มโอ เพราะมีอายุยาวนาน อาจใช้เวลาหลายปีที่ลักษณะที่ไม่เป็นที่ต้องการ และความไม่คงที่ของลักษณะที่เป็นที่ต้องการจะแสดงออกมา

ผลลัพธ์ที่เป็นที่ปรารถนาอย่างหนึ่งในงานวิจัยต้นไม้จีเอ็มโอ คือ สายพันธุ์ต้นไม้ที่เติบโตเร็วขึ้น ต้นไม้ชนิดนี้อาจดึงสารอาหารออกจากดินผ่านทางการดูดสารอาหารอย่างรวดเร็วผิดปกติ นอกจากนี้ต้นไม้ที่เติบโตเร็วมากอาจดึงน้ำปริมาณมากออกจากแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนในหลายภูมิภาค อีกสิ่งหนึ่งคือ หากลักษณะการเติบโตรวดเร็วถ่ายทอดไปยังต้นไม้ธรรมชาติชนิดเดียวกัน ต้นไม้เหล่านี้อาจกลายเป็นต้นไม้ที่มีโรคระบาดอย่างรวดเร็ว โดยมีผลกระทบต่อระบบนิเวศรุนแรง

นอกจากนี้นักวิจัยยังตัดต่อพันธุกรรมต้นไม้ให้สามารถต้านทานยากำจัดวัชพืช ต้นไม้จีเอ็มโอชนิดนี้อาจทำให้ต้องพ่นยาฆ่าวัชพืชทางอากาศเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากที่สารเคมีจะกระจายไปสู่แหล่งน้ำ และทำลายระบบนิเวศ นอกจากนี้ ต้นไม้ที่ต้านทานยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าวัชพืชอาจถ่ายทอด "ยีนส์ต้านทาน" ส่วนเกินไปสู่ต้นไม้ชนิดเดียวกัน และต้นไม้เหล่านี้อาจกลายเป็น "สุดยอดวัชพืช"

จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการยื่นเสนอให้ปลูกต้นไม้ตัดต่อพันธุกรรมเป็นการค้าอย่างไม่จำกัด อย่างไรก็ตามการทดลองปลูกต้นไม้จีเอ็มโอได้รับอนุญาตในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และ แอฟริกาใต้ โดยทดลองปลูกในแปลงเปิดมากกว่า 200 ครั้งในสหรัฐอเมริกาแห่งเดียว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดรายงานของกรีนพีซชื่อ นิยายไม่ซับซ้อนของต้นไม้ตัดต่อพันธุกรรม