Skip navigation.
อาสาสมัครกรีนพีซถือป้ายข้อความ “ประเทศไทยไม่ใช่ถังขยะของญี่ปุ่น” 
เพื่อประท้วงข้อตกลงยกเลิกภาษีขยะพิษจากญี่ปุ่น บริเวณหน้าสถานทูตญี่ปุ่น 
ในประเทศไทย

อาสาสมัครกรีนพีซถือป้ายข้อความ “ประเทศไทยไม่ใช่ถังขยะของญี่ปุ่น” เพื่อประท้วงข้อตกลงยกเลิกภาษีขยะพิษจากญี่ปุ่น บริเวณหน้าสถานทูตญี่ปุ่น ในประเทศไทย

ขยายภาพ

การที่ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปลี่ยนแปลงเป็นประเทศอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม การพัฒนาของภูมิภาคดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลเสียอย่างร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะมลพิษในเมืองและเขตอุตสาหกรรมได้มาถึงจุดที่เป็นอันตรายแล้ว เมืองใหญ่ๆ ในภูมิภาคนี้อย่างกรุงเทพฯ จาการ์ตา และมะนิลา ต่างถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีมลภาวะเป็นพิษมากที่สุดในโลก

การขาดการควบคุมสภาพแวดล้อมที่เพียงพอ และการสนับสนุนให้เกิดการเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอย่างไม่ลืมหูลืมตา ล้วนเป็นสาเหตุให้ทั่วทั้งภูมิภาคนี้มีมลภาวะเป็นพิษในปริมาณที่สูงที่สุด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งทำให้ระบบนิเวศทั้งระบบอยู่ในภาวะอันตราย ทั้งแหล่งน้ำและแหล่งอาหารล้วนปนเปื้อนสารพิษ คนงานและชุมชนเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากของเสียที่เป็นพิษจากโรงงาน อุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น และเด็กๆ กำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางสารเคมีที่เป็นพิษ

การรณรงค์เกี่ยวกับสารพิษของกรีนพีซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เหมาะเจาะและสำคัญยิ่ง ข่าวดีก็คือ ชัยชนะที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศที่พัฒนาแล้ว หลายๆ ประเทศทำให้ภาคอุตสาหกรรมเล็งเห็นว่าการผลิตสินค้า เทคโนโลยี และ กิจกรรมต่างๆ ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสารพิษในสิ่งแวดล้อมของประเทศนั้นๆ แต่ข่าวร้ายก็คือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกมองว่าเป็นแหล่งที่จะแพร่กระจายสารพิษไปสู่ประชาชนและสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายของการรณรงค์เกี่ยวกับสารพิษของกรีนพีซ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

1. ป้องกันสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนจากมลพิษตกค้างยาวนาน (POPs) ในกระบวนการผลิต ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

2. ป้องกันการปล่อยมลพิษตกค้างยาวนานโดยไม่ได้ตั้งใจ จากการใช้ และการเคลื่อนย้ายผลผลิตต่างๆ เช่น พีวีซี และการเผาขยะ ในขณะเดียวกัน กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังสนับสนุนทางเลือกอื่นๆ ที่สะอาดกว่า ทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และ การจัดการขยะ

กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งการบังคับใช้การห้ามค้าขายและแลกเปลี่ยนขยะที่จะมีขึ้นในอนุสัญญาบาเซิล (Basel Convention) เรากำลังตรวจวัดความเคลื่อนไหวของสารเคมีที่เป็นพิษและเป็นอันตรายต่อภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง (ซึ่งอาจมีการหลอกลวงว่าถูกนำกลับมาใช้ใหม่อย่างถูกต้อง) และกำลังปฎิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องภูมิภาคนี้ไม่ให้กลายเป็นสถานที่ทิ้งของเสียมีพิษ และเทคโนโลยีสกปรกที่ไม่เป็นที่ต้องการจากประเทศที่พัฒนาแล้ว

หน่้วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ (Water Patrol Unit)
หน่วยศึกษา​และ​เฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ​ ​เป็น​หน่วยศึกษาการปนเปื้อนสารพิษ ​และ​ผลกระทบ​จาก​มลพิษ​ใน​แหล่งน้ำ​ของชุมชน​ ​ที่ตั้ง​อยู่​ใน​พื้นที่อุตสาหกรรม​และ​พื้นที่​เกษตรกรรมบางประ​เภทที่​เกี่ยวข้อง​กับ​การ​ใช้​สารเคมีอันตราย​ ​เพื่อเผยแพร่​เป็น​ข้อมูลแก่ชุมชน​ใน​พื้นที่​และ​ประชาชน​ทั่ว​ไป​ให้​รับทราบ​ถึง​ปัญหา​ ​และ​ตระหนักต่อการร่วมแก้​ไขป้อง​กัน​ปัญหามลพิษทางน้ำ​ของประ​เทศ​

ขยะอิเล็กทรอนิกส์
ประชาชนทั่วโลกใช้ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นทุกๆ ปี ทำให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste)มหาศาล อันเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะมีสารเคมีและโลหะหนักที่เป็นพิษ ที่ไม่สามารถถูกกำจัดหรือรีไซเคิลได้อย่างปลอดภัย แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ กรีนพีซกำลังกดดันบริษัทสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำให้เปลี่ยนแปลงการปฏิบัติ โดยปฏิเสธไม่สร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์มหาศาล

รายงานที่เกี่ยวข้อง

คู่มือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ฉบับที่ 9 - กันยายน 2551

16 กันยายน 2551

การจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับล่าสุดของกรีนพีซ ระบุ 5 แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมดีขึ้นมาก

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (257 Kb)

Poisoning the poor: Electronic waste in Ghana

05 สิงหาคม 2551

As the global market for electronic goods expands, and the lifespan of many of those products gets shorter, there has been a rapid growth in electronic waste (e-waste). The UN estimates that 20-50 million tonnes of e-waste is produced globally every year. Many electronic products such as laptops and mobile phones contain hazardous chemicals and materials, and recycling or disposing of them can pose serious threats to human health and the environment. E-waste often ends up dumped in countries with little or no regulation of its recycling or disposal. Historically this has taken place in Asia, but recently the trade has spread to other regions, particularly West Africa. Sending old electronic equipment to developing countries is often hailed as “bridging the digital divide.” But, all too often this simply means dumping useless equipment on the poor. One estimate suggests that 25-75% of “second hand goods” imported to Africa can not be reused. In April 2008, following evidence that e-waste is being exported, often illegally, to Ghana from the EU and US, Greenpeace conducted the first investigation of workplace contamination from e-waste recycling and disposal in Ghana. The study extends Greenpeace’s global exposé of e-waste, which has previously documented environmental contamination from these practices in China and India.

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (1 Mb)

คู่มือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียว ฉบับที่ 8 - มิถุนายน 2551

25 มิถุนายน 2551

การจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับล่าสุดของกรีนพีซ ได้เพิ่มหลักเกณฑ์ด้านพลังงานและผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมกับหลักเกณฑ์เดิมที่ใช้ในการประเมินจัดอันดับในฉบับที่ผ่านๆ มา คือ เกณฑ์การเลิกใช้สารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์และการรับผิดชอบต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ของตน หลักเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นทำให้ผู้ผลิตได้คะแนนลดลงจากเดิมมาก ซึ่งมีเพียงโซนี-อิริคสัน และโซนีเท่านั้นที่ได้มากกว่า 5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (1 Mb)

Greenpeace - New Improved Ranking criteria explained

25 มิถุนายน 2551

From the eighth edition of its Guide to Greener Electronics, Greenpeace will score electronics brands on tightened sets of chemicals and electronic waste (e-waste) criteria (both of which include new criteria), and on new energy criteria. The ranking criteria reflect Greenpeace’s demands to electronics companies to: -clean up their products by eliminating hazardous substances; and -take-back and recycle their products responsibly once they become obsolete. The two issues are connected: the use of harmful chemicals in electronic products prevents their safe recycling once the products are discarded. Given the increasing evidence of climate change and the urgency of addressing this issue, Greenpeace has added new energy criteria to encourage electronics companies to improve their corporate policies and practices with respect to Climate and Energy

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (103 Kb)
รายงานเพิ่มเติม