การแปรรูปซ้ำ

หน้า - มีนาคม 31, 2551
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้ยูเรเนียมเป็นเชื้อเพลิงก่อให้เกิดพลูโตเนียมระหว่างการดำเนินการตามปกติ เครื่องปฏิกรณ์ถูกปิดทุกๆ 12-18 เดือน จากนั้นเชื้อเพลิง 1 ใน 4 ส่วนจะถูกปล่อยออกมา และเชื้อเพลิงใหม่ถูกป้อนเข้าไป เชื้อเพลิงใช้แล้วประกอบด้วยพลูกโตเนียม (ประมาณ 1%) ยูเรเนียม (ประมาณ 96%) และผลิตภัณฑ์ฟิชชั่น (กากนิวเคลียร์ที่มีกัมมันตภาพรังสีสูง)

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ครบวงจรเซลล่าฟิลด์

โรงงานแปรรูปซ้ำ ซึ่งแต่เดิมถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแยกพลูโตเนียมด้วยสารเคมีเพือใช้กับอาวุธนิวเคลียร์นั้น ถูกสร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต สหราชอาณาจักร และ ฝรั่งเศส ในทศวรรษที่ 2493 และ 2503 ผู้สนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศเหล่านี้ และประเทศอื่นๆ ได้ส่งเสริมแนวคิดเรื่องการใช้พลูโตเนียมเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาแหล่งพลังงานที่ไม่มีวันใช้หมด ดังนั้นแนวคิดของเครื่องปฏิกรณ์แบบเพาะเชื้อเพลิงจึงเกิดขึ้น โดยพลูโตเนียมจะถูกผลิตโดยเครื่องปฏิกรณ์ แปรรูปซ้ำ จากนั้นนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม โครงการเครื่องปฏิกรณ์แบบเพาะเชื้อเพลิงเร็วมีข้อจำกัดมากกว่าที่วางแผนไว้เนื่องจากปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ด้านเทคนิค และ อันตรายร้ายแรงโดยธรรมชาติของเทคโนโลยีนี้ ในขณะเดียวกันเครื่องปฏิกรณ์ที่มีการออกแบบเหนือชั้นนี้ ซึ่งมีพื้นฐานจากเครื่องปฏิกรณ์ที่ใช้น้ำที่มีน้ำหนักเบาของสหรัฐ (Light Water Reactor) ถูกสร้างมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อให้เกิดกากนิวเคลียร์ปริมาณมากในรูปของเชื้อเพลิงใช้แล้ว

การแปรรูปซ้ำเพื่อการค้า

การคัดค้านกากนิวเคลียร์ในสถานที่ตั้งเครื่องปฏิกรณ์เหล่านี้ รวมถึงการวางแผน (ที่ยังห่างไกลความจริง) ด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจจากพลูโตเนียม ทำให้มีการลงนามในสัญญาเรื่องการแปรรูปซ้ำเพื่อการค้าระหว่างผู้ประกอบการเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และบริษัทรับแปรรูปซ้ำ ในขณะที่การแปรรูปซ้ำเพื่อการค้าถูกเลิกใช้ในทศวรรษ 2513 และต้นทศวรรษ 2523 โรงงานแปรรูปซ้ำแห่งใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นในฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร เชื้อเพลิงใช้แล้วหลายพันตันถูกขนส่งทางทะเลและรถไฟไปยังลาฮ๊ากในฝรั่งเศสที่ดำเนินการโดยบริษัทโคจีม่า และไปยังสเตลล่าฟิลด์ในสหราชอาณาจักร ที่ดำเนินการโดยบริษัทเชื้อเพลิงนิวเคลียร์อังกฤษ (ปัจจุบันคือกลุ่มบริษัทนิวเคลียร์อังกฤษ ที่เซลล่าฟิลด์) ตั้งแต่ทศวรรษ 2513 จนถึงปัจจุบัน

การแปรรูปซ้ำ ซึ่งเป็นการแยกพลูโตเนียมและยูเรเนียมโดยใช้สารเคมีออกจากกากนิวเคลียร์ที่มีกัมมันตภาพรังสีสูงนั้น เป็นกระบวนการที่มีอันตรายร้ายแรง โดยเพิ่มปริมาณกากนิวเคลียร์ขึ้นอย่างมาก รวมถึงยังผลิตพลูโตเนียมบริสุทธิ์ออกมา ซึ่งถูกนำไปใช้โดยตรงเป็นวัสดุอาวุธนิวเคลียร์

ผลจากการแปรรูปซ้ำ ก็คือ บริษัทผลิตพลังงาน เช่น อีออน, RWE, โตเกียวแอนด์คันไซ อิเล็กทริค, บริษัทพลังงานอังกฤษ, EDF, อิเล็กทราเบิล, วัตเทนฟัล และอื่นๆ อีกมากมาย สามารถจัดหาคลังพลูโตเนียม ยูเรเนียมที่ถูกคัดแยก และ กากนิวเคลียร์ (ที่มีกัมมันตภาพรังสีระดับต่ำ กลาง และ สูง) ได้ปริมาณมาก แม้ว่าจะมีแผนการใช้ประโยชน์จากพลูโตเนียมและยูเรเนียม แต่ส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกใช้ประโยชน์ โดยส่วนมากยังถูกเก็บอยู่ที่สถานที่แปรรูปซ้ำ หรือหากมียูเรเนียมที่แปรรูปซ้ำปริมาณมาก จะถูกขนส่งไปยังรัสเซีย

การแปรรูปซ้ำหมายถึงการทิ้ง

ถังนิวเคลียร์ในเมืองดาเนนเบิร์กกำลังถูกเตรียมเพื่อขนส่งกากนิวเคลียร์จากโรงงานแปรรูปซ้ำกอร์เลเบน เยอรมนี

ถังนิวเคลียร์ในเมืองดาเนนเบิร์กกำลังถูกเตรียมเพื่อขนส่งกากนิวเคลียร์จากโรงงานแปรรูปซ้ำกอร์เลเบน เยอรมนี

ไม่ว่าคุณจะมองการแปรรูปซ้ำในแง่มุมใด มันก็ยังไม่ไม่สมเหตุสมผล เพราะการแปรรูปซ้ำมีราคาแพง ผลิตวัสดุที่ปราศจากประโยชน์ ปล่อยกากนิวเคลียร์ปริมาณมากออกสู่สิ่งแวดล้อม เพิ่มปริมาณกากนิวเคลียร์ทั้งหมด และเสี่ยงต่อการเพิ่มอย่างรวดเร็วของอาวุธนิวเคลียร์

การแปรรูปซ้ำเป็นเพียงอีกชื่อหนึ่งของการทิ้งกากนิวเคลียร์ และกากนิวเคลียร์ส่วนมาก ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาล ที่ถูกส่งออกไปยังโรงงานแปรรูปซ้ำในฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และ รัสเซีย นั้น จะยังคงอยู่ที่นั่นตลอดไป

หนึ่งในประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งเกี่ยวกับโรงงานแปรรูปซ้ำ คือ การปล่อยของเหลวที่มีกัมมันตภาพรังสีออกมาทุกวันเป็นปริมาณมหาศาลลงสู่ทะเล และการปล่อยกัมมันภาพรังสีออกสู่อากาศ โรงงานเซลล่าฟิลด์และลาฮ๊าก เป็นแหล่งมลพิษกัมมันภาพรังสีแหล่งใหญ่ที่สุดในยุโรป การปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีในทะเลสามารถติดตามพบได้เป็นระยะทางไกลจนถึงอาร์กติกและแคนาดาตะวันออก

นอกจากโรงงานแปรรูปซ้ำจะเพิ่มระดับรังสีที่มีอยู่ตามธรรมชาติแล้ว พืชและสัตว์ทะเล โดยเฉพาะสาหร่าย แพลงตอน และ สัตว์เปลือกแข็ง รวมถึงกุ้งมังกรได้ดูดซับนิวไคลด์รังสี (อะตอมที่มีกัมมันภาพรังสี) โดยหลายครั้งเกินระดับความปลอดภัยสูงสุดที่กำหนดสำหรับอาหารทะเลหลังเกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์ นอกจากนี้อัตราเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคที่เกี่ยวเนื่องกับรังสีอื่นๆ ยังเพิ่มขึ้นในบริเวณใกล้กับเซลล่าฟิลด์และลาฮ๊ากด้วย

เซลล่าฟิลด์: เป็นโรงงานแปรรูปซ้ำกากนิวเคลียร์ครบวงจร ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ แต่เดิมมีชื่อว่าวินสเกล โดยมีวัตถุประสงค์ คือ การผลิตพลูโตเนียมสำหรับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอังกฤษ ปัจจุบันเซลล่าฟิลด์เป็นโรงงานแปรรูปซ้ำเพื่อการค้าที่มีคุณภาพเหนือชั้น โดยมีโรงงานแปรรูปซ้ำ โรงงานผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และ สิ่งก่อสร้างอื่นๆ เซลล่าฟิลด์เป็นสถานที่ทีมีความเข้มข้นของกากกัมมันตภาพรังสีสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีประวัติหายนะด้านความปลอดภัย โดยเกิดอุบัติเหตุหลายร้อยครั้ง ทำให้ปล่อยสารกัมมันตภาพรังสีออกสู่สิ่งแวดล้อม และคนงานได้รับรังสี

โรงงานแปรรูปซ้ำที่เซลล่าฟิลด์ปล่อยกากนิวเคลียร์ประมาณ 8 ล้านลิตรลงสู่ทะเลทุกๆ วัน ทะเลไอริชเป็นทะเลที่ปนเปื้อนกากกัมมันภาพรังสีมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก น้ำบาดาล ปากแม่น้ำ และ ดินรอบๆ เซลล่าฟิลด์นั้น ถูกปนเปื้อนในระดับสูงกว่าในเขตปนเปื้อนที่เชอร์โนบิล เมื่อเทียบกับโรงงานนิวเคลียร์โดยทั่วไปในอังกฤษ เด็กๆ ที่อาศัยรอบๆ เซลล่าฟิลด์ ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากขึ้น 10 เท่า และฝุ่นพลูโตเนียมถูกพบในบ้านของผู้คนตามชายฝั่งทะเลไอริช 

ลาฮ๊าก: เป็นโรงงานแปรรูปซ้ำนิวเคลียร์ครบวงจรในฝรั่งเศส ที่ดำเนินการโดยบริษัท Compagnie Générale des Matières Nucléaires (โคจีม่า) ของรัฐบาลฝรั่งเศส โรงงานนี้ตั้งอยู่ที่ปลายสุดของคาบสมุทรโคเต็งแต็งในจังหวัดนอมังดี ฝรั่งเศส บริษัทนี้เป็นผู้นำเข้าเชื้อเพลิงใช้แล้วจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีลูกค้าในประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น เบลเยียม เนเธอแลนด์ และ สวิตเซอร์แลน รวมถึงฝรั่งเศสเอง

ทุกๆ๊ ปี กากกัมมันตภาพรังสีหลายล้านลิตรถูกปั๊มเข้าสู่ช่องแคบอังกฤษจากลาฮ๊าก การปนเปื้อนนี้ขยายขึ้นไปทางเหนือ ไปตามชายฝั่งของทะเลเหนือในยุโรป และสามารถตรวจวัดได้ในยุโรปตอนเหนือ หรือแม้ในทะเลอาร์กติก เด็กๆ ที่อยู่ใกล้ลาฮ๊ากมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากกว่าเด็กทั่วไปในฝรั่งเศส 3 เท่า โคจีม่ามีชื่อเสียงในทางลบ เนื่องจากปกปิดเรื่องระดับการปล่อยกากกัมมันตภาพรังสีและอุบัติเหตุเป็นความลับอย่างที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรดจำไว้ว่าพลังงานหมุนเวียนคืออนาคต

ดาวน์โหลด อภิธานศัพท์นิวเคลียร์ ของกรีนพีซ