Detox the Future

ลำดับเหตุการณ์ “ล้างสารพิษ” (Detox):

24 ตุลาคม 2555

แบรนด์เสื้อผ้ายักษ์ใหญ่ มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ ได้ออกมาแสดงความมุ่งมั่นในการกำจัดสารเคมีอันตรายออกจากห่วงโซ่การผลิตของผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ภายในปี 2563 พร้อมทั้งได้ให้คำมั่น ยุติการใช้สารพีเอฟซี (เพอฟลูโอโรคาร์บอน) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ให้ได้ทั้งหมดภายใน 1 กรกฎาคม ปี  2559 เป็นการตอกย้ำว่าสารเคมีดังกล่าวเป็นสารเคมีอันตรายและสร้างมลพิษต่อแหล่งน้ำ  อ่านเพิ่มเติม...

M&S Commits to Detox

20 มีนาคม 2555

แบรนด์แฟชั่นชั้นนำต่างๆ กำลังทำให้เรากลายเป็นผู้ปล่อยมลพิษโดยไม่รู้ตัว  ซึ่งจากการวิจัยล่าสุดกรีนพีซได้ค้นพบสารเคมีอันตรายในเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายกีฬาผลิตโดยบริษัทใหญ่ๆ อย่าง อเบอร์ครอมบี้ แอนด์ ฟิช, ราล์ฟ ลอเรน  และ จี-สตาร์

INFOGRAPHIC: Where clothing is manufactured and sold/washed



15 มีนาคม 2555

#PeoplePower = ชัยชนะ!
ในวันคุ้มครองผู้บริโภคสากล กรีนพีซได้เปิดตัว วิดีโอสไตล์เล่าข่าวผ่านเพลง and an และเว็บไซท์ที่ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ มีทั้งโปรเจควิดีโอจากภาพอินสตาแกรม สื่อการสอน ข้อความทวิตเตอร์ และอื่นๆ อีกมาก

Detox our Water


8 กุมภาพันธ์ 2555

ขณะที่บริษัทต่างๆ กำลังหาหนทางที่ดีที่สุดในการดำเนินตามคำมั่นสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษอย่างเป็นรูปธรรม กรีนพีซก็ได้เตรียม คำแนะนำขั้นตอนการล้างสารพิษ ให้เป็นแนวทางสำหรับแบรนด์แฟชั่นทุกแบรนด์เพื่อให้ลาขาดจากการใช้สารพิษโดยถาวร

Detox the Future

11 มกราคม 2555

งานรณรงค์ล้างสารพิษของกรีนพีซกำลังเป็นกระแสสำคัญในประเทศฟิลิปปินส์ โบ บาคอนกิน ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษประจำประเทศฟิลิปปินส์ กล่าว ขณะที่วุฒิสมาชิก มิเรียม ดีเฟนเซอร์-ซานติอาโก ได้ให้ใบสั่งกับผู้ก่อมลพิษ ตามที่ทางกรีนพีซร่วมกับผู้สนับสนุนได้เรียกร้องให้แบรนด์ต่างๆ รับคำท้าล้างสารพิษ 
#PeoplePower = ชัยชนะ!

Detox our Water

15 ธันวาคม 2554

มาร์ติน โฮจซิก ผู้ประสานงานรณรงค์ล้างสารพิษ กรีนพีซสากล ได้ เรียกร้องให้สหภาพยุโรปเข้าร่วมการรณรงค์ล้างสารพิษและช่วยร่วมมือกันหยุดยั้งสารเคมีออคทิลฟีนอล ที่มีส่วนประกอบของสารรบกวนฮอร์โมน ซึ่งพบในอุตสาหกรรมเส้นใย

21 พฤศจิกายน 2554

อีกสองแบรนด์เข้าร่วมยอมรับคำท้าทายให้ล้างสารพิษ! สองแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่แห่งประเทศจีน ซีแอนด์เอ และหลีหนิง ได้ให้คำมั่นยุติการใช้สารเคมีอันตรายจากกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ภายในปี 2563
C&A Li-Ning
ซีแอนด์เอ และหลีหนิง ยังได้ร่วมมือกับอดิดาส ไนกี้ พูม่า และเอชแอนด์เอ็ม เปิดตัว แผนดำเนินการร่วมกัน เพื่อจัดการกับปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมแฟชั่น

25 ตุลาคม 2554

เอชแอนด์เอ็ม ได้เผยแพร่รายชื่อสารเคมีอันตราย ฉบับเต็ม บนเว็บไซท์ของแบรนด์เป็นครั้งแรก ถึงแม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็เป็นการแสดงถึงจุดเริ่มต้นสู่การปฏิวัติครั้งสำคัญในวงการแฟชั่น ด้วยการให้ข้อมูลกับชุมชน นักข่าว และหน่วยงาน ตามที่พวกเขาต้องการ เพื่อให้แน่ใจว่าแหล่งน้ำจะไม่ถูกเปลี่ยนให้เป็นท่อระบายน้ำสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม

H&M

20 กันยายน 2554

Global #PeoplePower พลังมวลชนจากทั่วโลกร่วมกันผลักดันให้ เอชแอนด์เอ็ม ก้าวสู่รันเวย์ปลอดสารพิษ! ต้องขอบคุณข้อความในทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ค และสติกเกอร์ล้างสารพิษ “Detox” จำนวนมาก เอชแอนด์เอ็มจึงยินยอม ที่จะเผยแพร่ข้อมมูลเกี่ยวกับสารพิษที่ถูกปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรมสายการผลิตของตน พร้อมทั้งแสดงจุดยืนในการยุติการใช้และปล่อยสารเคมีอันตรายจากห่วงโซ่การผลิตผลิตภัณฑ์ ภายในปี 2563 ในเมื่อยักษ์ใหญ่เจ้าแม่วงการแฟชั่นเข้าร่วมรับคำท้าทายล้างสารพิษเช่นนี้แล้ว ใครจะตามมาเป็นผู้ท้าชิงร่วมล้างสารพิษรายต่อไปกันนะ?

H&M

15 กันยายน 2554

ร้านเอชแอนด์เอ็ม ถูกนักกิจกรรมกรีนพีซจาก 12 ประเทศ อาทิ จีน ฝรั่งเศส เยอรมัน และสวีเดน ติดสติกเกอร์ขนาดใหญ่คำว่า “DETOX our water” และ “DETOX the future” (ล้างสารพิษจากแหล่งน้ำ ล้างสารพิษจากอนาคต) ที่บริเวณกระจกหน้าร้านเอชแอนด์เอ็ม

 

View Rebranding H&M Stores in a larger map 

13 กันยายน 2554

เพียงแค่เก้าสัปดาห์ที่กรีนพีซเริ่มท้าให้แบรนด์แฟชั่นล้างสารพิษ และทางอดิดาส ไนกี และพูมา ซึ่งเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้ากีฬา ได้หันมาให้คำมั่นที่จะยุติการใช้สารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์อย่างสิ้นเชิงภายในปี 2563

กระนั้น เอชแอนด์เอ็ม บริษัทผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในรายงานเสื้อผ้าสกปรก (Dirty Laundry) และเสื้อผ้าสกปรก ยังไม่เผยถึงความเชื่อมโยงกับสายการผลิตที่สร้างมลพิษในแหล่งน้ำที่ประเทศจีน ถึงเวลาที่เราจะนำแฟชั่นของเอชแอนด์เอ็มให้ลำหน้าแบรนด์อื่นและเข้าสู่แฟชั่นปลอดสารพิษ

Toxic is so last season

31 สิงหาคม 2554

แฮตทริก! อดิดาสเพิ่งประกาศว่าจะยุติการใช้สารพิษภายในปี 2563 ต้องขอบคุณพลังมวลชนจากทั่วทั้งโลก #PeoplePower และแฟนแบรนด์อดิดาส ที่ช่วยทำให้แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้ากีฬายักษ์ใหญ่ยอมรับคำท้าทายล้างสารพิษของเรา เดินทางสายเดียวกับไนกี และพูมา บนถนนสู่อนาคตปลอดสารพิษ

Adidas

23 สิงหาคม 2554

ต่อเนื่องจาก รายงานเสื้อผ้าสกปรก (Dirty Laundry) กรีนพีซได้เสนองานวิจัยชิ้นใหม่ที่เผยว่าแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำมีการปนเปื้อนของสารกลุ่มนีโนฟีนอล อีทอกซิเลท หรือเอ็นพีอีเอส) ซึ่งจะแตกตัวเป็นสารพิษในห่วงโซ่การผลิต

เสื้อผ้าที่คุณกำลังสวมใส่อาจมีสารเอ็นพีอีเอสปนเปื้อนอยู่ ซึ่งสามารถแตกตัวเป็นสารโนนีฟีนอล (เอ็นพี) หรือสารเคมีอันตรายที่ตกค้างและเป็นสารรบกวนฮอร์โมน ลองดูที่วงจรสารพิษระดับโลกด้านล่างนี้:

clothing toxic cycle

อดิดาสจะตัดตอนวงจรสารพิษนี้ และเข้าร่วมกับไนกี้ และพูม่าเป็นผู้นำของอนาคตปลอดสารพิษได้หรือไม่

19 สิงหาคม 2554

นักกิจกรรมกรีนพีซและผู้สนับสนุนในเมืองต่างๆ รอบโลกร่วมกันผลักดันอดิดาสด้วยการติดสติกเกอร์ล้างสารพิษ “Detox” ขนาดใหญ่ที่กระจกร้านอดิดาส #PeoplePower

 

17 สิงหาคม 2554

คุณทำสำเร็จอีกแล้ว! ไนกีขยับเข้าร่วมกับพูมา ยินยอมรับคำท้าทายล้างสารพิษ ให้คำมั่นที่จะยุติการใช้สารเคมีอันตรายตลอดห่วงโซ่การผลิต และตลอดวงจรการผลิตภายในปี 2563 แล้วอดิดาสจะก้าวตามสองแบรนด์นี้หรือไม่

Nike

12 สิงหาคม 2554

การรณรงค์ล้างสารพิษบุกถึงนครเซี่ยงไฮ้ ในงานซีบรา มิวสิค เฟสติวัล ที่จัดขึ้นในธีม “ปกป้องสายน้ำ” โดยมีประชาชนเข้าร่วม หลายพันคน และต่างพร้อมใจกันโชว์สายสัก “Detox” บนตัว

11 สิงหาคม 2554

ผู้คนจำนวน 50,000 คนได้ร่วมลงชื่อและเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิวัติสารพิษในเสื้อผ้า โดยที่ประเทศฮ่องกง กรีนพีซได้จัดนิทรรศการที่เปิดโอกาสให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนท้องถนนมีส่วนร่วมในการเขียนสิ่งที่ต้องการในเรื่องของการล้างสารพิษ

detox petition

2 สิงหาคม 2554

กรีนพีซเปิดตัวการประกวดออกแบบเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถออกแบบโลโก้ของไนกี และอดิดาส ในสไตล์ใหม่ที่สะท้อนถึงการใช้สารพิษในการผลิต และท้าทายให้สองแบรนด์ดังหันมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่ออนาคตที่ปลอดสารพิษ โดยในการประกวดนี้ผลงานของ ไก จุสเซพิน ได้รับการคัดเลือกเป็นภาพที่น่าประทับใจมากที่สุด

Adidas

28 กรกฎาคม 2554

กรีนพีซเชิญชวนให้ผู้สนับสนุนร่วมกันรับคำท้าล้างสารพิษด้วยการตกแต่งทวิตเตอร์ หรือ Twitterverse กับการสร้างสรรค์การออกแบบหน้าทวิตเตอร์ เพื่อแสดงให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่างไนกี และอดิดาสได้เห็นว่าไม่มีแบรนด์ใดจะสู้การผนึกกำลังมวลชนได้ ดูผลงานได้ที่ภาพด้านล่างนี้: 

Adidas Nike

26 กรกฎาคม 2554

#PeoplePower จากการที่มวลชนจากทั่วโลกร่วมกันขับเคลื่อน เราจึงได้รับชัยชนะแรกที่จะนำไปสู่อนาคตปลอดสารพิษภายในเพียงสองสัปดาห์หลังจากที่การรณรงค์ล้างสารพิษ หรือ “Detox” เปิดตัว โดย พูมาเป็นแบรนด์แรก ที่ออกมาแสดงจุดยืนให้คำมั่นที่จะตัดขาดการใช้สารเคมีอันตรายภายในวงจรการผลิตของผลิตภัณฑ์ภายในปี 2563 และจะเร่งดำเนินการเปลี่ยนแปลงนี้ตลอดกระบวนการผลิตสินค้าทั้งหมด ทำให้ตอนนี้พูมาวิ่งอยู่ในแถวหน้าสุด ทิ้งห่างไนกีและอดิดาสอยู่อีกไกล

23 กรกฎาคม 2554

อาสาสมัครและผู้บริโภค 33 คน  ร่วมกันเต้นถอดเสื้อผ้า (สกปรก) โชว์สัญลักษณ์ “Detox” ในตลาดนัดเสื้อผ้าจตุจักร

Detox striptease

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการถอดเสื้อผ้าทั่วโลกที่ใหญ่ที่สุด ใน 29 เมือง 10 ประเทศที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 600 คน เพื่อผลักดันให้ไนกี้และอาดิดาสยุติการใช้สารพิษอันตรายในห่วงโซ่อุปทานและในผลิตภัณฑ์ และเป็นผู้นำไปสู่อนาคตที่ปลอดสารพิษ 

 


This content may contain material flagged by YouTube's user community that may be inappropriate for some users.
วิดีโอนี้อาจมีภาพที่ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชนและผู้ใช้บางกลุ่ม

15 กรกฎาคม 2554

กลุ่ม XM3N หรือหุ่นเสื้อผ้าแฟชั่นที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับงานของตน ได้หันมาเข้าร่วมการแข่งขันล้างสารพิษ และปรากฎตัวอยู่ตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วโลก โดยที่ไม่สวมใส่อะไรเลย นอกจากสัญลักษณ์อักษรจีนที่มีความหมายว่าน้ำ

ในวันต่อมา กลุ่ม XM3N ปรากฏตัวอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเมืองมะนิลา ไปจนถึงเมืองแมดริด และเป็นอีกกำลังช่วยกลุ่มนักกิจกรรมกรีนพีซประเทศไทยในการสร้างข้อความมนุษย์ขนาดใหญ่ เขียนคำว่า “Detox” หรือล้างสารพิษที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

 

13 กรกฎาคม 2554

กรีนพีซเปิดตัวการรณรงค์ล้างสารพิษ หรือ “Detox” โดยเสนอคำท้าทายให้ไนกี และอดิดาส มาเป็นแบรนด์แรกที่ก้าวออกมาเป็นแชมป์ปลอดสารพิษด้วยการร่วมมือกับสายการผลิตในการขจัดสารพิษ สารเคมีอันตรายที่ตกค้าง และรบกวนฮอร์โมน ออกจากห่วงโซ่การผลิตและผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ เพื่อคืนแหล่งน้ำที่สะอาดปลอดสารพิษ 

 

12 กรกฎาคม 2554

กรีนพีซเผยรายงาน “เสื้อผ้าสกปรก” หลังจากการทุ่มเททำงานวิจัยเป็นระยะเวลาหนึ่งปี เผยถึงความเชื่อมโยงอย่างลับๆระหว่างโรงงานผู้ผลิตเส้นใยในประเทศจีนที่ปลดปล่อยสารเคมีอันตรายสู่แหล่งน้ำ และแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลก อย่างเช่น เสื้อผ้ากีฬายักษ์ใหญ่อย่าง ไนกี และอดิดาส

เราได้ติดตามเส้นทางของสารพิษ ตั้งแต่มลพิษที่เกิดขึ้นไปจนถึงท่อระบายน้ำของโรงงานที่เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าของเรา โยงไปถึงแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกที่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตดังกล่าว และร่วมล้างสารพิษออกจากอนาคตของเรา

 
หมวด
Tags