เด็กๆ แห่งเชอร์โนบิล - แอนย่า

หน้า - เมษายน 26, 2553
เมื่ออายุเพียง 4 ขวบ เด็กน้อยแอนย่า เปเซนโก พยายามทำตัวเป็นเด็กดีโดยนั่งหลังตรงและกินอาหารอย่างเรียบร้อย แต่บางครั้งเธอฟุบลงไปบนโต๊ะ "แอนย่า" ซึ่งเป็นชื่อที่คนเรียกเธอ ไม่สามารถอธิบายได้ดีว่าเธอเป็นอะไร แน่นอนว่าวาเลนตินา แม่ของเธอกังวลมากและพาเธอไปหาหมอ หมอพบเนื้องอกในศีรษะของเธอ และถูกผ่าตัดออกไป แต่แอนย่าไม่เคยมีสุขภาพสมบูรณ์เหมือนเดิม และไปพบหมอหลายคนจนเธอหวาดกลัวเมื่อเธอเห็นเสื้อกาวน์สีขาว

แอนย่าเกิดในหมู่บ้านที่ปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสีปริมาณสูงจากการหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่เชอร์โนบิลในพ.ศ. 2529 เธอเป็นมะเร็งตั้งแต่ 4 ขวบ ในบางวันเธอต้องทุกข์ทรมานอย่างสาหัสกับความเจ็บปวดและความเหนื่อยจนหมดแรง เพราะเนื้องอกในสมองที่เกิดขึ้นอีกครั้งในพ.ศ.2543

ยิ่งไปกว่านั้น หมอคณะหนึ่งเห็นชอบว่าเธอควรมี "ประกาศนียบัตรเชอร์โนบิล" เพราะวาเชสลาฟ พ่อของแอนย่ามาจากหมู่บ้านที่ถูกปนเปื้อนอย่างสูงเนื่องจากเหตุการณ์เชอร์โนบิล โดยครอบครัวนี้ได้ไปเยือนหมู่บ้านซาโคพายบ่อยครั้งก่อนที่มันจะถูกทำลายและฝัง แอนย่ามีประกาศนียบัตรหมายเลข 000358 ที่มีข้อความว่า

"บุคคลนี้มีสิทธิพิเศษที่ได้รับจากรัฐบาลสาธารณรัฐเบลารุสที่มอบให้แก่ผู้เคราะห์ร้ายจากหายนุะเชอร์โนบิล ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 18 ที่ออกโดยเทศบาลเมืองโกเมล" กระดาษแผ่นนี้ซึ่งเป็นที่ต้องการกันมากทำให้เจ้าของสามารถเข้าถึงสถาบันด้านสุขภาพ ยาบางอย่างฟรี ส่วนลดค่าใช้จ่ายสิ่งอำนวยความสะดวก 50% และ การใช้ขนส่งมวลชนฟรี

ปัจจุบันแอนย่าซึ่งมีอายุ 15 ปี ยังคงพยายามต่อสู้ชีวิต เมื่อเธอแข็งแรงพอ เธอได้เรียนหนังสือกับคุณครูที่มาสอนเธอที่บ้าน "สาธารณรัฐของเราอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร เช่น หินปูน เกลือ  ปูนขาว และ น้ำมัน เป็นต้น" นี่คือสิ่งที่แอนย่าเขียนในฤดูใบไม้ผลิ สัปดาห์ถัดมาเธอเขียนต่อไปด้วยหลายมือเรียบร้อยว่า "เมนเดอลีฟ นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียคิดค้นตารางธาุตุออกมาเป็นระยะ เมืองโกเมลมีโรงงานสารเคมี" จากนั้นไม่มีเรื่องราวจากเธออีก

เมื่อเร็วๆ นี้ แอนย่าถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เธอต้องใช้่เครื่องช่วยหายใจ และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 17 วัน นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเกือบเป็นกิจวัตร เพราะเนื้องอกในสมองในปรากฎขึ้นอีกครั้งในพ.ศ. 2543 ที่บ้าน เธอนอนหนุนหมอนเหมือนต้นไม้ที่เหี่ยวแห้ง อ่อนแอเกินจะขยับตัว ล้อมรอบไปด้วยตุ๊กตาน่ากอดของเธอ

อังเดรและเซนย่า เด็กชาย 2 คน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเธอ ได้เป็นเพื่อนที่จงรักภักดีมาโดยตลอด แม่ของ แอนย่า ให้เราดูรูปที่หน้าของเด็กหญิงคนหนึ่งถูกตัดออกไปโดยลูกสาวของเธอ "ฤดูใบไม้ผลิที่แล้ว แอนย่าผมร่วง" เธอกล่าว "ฉันคิดว่าเด็กผู้ชายเข้าใจเธอมากกว่า" เพื่อนผู้หญิงเลิกมาเยี่ยม โดยเจตนา หรือลืมเธออย่างไม่แยแส เด็กหนุ่มสาว แข็งแรง และ สุขภาพดี อาจจะยุ่งอยู่กับการใช้ชีวิตที่กำลังเติบโต หรืออาจกลัวที่จะเผชิญหน้ากับคนที่ไม่ได้กำลังใช้ชีวิตหนุ่มสาว

แอนย่าร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดในขณะที่หมอนวดชายนวดขาของเธอเพื่อทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น "เธอเจ็บปวดมากเป็นพิเศษตรงที่เราฉีดยาให้ เราต้องใช้แรงเพื่อกดผิวหนังให้ยาไหลเข้าไป" แม่เธออธิบาย สัปดาห์นี้หมอนวดชายมาที่บ้านทุกวัน และแต่ละครั้งเขากดผิวหนังแรงขึ้นอีก "อย่าร้อง แอนย่า อย่าร้อง" วาเลนติน่ากล่าวซ้ำคำปลอบขวัญเพื่อพยายามทำให้ลูกสาวเธอสงบลง

เธอโน้มตัวลงหน้ารูปนักบุณแอนนา ซึ่งมีชื่อเหมือนลูกสาวเธอ และกระซิบบทสวดข้างๆ หูแอนย่า ในตอนกลางคืน วาเลนติน่าและวาเชสลาฟนอนหลับบนพื้นข้างๆ เตียงลูกสาว เพราะแอนย่าต้องได้รับการพลิกตัวทุกๆ 15 นาที เพื่อป้องกันการปวดเมื่อย เด็กหญิงผู้นี้ต้องการความช่วยเหลือในทุกเรื่อง

ในขณะที่วาเชสลาฟซักผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวด้วยมือ วาเลนตินากำลังเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ที่มาจากกองผ้าที่เพิ่งซักและรีดเสร็จใหม่ๆ ซึ่งตั้งเป็นชั้นๆ อยู่ที่มุมห้อง ทุกคนในครอบครัวนอนไม่พอ ทั้ง 3 คนเหนื่อยจนหมดแรง

วาเชสลาฟออกจากบ้านไปทำงานเป็นคนขับรถที่โรงงานสารเคมีเป็นอย่างแรกในตอนเช้า "และผมดื่มกาแฟทั้งวันเพื่อให้ไม่ง่วง แต่ผมเหนื่อยมาก" วาเลนตินาเล่า

เมื่อพยาบาลมาถึงและง่วนอยู่กับการดูแลแอนย่า วาเลนตินาจึงมีเวลานำอัลบั้มรูปที่เธอรวบรวมเพื่อบันทึกชีวิตลูกสาวของเธอมาให้เราดู มีรูปแอนย่าตอนไปสก๊อตแลนด์ และรูปตลกๆ ของแอนย่าที่แต่งตัวเหมือนเซมพลิรา ราชินีเพลงร๊อก นอกจากนี้ยังมีรูปตอนไปเที่ยวบ้านไร่ในครั้งหลังๆ ที่มีเด็กหญิงผู้อ่อนแอถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อโค้ตหนาตัวใหญ่เพื่อรองรับตัวเธอเอาไว้ พร้่อมรอยยิ้มกว้างภายใต้หมวกขนแกะสีสันสดใส

----------- เรื่องราวนี้เป็นบท คัดย่อจากหนังสือฉบับที่ 4 เรื่อง ประกาศนียบัตรหมายเลข 000358/หายนะจากนิวเคลียร์ในคาซัคสถาน ยูเครน เบลารุส อูรัลส์ และ ไซบีเรีย © (ภาพถ่าย) พ.ศ. 2549 โรเบิร์ต นอธ © (เรื่อง) 2549 อังตัวเน็ต เดอ ยอง