Skip navigation.
อาสาสมัครกรีนพีซสวมหน้ากากกันแก๊สพิษ และถือป้ายที่เขียนว่า 
"ธนาคารแห่งญี่ปุ่นเพื่อการก่อมะเร็ง" ทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาไทย 
หน้าธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC)

อาสาสมัครกรีนพีซสวมหน้ากากกันแก๊สพิษ และถือป้ายที่เขียนว่า "ธนาคารแห่งญี่ปุ่นเพื่อการก่อมะเร็ง" ทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาไทย หน้าธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC)

ขยายภาพ

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2544 ประเทศต่างๆ มากกว่า 120 ประเทศ ได้ลงนามในข้อตกลงประวัติศาสตร์ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อขจัดสารเคมีอันตรายร้ายแรงที่สุดในโลกบางชนิดออกไป อนุสัญญาสต๊อกโฮล์มว่าด้วยมลพิษตกค้างยาวนาน (Stockholm Convention on Persistent Organic Pollutants-POPs) ถือเป็นการบรรลุจุดสุดยอดในความพยายามที่จะห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรายชื่อทั้ง 12 ชนิด ซึ่งรวมไปถึงยาฆ่าแมลงอย่างอัลดริน เอ็ดดริน ท๊อกซาเฟน คลอแดน ดีลดริน เฮ็พตาคลอร์ มิเร็กซ์ และ ดีดีที นอกจากนี้ยังห้ามใช้สารเคมีต่างๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น โพลีคลอริเนต ไบฟีนีลส์ (polychlorinated biphenyls; PCBs) และเฮกซาคลอโรเบนซีน (hexachlorobenzene; HCBs) เช่นเดียวกับผลพลอยได้อย่างไม่ตั้งใจจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น ไดอ๊อกซิน และ ฟูราน ซึ่งถือเป็นสารเคมีที่มีพิษมากที่สุดในทางวิทยาศาสตร์

มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากพอที่แสดงให้เห็นว่า มลพิษตกค้างยาวนานนั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตในป่าและมนุษย์ เป็นที่ทราบกันดีว่า มลพิษตกค้างยาวนานนั้นคงสภาพอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ยาวนาน สามารถแพร่กระจายไปยังที่ต่างๆ ได้ไกลจากแหล่งกำเนิดมาก พบว่าอาจสะสมอยู่ในห่วงโซ่อาหาร และมีแนวโน้มที่จะสะสมอยู่ในไขมันในร่างกายมนุษย์และสัตว์ นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีสารเคมีเหล่านี้จะส่งผ่านไปยังลูกหลานของทั้งมนุษย์และสัตว์ผ่านทางน้ำนม

มลพิษตกค้างยาวนานเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน และยังก่อให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิดอีกด้วย ปัญหาอื่นๆ ที่้เกี่ยวข้องกับการเกิดมลพิษตกค้างยาวนานยังรวมไปถึงความผิดปกติในกระบวนการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ ความผิดปกติทางการเรียนรู้ และลดภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ มลพิษตกค้างยาวนานโดยเฉพาะไดอ๊อกซินอาจไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ หากมีการแพร่กระจายของสารเหล่านี้แม้ในปริมาณที่น้อย ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นพิษได้ โดยเฉพาะถ้าทำปฎิกริยากับสารเคมีอื่นๆ

อนุสัญญาสต๊อกโฮล์มยังชี้ให้เห็นถึงแหล่งกำเนิดของมลพิษตกค้างยาวนานเหล่านี้ และแนะนำให้ใช้กระบวนการและวัตถุอื่นๆ เป็นทางเลือกในการป้องกันการเกิดมลพิษตกค้างยาวนานเป็นอันดับแรก เช่น สนธิสัญญานี้ถือว่าการเผาขยะที่เป็นเวชภัณฑ์และขยะจากชุมชนเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญที่ทำให้ไดอ๊อกซินแพร่กระจายออกไป จึงเห็นได้ชัดว่าควรมีการสนับสนุนแนวทางและเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อจัดการกับปัญหาขยะ เช่น การนำกลับมาใช้ใหม่ การทำปุ๋ย และ ผลิตภัณฑ์เพื่อทำความสะอาด

แม้ว่าการนำสนธิสัญญามาใช้จะแสดงให้เห็นถึงชัยชนะต่อมลภาวะจากสารพิษ แต่สิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่งก็คือ ทำอย่างไรจึงจะนำเอาเป้าหมายดังกล่าวมาประสานกับการกระทำที่เป็นรูปธรรมได้ สนธิสัญญาดังกล่าวต้องมีประเทศอย่างน้อย 50 ประเทศให้สัตยาบันจึงจะสามารถบังคับใช้ได้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังพยายามรณรงค์ชาติต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สัตยาบันรับรองสนธิสัญญานี้