ผืนป่าแห่งอินโดนีเซีย

กรีนพีซทำงานในระดับสากลเพื่อปกป้องผืนป่าสุดท้ายที่มีความสำคัญมากที่สุดของ โลก ได้แก่ ผืนป่าอะเมซอน ผืนป่าคองโกและผืนป่าแห่งอินโดนีเซียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่ง กำลังถูกทำลายในอัตรารวดเร็วกว่าแห่งใดในโลก

การทำลายป่ากำลังคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพบนโลก และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประชาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเช่น ไทยและฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความล่อแหลมต่อผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด การปกป้องผืนป่าอันกว้างใหญ่มหาศาลในอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการ รักษาสมดุลของสภาพภูมิอากาศ และในทางกลับกันก็นำผลประโยชน์มาสู่ภูมิภาคนี้ด้วย

การ ทำลายป่าฝนและป่าพรุที่เต็มไปด้วยคาร์บอนอย่างขนานใหญ่เพื่ออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและกระดาษนั้นคือสาเหตุหลักว่าทำไมอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซ เรือนกระจกมากเป็นอันดับสามของโลก กรีนพีซเรียกร้องให้ยุติการทำลายป่าและระบบนิเวศป่าพรุในอินโดนีเซีย และให้ยุติการทำลายป่าโดยสิ้นเชิงภายในปี 2558

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ อินโดนีเซียคือบ้านของเหล่าปักษา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและพรรณพืชร้อยละ 10-15 ของสัตว์ป่าและพรรณพืชที่เรารู้จัก อุรังอุตัง ช้าง เสือ แรดและเหล่าปักษามากกว่า 1,500 สายพันธุ์และพืชนับพันสายพันธุ์ ทั้งหมดคือมรดกทางธรรมชาติของประเทศ

แต่สัตว์ป่าที่เป็นเอกลักษ์หลายสายพันธุ์รวมถึงอุรังอุตังและเสือสุมาตรานี้กำลังถูกคุกคาม

ไม่เพียงแต่ความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติของเรากำลังหายไป ชีวิตของผู้คนในอินโดนีเซียนับล้านที่พึ่งพาอาศัยป่าเป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยและการดำรงชีวิตกำลังเปลี่ยนแปลงไปเกินกว่าที่เราจะรับรู้เมื่อ ผืนป่าได้หายไป

การทำลายป่านี้ยังคุกคามต่อโลกในวงกว้างขึ้นไปอีก ป่าพรุคือแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่มากที่สุดในโลก ป่าพรุในอินโดนีเซียนั้นกว้างใหญ่มหาศาล กักเก็บคาร์บอนในปริมาณ 35 พันล้านตัน เมื่อมีการระบายน้ำออกจากป่าพรุ เผาป่าและปลูกต้นอาคาเซีย ยูคาลิปตัสและสวนปาล์มน้ำมัน ป่าพรุจะกลายเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

ป่าฝนเขตร้อนและป่าพรุที่อุดมไปด้วยคาร์บอนในอินโดนีเซียกำลังถูกทำลายเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์อุปโภคที่ใช้แล้วทิ้งที่เราสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้า กระดาษสำหรับนิตยสาร กระดาษชำระและบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์มอย่างเช่นยาสีฟันและชอกโกแลต

กรีนพีซทำงานรณรงค์เพื่อให้มีการยุติการทำลายป่าฝนเขตร้อนและป่าพรุใน อินโดนีเซียโดยทันที และผลักดันให้เกิดข้อตกลงและกองทุนที่มีความหมายในการปกป้องผืนป่าเหล่านั้น ตามแนวทางการพัฒนาที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและยุติการทำลายป่าโดยสิ้นเชิงใน อินโดนีเซียภายในปี 2558 และทั่วโลกภายในปี 2563

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวนี้ กรีนพีซได้สำรวจห่วงโซ่อุปทานในระดับโลกซึ่งเป็นตัวการเปลี่ยนผืนป่าให้เป็นผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคทั่วโลก และเปิดโปงบริษัทที่มีส่วนในการทำลายป่า ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา งานรณรงค์ของเราและแรงกดดันจากผู้สนับสนุนได้ทำให้บริษัทยักษใหญ่อย่าง เนสท์เล่ ยูนิลีเวอร์และบริษัทอื่น ๆ ยกเลิกสัญญาในการรับซื้อสินค้าที่เกิดจากทำลายป่าจากผู้จัดจำหนายรายใหญ่ อย่างบริษัทซีนาร์ มาส

กรีนพีซยังได้ทำงานเคียงข้างกับกลุ่มประชาสังคมและองค์กรพัฒนาเอกชนในอินโดนีเซีย ซึ่งรับรู้ว่าเป้าหมายการพัฒนาแบบคาร์บอนต่ำของอินโดนีเซียไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับการทำลายป่า โดยทำงานรณรงค์เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของชาวอินโดนีเซีย ผืนป่าที่พวกเขาพึ่งพา ความหลากหลายทางชีวภาพและสภาพภูมิอากาศโลก

หมวด