กรีนพีซรณรงค์รักษ์สายน้ำกับวันลอยกระทง

เรื่องราว - พฤศจิกายน 12, 2551
เนื่องในประเพณีวันลอยกระทง ซึ่งเป็นประเพณีโบราณของไทยที่จัดขึ้นเพื่อขอขมาและแสดงความขอบคุณต่อสายน้ำ กรีนพีซรณรงค์ชาวไทยให้เฉลิมฉลองประเพณีลอยกระทงโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และนำแนวคิดการร่วมรักษาแหล่งน้ำให้ปลอดจากมลพิษไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน

ในวันลอยกระทง นักเรียนจากโรงเรียนในกรุงเทพฯ ร่วมทำกระทงในงาน "รักษ์สายน้ำกับวันลอยกระทง" ที่จัดโดยกรีนพีซ ร่วมกับพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ งานนี้ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการดำเนินการนโยบายสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องแหล่งน้ำของประเทศไทย กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ การเสวนาเรื่อง “ประเพณีลอยกระทง น้ำ และมลพิษ” การสอนทำกระทงโดยใช้ผักตบชวา และ นิทรรศการเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหามลพิษทางน้ำในประเทศไทย

จากสถิติพ.ศ. 2550 กรุงเทพมหานครเก็บกระทงจากแหล่งน้ำได้กว่า 1.4 ล้านใบ หรือคิดเป็น 38 ตัน ในจำนวนดังกล่าวนี้เป็นกระทงที่ทำจากโฟมถึงร้อยละ 18.9 (1) นอกจากนี้ยังมีกระทงที่ทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ยากอีกจำนวนมาก

"กระแสการใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติจะกระตุ้นให้ทุกคนมีจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม และหากทุกคนนำแนวคิดการใช้วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ก็จะมีส่วนในการช่วยแก้ปัญหามลพิษทางน้ำได้อย่างมาก และจะเป็นการแสดงความขอบคุณและขอขมาต่อสายน้ำอย่างแท้จริง" นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

ในวันลอยกระทงปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 12 พฤศจิกายน กรีนพีซ และสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติร่วมจัดกิจกรรม "รักษ์สายน้ำกับวันลอยกระทง" โดยนายพลเรือเอกฐนิธ กิตติอำพน ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อจุดประกายให้เกิดการอนุรักษ์และปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาแหล่งน้ำและสืบทอดประเพณีอันดีงามให้อยู่คู่กับสังคมไทย ภายในงานมีการจัดเสวนาในเรื่อง "ประเพณีลอยกระทง น้ำ และมลพิษ" นิทรรศการเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทงและสถานการณ์ปัญหามลพิษทางน้ำในประเทศ  และการสอนทำกระทงโดยใช้ผักตบชวา ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติทางเลือกที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง

"กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาล และส่วนราชการจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร สานต่อการแก้ปัญหาแก้ปัญหามลพิษทางน้ำอย่างเร่งด่วน โดยออกนโยบายเชิงรุกและปฏิบัติให้ประสบผลสำเร็จเห็นเป็นรูปธรรม" นายพลาย ภิรมย์กล่าว

"หากทุกคนนำแนวคิดการใช้วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ก็จะมีส่วนในการช่วยแก้ปัญหามลพิษทางน้ำได้อย่างมาก และจะเป็นการแสดงความขอบคุณและขอขมาต่อสายน้ำอย่างแท้จริง"

พลาย ภิรมย์

ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังประสบปัญหามลพิษทางน้ำอย่างหนัก โดยเฉพาะในบริเวณเมืองและบริเวณประกอบอุตสาหกรรม ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำอุปโภคบริโภคต่อคนน้อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (2) ขณะเดียวกันแหล่งน้ำส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาคุณภาพเสื่อมโทรมจากการปล่อยมลพิษ (3) ในปี 2550 กรีนพีซจึงเริ่มรณรงค์แก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำเพื่อปกป้องแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของประเทศที่มีปริมาณจำกัด ให้ปลอดจากสารพิษจากภาคอุตสาหกรรม

นิทรรศการประเพณีวันลอยกระทงและสถานการณ์ปัญหามลพิษทางน้ำ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 ณ  พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (Museum of Siam) ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 18.00 น. (ปิดทำการวันจันทร์)

(1) ที่มา สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (2) รายงานการพัฒนาแหล่งน้ำโลกฉบับที่ 2 ของสหประชาชาติ (พ.ศ. 2549) (3) ตัวอย่างเช่น - แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของประเทศ ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2545- 2549 บ่งชี้ว่าจำนวนแหล่งน้ำที่มีคุณภาพดีลดลงจากร้อยละ 40 เหลือเพียงร้อยละ 20 โดยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมและพอใช้ - คูคลองในเขตเมืองหรือชุมชน ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร บ่งชี้ว่ากว่าร้อยละ 97 ของลำคลองในกรุงเทพมหานครอยู่ในขั้นเสื่อมโทรม ถึงเสื่อมโทรมมาก

แจ้งเหตุมลพิษทางน้ำ

แจ้งเหตุมลพิษทางน้ำในประเทศไทยที่คุณพบ เพื่อให้กรีนพีซเดินทางไปตรวจสอบ และผลักดันผู้เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรมแก้ปัญหา

บริจาค

เพื่อรักษาความเป็นอิสระ กรีนพีซไม่รับเงินจากภาครัฐบาลและเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ ที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา