
แผนที่เดินทางหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
Journey Map of Water Patrol Unit
ดูแผนที่ขนาดใหญ่
สารบัญ
หลักการและเหตุผลของโครงการ
และการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำในประเทศไทย
วัตถุประสงค์ของโครงการ
พันธกิจหลัก
กิจกรรมในโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง
อุตสาหกรรมกำเนิดมลพิษที่อยู่ในความสนใจเป็นพิเศษของโครงการ
หลักการและเหตุผลของโครงการ
และการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำในประเทศไทย
การศึกษารวบรวมข้อมูลจาก แหล่งต่างๆ
เกี่ยวกับสถานการณ์มลพิษทางน้ำในประเทศไทย
และผลศึกษาของกรีนพีซในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ได้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำส่วนใหญ่ของประเทศที่เสื่อม
โทรมลงอย่างต่อเนื่อง
อันเนื่องมาจากการปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งน้ำอย่างสะสมตลอดระยะเวลานานและใน
อัตราที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เป็นที่น่ากังวลว่าการเสื่อมโทรมลงของคุณภาพน้ำจากการสะสมของสารมลพิษจะส่ง
ผลกระทบต่อการจัดหาน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภครวมถึงการประกอบอาชีพ
ซึ่งอาจทำให้ปริมาณน้ำสะอาดมีไม่เพียงพอต่อปริมาณความต้องการน้ำจากทุกภาค
ส่วนที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้
ยังพบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งทำให้เกิดภัยพิบัติบ่อยครั้งขึ้น
และรุนแรงมากขึ้นได้สร้างความผันผวนต่อระดับน้ำในลุ่มน้ำ
และปริมาณการกักเก็บน้ำสำรองในเขื่อน อ่างเก็บน้ำ
จนยากที่จะบริหารจัดการ
รวมทั้งได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ
จากการวิเคราะห์เบื้องต้นเห็นว่า
การบริหารจัดการน้ำของภาครัฐด้านการจัดสรรทรัพยากรและการจัดการมลพิษทางน้ำ
รวมถึงการเอาผิดกับผู้ก่อมลพิษไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอและขาดการบูณาการใน
การบริหารจัดการ
ขาดการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษให้กับชุมชนในพื้นที่
การขาดจิตสำนึกรับผิดชอบของผู้ก่อมลพิษทางน้ำ
และการขาดการส่งเสริมและให้ความเป็นธรรมต่อภาคประชาชนในการปกป้องรักษาแหล่ง
น้ำของตน ได้ประกอบกันเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดผลกระทบชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ตัวอย่างเช่น
เหตุการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนในด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตจากปัญหา
มลพิษทางน้ำได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์การแย่งใช้น้ำระหว่างภาคส่วนต่างๆ
และการขาดแคลนน้ำในบางช่วงฤดูของบางพื้นที่ เป็นต้น

ผลกระทบรุนแรงในระยะยาวที่จะเกิดขึ้นอาจรวมถึงแหล่งน้ำสะอาดตามธรรมชาติ
เสื่อมโทรมจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้
และการปรับขึ้นราคาน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและกลไก
ตลาด
เนื่องจากปริมาณน้ำที่สะอาดเพียงพอหรือน้ำดิบสำหรับการผลิตมีปริมาณน้อยลง
ขณะที่ปริมาณความต้องการใช้น้ำสูงขึ้น
การที่แหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตมีคุณภาพเสื่อมโทรมลงนั้นจะทำให้ต้นทุนการ
ผลิตหรือบำบัดน้ำมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามลำดับ
ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อกลุ่มที่มีรายได้น้อยและไร้อำนาจต่อรองมาก
ที่สุด
นอกจากนี้ทรัพยากรน้ำยังมีความเกี่ยวเนื่องกับประเด็นด้านพลังงาน
ประเทศไทยพึ่งพาการใช้พลังงานสะอาดหมุนเวียนจากแหล่งน้ำเป็นหลัก
(การผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำหรือเขื่อน)
ดังนั้นทรัพยากรน้ำจึงมีความสำคัญมากในด้านพลังงานของประเทศ
จึงต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดความยั่งยืน
คือรักษาปริมาณให้ไม่ร่อยหรอและรักษาคุณภาพให้ดีคงเดิม
จะเห็นได้ว่า
นอกจากการที่ภาครัฐต้องจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรมและบริหารปริมาณน้ำ
สำรองสำหรับการใช้ให้เพียงพอแล้ว
การแก้ไขและป้องกันปัญหามลพิษทางน้ำเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นของการบริหาร
จัดการน้ำเช่นเดียวกัน
ซึ่งจะเป็นการรักษาทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีใช้เพียงพออย่าง
ยั่งยืน
หนทางแก้ไขปัญหาและป้องกันวิกฤตปัญหาน้ำที่อาจเกิดขึ้นจำเป็นต้องได้รับความ
ร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
ต้องอาศัยนโยบายและมาตรการของภาครัฐที่ชัดเจน และบูรณาการ
การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของชุมชนเช่น การจัดสรรน้ำ
และข้อมูลการปล่อยมลพิษในแต่ละพื้นที่
และให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมโดยเน้นประโยชน์ของประชาชนใน
พื้นที่เป็นหลัก
แม้จะมีกระแสเรียกร้อง (รวมทั้งแนวนโยบายของรัฐเอง)
ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด
ล้อมมากขึ้น และเสนอให้โรงงานต่าง ๆ
ที่ก่อมลพิษต้องเปิดเผยข้อมูลการใช้สารพิษและปล่อยมลพิษออกให้ชุมชนทราบ
แต่ในทางปฏิบัติ พบว่า ประชาชนในหลายพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล
และไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของตน
และในขณะเดียวกัน
ประชาชนในบางพื้นที่เองก็การขาดจิตสำนึกต่อการรักษาแหล่งน้ำของตน
หรือแม้แต่มีส่วนในการก่อมลพิษ เช่น การระบายน้ำทิ้งจากครัวเรือน
แปลงเกษตร สถานประกอบการ หรือทิ้งขยะลงแม่นำลำคลอง

อย่างไรก็ตาม แหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำที่สำคัญ
ยังคงอยู่ที่ภาคอุตสาหกรรม
เนื่องจากมีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตจำนวนมาก
และหลายแห่งยังพบว่ามิได้มีการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้
ภาคอุตสาหกรรมยังเป็นภาคที่มีความต้องการใช้น้ำในปริมาณมากเช่นเดียวกับภาค
เกษตร
จนทำให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำในบางพื้นที่ที่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นทุน
เดิมอยู่แล้ว เช่น ภาคตะวันออก ความ
พยายามในการเฝ้าระวังปัญหามลพิษทางน้ำของชุมชนยังถูกบั่นทอนด้วยปัญหาการ
เข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรม
ทำให้เมื่อเกิดความเสียหายจากแหล่งน้ำเป็นพิษ
(เช่นทำให้ปลาที่เลี้ยงในกระชังตาย)
จึงไม่สามารถสืบหาหลักฐานเพื่อเอาผิดและเรียกค่าชดเชยกับผู้ก่อมลพิษ
เมื่อ
ปัญหาความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทำให้ชาวบ้านเกิดการจำนน ไร้ทางเลือก
และต้องแบกรับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในขณะที่ประชาชนทั่วไปก็อาจไม่ค่อยได้รับรู้ถึงข่าวสารและข้อมูลทั่วไป
เกี่ยวกับสถานการณ์มลพิษทางน้ำและผลกระทบที่เกิดขึ้น
จึงทำให้มองเป็นเรื่องไกลตัวและไม่มีแรงผลักดันเพียงพอที่จะเห็นถึงความจำ
เป็นในการมีส่วนร่วมดูแลรักษาคุณภาพแหล่งน้ำต่างๆได้
กรีนพีซจึงได้มีโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ (Water
Patrol Unit)
กลับสู่ด้านบน
วัตถุประสงค์ของโครงการ
ศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์การปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำ
สืบหาหลักฐานแหล่งกำเนิดมลพิษ และ ศึกษาผลกระทบจากมลพิษทางน้ำ
ในพื้นที่ชุมชนบางแห่ง
ในแหล่งอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมี
อันตราย
เพื่อใช้ประโยชน์ในการเป็นข้อมูลเผยแพร่สู่ชุมชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป
ให้ได้รับทราบถึงปัญหาและตระหนักต่อการร่วมแก้ไขป้องกัน
และเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อสนับสนุนชุมชนในการเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำใน
พื้นที่
และต่อสู้เรียกร้องผู้ก่อมลพิษให้รับผิดชอบต่อการแก้ไขป้องกันปัญหาและผล
กระทบจากมลพิษทางน้ำ
กลับสู่ด้านบน
พันธกิจหลัก
1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมลพิษทางน้ำ แหล่งกำเนิดมลพิษ และ
ผลกระทบในพื้นที่ศึกษา
เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับชุมชนในพื้นที่และบุคคลที่สนใจในการนำไปใช้
ประโยชน์ต่างๆ และ
เพื่อเปิดเผยให้สังคมทราบถึงสถานการณ์และภัยคุกคาม
2. สร้างองค์ความรู้ ส่งเสริม และ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับชุมชน
ในการสังเกตและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
รวมถึงเรียกร้องเอาผิดกับผู้ก่อมลพิษ หรือ ร้องทุกข์ต่อภาครัฐ
3. สร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกับชุมชน เยาวชน องค์กรพัฒนาเอกชน
และ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
4.
ดำเนินกิจกรรมสื่อสารทางสังคมเพื่อหยุดยั้งการกระทำของผู้ก่อมลพิษที่ก่อ
ให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
หรือเผชิญหน้าอย่างสันติวิธีกับผู้ก่อมลพิษทางน้ำที่พบว่าได้สร้างความเดือด
ร้อนต่อประชาชนในพื้นที่ ละเมิดต่อข้อกฎหมาย และ
ขาดความรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
กลับสู่ด้านบน
กิจกรรมในโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
1.
ตรวจหาสารพิษในแหล่งน้ำและห่วงโซ่อาหาร
สืบหาหลักฐานแหล่งกำเนิดมลพิษ และ
ศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์มลพิษและผลกระทบในพื้นที่ (Toxics sampling
and research on water pollution)
แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไม่สะอาดและขาดความรับผิดชอบ
ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเกษตรแบบอุตสาหกรรมที่ใช้สารเคมีอันตราย
โดยแสดงถึงความจำเป็นที่ต้องเร่งแก้ปัญหา มุ่งสู่การพัฒนาที่สะอาด
โดยลดการใช้สารพิษในกระบวนการผลิต และ
มีความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อสิ่งแวดล้อม
ขอบเขตการศึกษาและเฝ้าระวัง
- วิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทันที ณ จุดเก็บตัวอย่าง
สำหรับตรวจหาค่าพื้นฐานและโลหะหนักบางชนิด
เพื่อประเมินการปนเปื้อนมลพิษเบื้องต้น
และส่งตัวอย่างไปยังห้องปฎิบัติการเพื่อหาค่าและศึกษาอย่างละเอียด
- สุ่มเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในพื้นที่ศึกษา:
เช่น จุดปล่อยน้ำทิ้งจากโรงงาน แหล่งน้ำสาธารณะ น้ำใต้ดิน ระบบประปา
เป็นต้น
-
สุ่มเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างสัตว์น้ำและสัตว์หน้าดินในพื้นที่ศึกษา
(ในกรณีที่พบสารพิษในน้ำ)
- เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น ข้อมูลประชากร ข้อมูลสุขภาพ
ข้อมูลเศรษฐกิจและสังคม ข้อมูลภูมิศาสตร์ และ ผลกระทบต่างๆ เป็นต้น
- เก็บภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อเป็นหลักฐาน และ
บันทึกเพื่อเผยแพร่
ผลลัพธ์
- รายงานสถานการณ์มลพิษทางน้ำในพื้นที่ศึกษา
- รายงานผลกระทบจากมลพิษทางน้ำ
- ข้อมูลบ่งบอกถึงผู้ก่อมลพิษหรือแหล่งกำเนิดมลพิษ
ที่น่าสงสัยหรือเป็นไปได้
2. สร้างองค์ความรู้ ส่งเสริม และ
แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับชุมชนในพื้นที่ศึกษา (Community Capacity
Building)
สำหรับการสังเกตและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
รวมถึงเรียกร้องเอาผิดกับผู้ก่อมลพิษ หรือร้องทุกข์ต่อภาครัฐ
ขอบเขตการศึกษาและเฝ้าระวัง
- ประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลกับชุมชน:
ส่งเสริมการจัดตั้งหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำในพื้นที่
ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการสังเกตและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
การเก็บตัวอย่างน้ำ รวมถึงเรียกร้องเอาผิดกับผู้ก่อมลพิษ หรือ
ร้องทุกข์ต่อภาครัฐ
- จัดทำเอกสารศึกษาและคู่มือที่เกี่ยวข้อง และแจกให้กับชุมชน
หรือผู้ที่สนใจ
ผลลัพธ์
- เวทีประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ และข้อมูล:
องค์ความรู้ของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
- เอกสารศึกษาและคู่มือ
- หน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ โดยชุมชนในพื้นที่
และเครือข่าย
3.
ยับยั้งการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
หรือเผชิญหน้าอย่างสันติวิธีกับผู้ก่อมลพิษ
หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการรับผิดชอบ (Direct Action and Direct
Communication Activities)
ดำเนินกิจกรรมโดยสันติวิธีในการสื่อสาร ส่งข้อความ
เรียกร้องความเป็นธรรม กดดัน และ แสดงความคิดเห็น
เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม นโยบาย หรือ
การกระทำของผู้ที่เกี่ยวข้องใดๆ
ที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวด
ล้อมอย่างรุนแรง และ เพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งต่อข้อมูล สื่อสาร
แสดงความคิดเห็น และ
จุดประกายให้ภาคสังคมได้รับทราบถึงเหตุผลในการเรียกร้อง
ขอบเขตการศึกษาและเฝ้าระวัง
- ดำเนินกิจกรรมแบบสันติวิธี และอาจร่วมกับชุมชน เครือข่าย
หรือกลุ่มต่างๆ ในการทำกิจกรรม
- เน้นการเสนอข้อมูล และข้อความบนพื้นฐานความเป็นธรรม
ให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบ
Outputs
- กิจกรรมที่สามารถผลักดันแนวคิด แสดงความคิดเห็น จุดประกาย
เผยแพร่ข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อความสู่สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
4. กิจกรรมออนไลน์ (On-line Activities/Communication)
เป็นช่องทางสื่อสารเผยแพร่ส่งต่อข้อมูล ศึกษา ค้นคว้า และ
การมีส่วนร่วมผ่านเว็บไซด์ (หมายเหตุ: http://waterpatrol.greenpeace.or.th)
ขอบเขตการศึกษาและเฝ้าระวัง
- นำเสนอข้อมูลกิจกรรม ปฏิทินกิจกรรม รายงานศึกษา
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ภาพนิ่งและเคลี่ยนไหว แผนที่มลพิษ และอื่นๆ
- ช่องทางสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล ภาพถ่ายมลพิษ แจ้งข่าวมลพิษ
ร่วมเรียกร้องแสดงความคิดเห็น และสมัครร่วมโครงการทำกิจกรรม
ผลลัพธ์
- ช่องทางสื่อสาร (เว็บไซต์/บล็อก) ของโครงการ ฐานข้อมูล และ
การรณรงค์เกี่ยวกับมลพิษทางน้ำ
5. หน่วยปฎิบัติการฉุกเฉิน (Rapid Reponses)
เพื่อตอบสนองต่อเหตุการฉุกเฉิน เช่น อุบัติภัยจากสารเคมี
เหตุการเสียหายหรือเดือดร้อนจากสาเหตุมลพิษทางน้ำ และ ภัยธรรมชาติ
เป็นต้น
ขอบเขตการศึกษาและเฝ้าระวัง
- เป็นประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ บันทึกและเก็บข้อมูล
- ศึกษาและวิเคราะห์เหตุการณ์
- ประสานงาน และหาทางช่วยเหลือตามกำลังที่ทำได้
ประโยชน์ที่ชุมชนและประชาชนทั่วไปจะได้รับ
- องค์ความรู้สู่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
- ข้อมูลข่าวสารและรายงานเกี่ยวกับมลพิษทางน้ำ
- ขยายเครือข่ายรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม
กลับสู่ด้านบน
กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง
โครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำประกอบด้วยความร่วมมือจากหลายภาค
ส่วน ทั้งทางตรงและทางอ้อม
รวมถึงกลุ่มบุคคลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการรณรงค์
ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1.
นักกิจกรรมรณรงค์สิ่งแวดล้อมร่วมกับกรีนพีซ (Greenpeace
Activists)
- ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ (Toxics Campaigner):
หัวหน้าโครงการ (ควบคุม วิจัย ประสานงานดูแล และ วางแผนโครงการ)
- ผู้จัดการโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ (Water
Patrol Manager): ผู้จัดการโครงการ (วิจัย จัดการ และ
ดำเนินโครงการ)
- อาสาสมัครหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ (Water Patrol
Volunteers): อาสาสมัครกรีนพีซ ชุมชนท้องถิ่น และ
เยาวชนที่สนใจช่วยงานโครงการในด้านต่างๆ
- นักกิจกรรมออนไลน์ (Cyber Activists):
ร่วมกิจกรรมรณรงค์ผ่านทางเว็บไซต์และบล็อก ของโครงการ เช่น
แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูล เผยแพร่ข้อมูล และ
ติดตามกิจกรรมรณรงค์
2. กลุ่มนักวิชาการ หรือสถาบันศึกษา
- Greenpeace Research Laboratories, University of Exeter
ประเทศอังกฤษ: ที่ปรึกษาด้านวิชาการ ร่วมศึกษาการปนเปื้อนสารพิษในน้ำ
อากาศ และ ห่วงโซ่อาหาร และวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ
- สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล:
ร่วมศึกษาการปนเปื้อนสารพิษในห่วงโซ่อาหาร
และวิเคราะห์ตัวอย่างสัตว์น้ำ
- ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล:
ร่วมศึกษาและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ
- ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
(AIT): วิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ
- นักวิชาการอิสระ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
(ในนามบุคคล) เช่น จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย: ให้คำปรึกษาด้านวิชาการในประเด็นต่าง ๆ
เช่น วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์
บริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น
3. ภาครัฐ
- สำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ และ
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล: เป็นพันธมิตรกับกรีนพีซในการศึกษาและการจัดการ
เช่น การร่วมเก็บตัวอย่างน้ำ และวิเคราะห์ผล และตรวจสอบแก้ไขปัญหา
หากชุมชนหรือพื้นที่ในโครงการได้รับความเดือดร้อนจากปัญหามลพิษ
หรือหากมีการพบสารพิษปนเปื้อนจากการตรวจสอบเบื้องต้น
- กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (อยู่ระหว่างการติดต่อ):
เป็นพันธมิตรกับกรีนพีซในการรณรงค์และกิจกรรมชุมชนในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม และการนิคมอุตสาหกรรม:
หน่วยงานรัฐที่ต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบมลพิษจากแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรม
และบังคับใช้กฏหมาย หรือเอาผิดกับผู้ก่อมลพิษที่ทำผิดกฏหมาย
- รัฐบาลท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง:
ดูแลให้ความเป็นธรรมกับชุมชน และบังคับใช้กฏหมาย
หรือเอาผิดกับผู้ก่อมลพิษที่ทำผิดกฏหมาย
4. ภาคสังคม
- ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ศึกษา:
แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกรีนพีซในการสังเกตและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
เป็นตัวอย่างศึกษาผลกระทบ
เป็นเครือข่ายหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
และมีส่วนร่วมในกิจกรรม
- องค์กรพัฒนาชุมชน เครือข่าย
และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมท้องถิ่น: ร่วมศึกษาและประสานงาน
และเป็นพันธมิตรเครือข่ายหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
และมีส่วนร่วมในกิจกรรม
- ประชาชนทั่วไป: ติดตามและส่งต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
และร่วมสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์
หรือร่วมเป็นอาสาสมัครหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ
กลับสู่ด้านบน
อุตสาหกรรมกำเนิดมลพิษที่อยู่ในความสนใจเป็นพิเศษของโครงการ
1. อุตสาหกรรมฟอกย้อม (Tanning and Textile)
2. อุตสาหกรรมกำจัดขยะอันตรายและกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
(Hazardous Waste Management)
3. อุตสากรรมผลิตกระดาษและเยื่อกระดาษ (Pulp and Paper)
4. อุตสาหกรรมเหล็ก (Steel)
กลับสู่ด้านบน