Greenpeace ลิงค์ไปหน้าล้างสารพิษ

“ตานา อาอีร์ กิตา: แผ่นดินและน้ำของพวกเรา”

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของชาวอินโดนีเซีย ในภาษาบาฮาซา ภาษาประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย มีสำนวนที่ใช้เรียก “แผ่นดินเกิด” ว่า “ตานา อาอีร์ กิตา” หรือแปลว่า “แผ่นดินและน้ำของพวกเรา” สะท้อนให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่ประเทศอินโดนีเซียประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ เป็นจำนวนมากกว่า 17,000 เกาะ นายติสนา สันจายา ศิลปินและนักเคลื่อนไหวด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมชาวอินโดนีเซีย ได้พรรณนาเกี่ยวกับแม่น้ำซิตารัมไว้ว่าเปรียบเสมือนเป็น “เปลที่โอบอุ้มวัฒนธรรมแห่งชนชาติของพวกเรา [ชาวอินโดนีเซีย]”

แหล่งรวมสารเคมีอันตราย

ทว่า กลับเป็นที่น่าเศร้าสลด เมื่อโรงงานอุตสาหกรรมในหลายพื้นที่ต่างใช้เส้นทางน้ำสาธารณะต่าง ๆ ในประเทศอินโดนีเซียราวกับเป็นท่อน้ำทิ้งส่วนบุคคล ล้วนแล้วแต่ปลดปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายจำนวนมากลงสู่เส้นทางน้ำในท้องถิ่น

แหล่งที่มาของมลพิษที่สำคัญก็คืออุตสาหกรรมด้านแฟชั่น โดยร้อยละ 68 ของโรงงานที่ตั้งอยู่ในบริเวณต้นสายของแม่น้ำซิตารัม ล้วนแต่เป็นโรงงานที่ดำเนินการผลิตสิ่งทอ กระบวนการพิมพ์ลายและการฟอกย้อมต้องใช้สารเคมีในปริมาณสูง ส่งผลให้แม่น้ำซิตารัมกลายเป็นที่รู้จักกันในนามของแม่น้ำที่สกปรกที่สุดสายหนึ่งในโลก

สวรรค์สำหรับการก่อมลพิษ

กรีนพีซได้เก็บตัวอย่างน้ำเสียที่ถูกปล่อยออกจากโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งบนต้นสายของแม่น้ำซิตารัม โดยโรงงานแห่งนี้เป็นของบริษัท พีที จิสเท็กซ์ (PT Gistex) จากการสำรวจพบสารเคมีอันตรายหลายชนิด เช่น โนนิลฟีนอล แอนติโมนี และไตรบิวทิลฟอสเฟต

และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือพบว่า น้ำเสียที่ถูกปล่อยออกมาจากจุดระบายน้ำทิ้งหนึ่งในสองแห่งที่ทำการสำรวจมีสภาวะความเป็นด่างสูงมาก (pH 14) และมีฤทธิ์กรัดกร่อนอย่างรุนแรง เผาไหม้ผิวหนังของมนุษย์เมื่อสัมผัสกับกระแสน้ำโดยตรง อีกทั้งยังส่งผลกระทบร้ายแรง (เป็นอันตรายถึงชีวิตได้) ต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีการปลดปล่อยสารเคมีลงแหล่งน้ำนี้ ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าก่อนที่จะถูกปล่อยออกมาน้ำเสียเหล่านี้ไม่ได้รับการบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นเลยแม้แต่น้อย

คุณปู่ดายัต

นอกเหนือจากข้อเท็จจริงและข้อมูลทางสถิติแล้ว ยังมีกลุ่มคนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำซิตารัม ซึ่งล้วนแต่ได้รับผลกระทบจากมลพิษเหล่านี้

เมื่อได้พูดคุยกับคุณปู่ดายัตและฟาซริล ผู้เป็นหลาน พบว่าคุณปู่อดีตชาวประมง จำต้องเปลี่ยนอาชีพมาเก็บเศษขยะตามแม่น้ำซิตารัม เพราะว่าปลาในแม่น้ำลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว คุณปู่และครอบครัวเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่เผยให้เห็นว่าสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน และเป็นภัยต่ออนาคตของคนเหล่านี้

ระเบียบปฏิบัติที่คลุมเครือ

กฎหมายของประเทศอินโดนีเซียให้การรับรองทางกฎหมายแก่ทุกบุคคล ในการเข้าถึงข้อมูลและการได้รับความเป็นธรรม เพื่อดำรงสิทธิของตนในการมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

ทว่า การเข้าถึงข้อมูลนั่นเองที่เป็นปัญหาใหญ่ โรงงานของบริษัทพีที จิสเท็กซ์ เป็นเพียงตัวอย่างโรงงานแห่งหนึ่งจากจำนวนนับพัน ๆ แห่งในประเทศอินโดนีเซีย หรือจากทั้งหมดที่มีอยู่ทั้งหมดในโลก ที่แสวงหาประโยชน์จากระบบที่มีความโปร่งใสน้อยในประเทศที่กฎระเบียบข้อบังคับไม่เพียงพอ และไม่สามารถป้องกันมิให้เกิดการปลดปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายได้

หากแต่ว่า นี่คือสายน้ำของพวกเรา และพวกเราต่างก็มีสิทธิที่จะรับรู้ว่ามีสิ่งใดเจือปนอยู่ในสายน้ำของพวกเราบ้าง

ระวังช่องโหว่ ระวังแก๊ป (Gap)

เมื่อพิจารณาถึงเบื้องหลังการดำเนินกิจการแล้ว จะเห็นว่าแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกต่างๆ ว่าจ้างโรงงานผลิตสิ่งทอ เช่น บริษัทพีที จิสเท็กซ์ ให้ทำการผลิตให้แก่ตน นับเป็นการสนับสนุนให้เกิดมลพิษทางน้ำ และเป็นการดำเนินธุรกิจที่ไม่โปร่งใส

เสื้อผ้ายี่ห้อแก๊ป (Gap) ก็เป็นบริษัทเสื้อผ้าระดับสากลยี่ห้อหนึ่งที่เคยมี ข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการก่อมลพิษทางน้ำ มาแล้ว จากการศึกษาก่อนหน้านี้ พบว่าเสื้อผ้าของแก๊ปมีสารเคมีที่เป็นอันตรายปรากฏอยู่

จะต้องให้มีเหตุการณ์อื้อฉาวอีกสักกี่ครั้งจึงจะทำให้แก๊ปยอมร่วมมือกับผู้ผลิตเสื้อผ้าในประเทศอินโดนีเซียและที่แห่งอื่นทั่วโลก ในการขจัดการใช้สารเคมีอันตรายให้หมดไปจากกระบวนการผลิต ให้หมดไปจากผลิตภัณฑ์ของตน และให้หมดไปจากสายน้ำของพวกเรา

ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง

1. แบ่งปันเรื่องราวนี้ให้แพร่หลายไปทั่วโลก

ทุกครั้งที่คุณกดไลค์ กดแชร์ และสนับสนุนให้มีการเผยแพร่เรื่องราวนี้ จะเป็นการเพิ่มแรงผลักดันแก่แก๊ปเพื่อให้เปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต ให้หยุดการสร้างมลพิษในแม่น้ำสายต่างๆ ของประเทศที่ทำการผลิตสินค้าให้แก่แก๊ป และหยุดการส่งต่อสารเคมีอันตรายให้แพร่กระจายไปสู่ทั่วโลกผ่านทางเสื้อผ้าของตน

คู่แข่งสำคัญอย่าง บริษัทเอชแอนด์เอ็ม (H&M) ซาร่า (Zara) ลีวายส์ (Levi’s) และยูนิโคล (UNIQLO) ต่างก็ให้คำมั่นในการ “ล้างสารพิษ” กันหมดแล้ว ส่วนแก๊ปจะมัวรีรออะไรอยู่

Share on Facebook Share on Twitter Follow Me on Pinterest

2. เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวระดับโลก

ปัจจุบันได้มี ผู้นำแฟชั่น นักกิจกรรม นักออกแบบ และบล็อกเกอร์ทั่วโลกจำนวนมากกว่า 500,000 คน รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว บนพื้นฐานความเชื่อเดียวกันที่ว่า “ความงามของแฟชั่นไม่จำเป็นต้องทำลายโลก” คุณสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังมหาชนนี้และส่งสารอันชัดเจนไปสู่บริษัทเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำและโรงงานผู้ผลิตให้กับบริษัทเหล่านี้ ผู้ซึ่งเป็นตัวการทำลายสิ่งแวดล้อม ว่าพวกเราต้องการเสื้อผ้าที่มีแหล่งที่มาอันน่าภาคภูมิใจ

ร่วมลงชื่อในคำประกาศเจตนาแห่งแฟชั่น

3. ช่วยเราสานต่อภาระกิจสำคัญนี้ต่อไป

ที่ผ่านมานั้น การสนับสนุนจากพวกคุณได้ส่งผลให้แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำกว่า 17 ยี่ห้อ ร่วมให้คำมั่นในการขจัดสารเคมีอันตรายทั้งหมดออกจากห่วงโซ่การผลิตและผลิตภัณฑ์ของตนแล้ว ทว่า คุณยังคงสามารถช่วยปกป้องทรัพยากรน้ำอันทรงคุณค่าของพวกเราต่อไปได้โดยการร่วมบริจาค เพื่อให้พวกเราสามารถสานต่อภาระกิจสำคัญนี้ต่อไปได้ในพื้นที่อื่นๆ ที่จำเป็นต่อไป

ร่วมบริจาค

-->