วีดิโอ: เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง: ภาวะกู้วิกฤตภาวะโลกร้อน
เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง
ช้าง สัตว์บกที่มีตัวใหญ่ที่สุดในโลก ช้าง ที่เคยอยู่บนธงชาติไทย เป็นสัตว์ประจำชาติ และ สัญลักษณ์ของราชวงศ์ไทย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกกำลังตกอยู่ในสภาวะถูกคุกคามและอาจสูญพันธุ์ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กิจกรรมของมนุษย์ และ การพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งกระทบต่อระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร และ สรรพชีวิต เพราะช้างเป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร
ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศมากที่สุด แต่เรากลับมีการเตรียมการรับมือน้อยที่สุด
ดังนั้นกรีนพีซจึงได้ริเริ่ม
โครงการ “เดินกับช้างร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนัก และให้รัฐบาลหันมาสนใจ
ออกนโยบายเพื่อลดภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง คาราวาน "เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง" จะเดินทางไปตามพื้นที่รอยต่อของป่า และพื้นที่ลุ่มน้ำ ในภาคกลางของประเทศไทย เพื่อเป็นประจักษ์พยาน ณ จุดต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงบันทึก และเผยแพร่เรื่องราวผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทางสื่อต่างๆ สัญลักษณ์ช้างอันมีพลังจะส่งเสียงเรียกร้องให้ผู้นำสนับสนุนเงินทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกร้อน การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และ การพลิกกลับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกินควบคุม
ทำไมต้อง "เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง" - Chang
(e) Caravan
• เพราะเราตระหนักว่า
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็น "ภูมิภาคที่ล่อแหลมมากที่สุด และมีการเตรียมการน้อยที่สุด" ต่อหายนะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพราะเราตระหนักว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก "อย่างรวดเร็วและปริมาณมาก" ทั่วโลก
• เพราะเราตระหนักว่าการปกป้องป่าเป็นกุญแจที่นำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว นั่นคือ การลดก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก นอกจากนั้นยังปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และยังต่อชีวิตให้กับชุมชนพื้นเมืองที่ต้องพึ่งพาป่า
• เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศกลุ่มอาเซียนมีพันธะปกป้องป่าของภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินทุนสนับสนุนจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ณ กรุงโคเปนเฮเกน
• ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติ และสัญลักษณ์ของราชวงศ์ไทย ปัจจุบันช้างในประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กิจกรรมของมนุษย์ และ การพัฒนาอุตสาหกรรม
โครงการเดินกับช้างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงนี้ จะเริ่มเดินทางจากเขาใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน นี้ ผ่านทุ่งข้าว สู่อ่าวไทย สิ้นสุดที่เมืองโบราณ สมุทรปราการ รวมทั้งสิ้น 16 วัน (
ดูรายละเอียดเส้นทางการเดินทางที่นี่ หรือ ดู
ประวัติช้างที่ร่วมโครงการที่นี่)
ข่าว Chang(e) is Coming ล่าสุด
หลังจากสัปดาห์แห่งหายนะของประเด็นโลกร้อนในนิวยอร์กและพิสเบอร์ก วันนี้ ตัวแทนเด็กไทยจำนวน 5 คน ได้เรียกร้องถึงอนาคตของพวกเขาไปยังนายอีฟ เดอ บัวร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ในการเริ่มต้นรอบการเจรจาเรื่องโลกร้อนล่าสุดในกรุงเทพมหานคร เด็ก ๆ ได้ส่งมอบกระปุกออมสินช้างที่มี “เงินสมทบคนละเล็กคนละน้อยเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน (small change for the climate)”
หนึ่งวันก่อนการประชุมเจรจาโลกร้อนที่กรุงเทพฯ และอีก 72 วันก่อนการประชุมสุดยอดโลกร้อนที่นครโคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก กรีนพีซได้ท้าทายผู้นำโลกให้ยืนหยัดแสดงความมุ่งมั่นและลงมือปฏิบัติการหา ทางออกเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน
กรีนพีซเรียกร้องผู้นำโลก “อย่างี่เง่า” ในขณะที่การเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศกำลังเกิดขึ้นที่การประชุมรอบพิเศษของสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในนิวยอร์คในวันนี้ องค์กรสิ่งแวดล้อมกรีนพีซสนับสนุนการเปิดฉายภาพยนตร์ “Age of Stupid” (ยุคแห่งความโง่เขลา) ทั่วโลก ที่มีขึ้นใน 50 ประเทศ ทุกทวีป รวมถึงแอนตาร์กติกา ในวันที่ 21-22 กันยายน โดยหวังว่าจะทำสถิติกินเนส เวิร์ลด์ เรคคอร์ด ในฐานะการฉายภาพยนตร์พร้อมกันครั้งใหญ่ที่สุด ในกรุงเทพฯ การจัดฉายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” ที่กำลังเดินทางไปตามที่ราบภาคกลางของประเทศไทย เพื่อรวบรวมเสียงของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อเรียกร้องให้ผู้นำโลกตัดสินใจลงมือทำเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ
วันนี้กรีนพีซเรียกร้องผู้นำโลกที่กำลังเข้าร่วมประชุมสุดยอดสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกรุงนิวยอร์คให้ละวางผลประโยชน์ทางการเมืองที่ไม่คำนึงถึงผลระยะยาว และเร่งลงมือปฏิบัติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยจัดเงินทุน 4.7 ล้านล้านบาท (140 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ต่อปี ให้แก่กลุ่มประเทศที่เสี่ยงที่สุดและมีความพร้อมในการรับมือน้อยที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บอกต่อ: