ยังมีปัญหาอยู่หรือไม่

หน้า - มีนาคม 31, 2551
ปัญหาที่มีชื่อว่าเชอร์โนบิลไม่ใช่เรื่องในอดีต ปัจจุบันกำลังมีการวางแผนที่จะส่งออกกากนิวเคลียร์จำนวนมากที่มีกัมมันตภาพรังสีสูงไปยังโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เคยเกิดอุบัติเหตุ เช่น มายัค เซมิพาลาทิงส์ หรือแม้แต่ที่เชอร์โนบิลเอง แผนการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศของสหประชาชาติ

กรีนพีซส่งข้อความให้นายกรัฐมนตรีอังกฤษว่า "นิวเคลียร์ไม่ใช่คำตอบของปัญหาโลกร้อน"

นี่คือวิธีที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์รับมือกับความทุกข์ทรมานของประชาชนเหล่านี้ นั่นคือ การเรียกบ้านและชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาว่า "เขตเสียสละ" แทนที่จะสนับสนุนชุมชนเหล่านี้ที่มีปัญหาทางการแพทย์ เศรษฐกิจ ระบบนิเวศ และ ปัญหาสังคม บริษัทในโลกตะวันตกกลับยังคงเดินหน้าเจรจาข้อตกลงทางธุรกิจเพื่อส่งออกกากนิวเคลียร์มีพิษมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะถูกทิ้งไว้และละเลย

นาสย่า อีเรเมนโค อายุ 9 ปี เหยื่ออุบัติเหตุเชอร์โนบิล ณ เมือง บูดา คาเชเลโว ในเบลารุส ต้องมีชีวิตอยู่กับโรคมะเร็งในมดลูกและปอดตั้งแต่อายุ 3 ขวบ หากเธอถามคุณว่า "ทำไมประเทศของฉันจึงเป็นที่ทิ้งกากนิวเคลียร์ของประเทศของคุณ" คุณจะสามารถหันไปมองเธอแล้วตอบได้ไหมว่า "เพราะเธออยู่ในเบลารุส" คำตอบคือไม่ได้ ดังนั้นทำไมเราจึงยอมให้ผู้ผลิตไฟฟ้าทำอะไรเช่นนี้

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์และอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ในยุโรปตะวันตกไม่มีวันที่จะคิดทิ้งกากกัมมันตภาพรังสีในชานเมืองปารีส หรือชานเมืองเฮลซิงกิ ความจริงที่ว่าการปฏิบัติเช่นนี้เป็นเป็นที่ยอมรับในศตวรรษที่ 21 นั้นเป็นเรื่องที่น่าหวั่นวิตก เพราะแสดงให้เห็นว่าชุมชนนานาประเทศล้มเหลวในการปกป้องประชาชนที่ไร้เดียงสา

ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2493 ไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ได้รับการยกย่องให้เป็นคำตอบของปัญหาพลังงานโลก แต่พลังงานนิวเคลียร์ยังคงเป็นแหล่งพลังงานที่ทำให้ขาดทุน โดยสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานขั้นพื้นฐานทั่วโลกได้เพียง 2% ยิ่งไปกว่านั้นพลังงานปริมาณเพียงเล็กน้อยนี้ไม่สามารถถูกผลิตขึ้นได้หากปราศจากเงินสนับสนุนปริมาณมหาศาลจากภาครัฐ

พลังงานนิวเคลียร์เป็นแหล่งไฟฟ้าที่ราคาแพงที่สุดเมื่อพิจารณาราคาของสิ่งก่อสร้าง การดำเนินการ และ การระงับการดำเนินการ ของสถานีไฟฟ้า แต่การวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ เพราะพลังงานนิวเคลียร์ก่อให้เกิดความเสียหายต่อยีนส์กองกลาง (gene pool) ซึ่งเป็นสายใยแห่งชีวิตที่สำคัญที่สุดในร่างกายสิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากรังสี นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา เช่น การประกันภัยอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น และการกำจัดกากนิวเคลียร์ในระยะยาว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณเมื่อยังไม่พบวิธีแก้ปัญหาที่น่าเชื่อถือ แท้จริงแล้วพลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาโลกร้อน เงินอุดหนุนที่จำเป็นสำหรับการดำรงอยู่ของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์กำลังทำให้ทางออกของปัญหาโลกร้อนที่แท้จริง นั่นคือ การปฏิวัติพลังงานหมุนเวียนเกิดขึ้นช้าลงและถูกบ่อนทำลายทีละน้อย

50 ปี หลังจากอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ถือกำเนิดขึ้น ผู้ที่ต้องชดใช้ผลกระทบราคาแพงของนิวเคลียร์ คือ ผู้ที่มีเงินน้อยที่สุด นั่นคือ คนยากจนและผู้ป่วย ที่ต้องมีชีวิตอยู่กับผลกระทบของรังสีที่ทำให้สุขภาพทรุดโทรม

ลองดูภาพถ่ายของผู้ที่มีชีวิตอยู่กับผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์เพื่อรับทราบอย่างย่อๆ เกี่ยวกับมรดกตกทอดที่นำความตายมาให้นี้ ภูมิภาค 4 แห่งที่ถูกยกมาแสดงเป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งที่อาจเกิดขึ้นที่ใดของโลกก็ได้ และทุกเวลา พลังทำลายล้างและก่อมลพิษของนิวเคลียร์เป็นภัยเสี่ยงของทั่วโลก เพราะกากนิวเคลียร์ไม่เลือกปฏิบัติต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง ร่องรอยแห่งความร้ายกาจจากเหตุการณ์เชอร์โนบิลยังคงเกิดขึ้นในปัจจุบันในไอร์แลนด์เหนือ สวีเดน หรือแม้แต่ซาอุดิ อาระเบีย และจะยังคงอยู่ยาวนานอีกนับหลายพันปี

ความจริงก็คือ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการผลาญเงิน แต่สำหรับเหยื่ออุตสาหกรรมนิวเคลียร์ทุกคนแล้วนั้น สิ่งที่ถูกผลาญนั้นมากกว่าแค่เงิน พลังงานหมุนเวียนไม่คร่าชีวิตคนหลายพันคนเมื่อผิดพลาด ไม่เป็นพิษต่อผู้คนทุกๆ วันที่ดำเนินการ และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนที่อันตรายหลายพันปี โลกไม่จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากกว่านี้ โลกต้องการ การปฏิวัติพลังงานสะอาด