กรีนพีซส่งท้ายโครงการ “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” ท้าทายผู้นำโลกให้เร่งกระบวนการเจรจาโลกร้อนของสหประชาชาติ

เรื่องราว - กันยายน 27, 2552
หนึ่งวันก่อนการประชุมเจรจาโลกร้อนที่กรุงเทพฯ และอีก 72 วันก่อนการประชุมสุดยอดโลกร้อนที่นครโคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก กรีนพีซได้ท้าทายผู้นำโลกให้ยืนหยัดแสดงความมุ่งมั่นและลงมือปฏิบัติการหา ทางออกเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน

ทีมงานของคาราวาน “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” ถ่ายรูปหน้า “ศาสลาร้องทุกข์” ใน “เมืองโบราณ” ในการสรุปการเดินทาง “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” หรือ คาราวานมวลชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน เพื่อเรียกร้องผู้นำโลก โดยเฉพาะประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้บังคับใช้ข้อตกลงภาวะโลกร้อนที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม และ มีผลบังคับตามกฎหมาย ในเดือนธันวาคมนี้ ณ กรุงโคเปนเฮเกน และให้จัดหาเงินทุนที่จำเป็นในการปกป้องป่าธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรับประกันอนาคต ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ประชาชน ของภูมิภาค

นักกิจกรรมกรีนพีซยืนอยู่หน้าช้างของคาราวานช้าง ในงานแถลงข่าวสรุปการเดินทาง “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” หรือ คาราวานมวลชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน เพื่อเรียกร้องผู้นำโลก โดยเฉพาะประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้บังคับใช้ข้อตกลงภาวะโลกร้อนที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม และ มีผลบังคับตามกฎหมาย ในเดือนธันวาคมนี้ ณ กรุงโคเปนเฮเกน และให้จัดหาเงินทุนที่จำเป็นในการปกป้องป่าธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรับประกันอนาคต ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ประชาชน ของภูมิภาค

อลงกต ชูแก้วจากกองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทยให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวสรุปการเดินทาง “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” หรือ คาราวานมวลชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน เพื่อเรียกร้องผู้นำโลก โดยเฉพาะประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้บังคับใช้ข้อตกลงภาวะโลกร้อนที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม และ มีผลบังคับตามกฎหมาย ในเดือนธันวาคมนี้ ณ กรุงโคเปนเฮเกน และให้จัดหาเงินทุนที่จำเป็นในการปกป้องป่าธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรับประกันอนาคต ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ประชาชน ของภูมิภาค

ตัวแทนจากกองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทยดำเนินการแถลงข่าว ที่ “ศาลาร้องทุกข์” ใน “เมืองโบราณ” เพื่อสรุปการเดินทาง “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” หรือ คาราวานมวลชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน เพื่อเรียกร้องผู้นำโลก โดยเฉพาะประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้บังคับใช้ข้อตกลงภาวะโลกร้อนที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม และ มีผลบังคับตามกฎหมาย ในเดือนธันวาคมนี้ ณ กรุงโคเปนเฮเกน และให้จัดหาเงินทุนที่จำเป็นในการปกป้องป่าธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรับประกันอนาคต ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ประชาชน ของภูมิภาค

ช้างจากคาราวานช้างของกรีนพีซหยอกล้อกันนอก “ศาลาร้องทุกข์” ใน “เมืองโบราณ” ในงานแถลงข่าวสรุปการเดินทาง “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” หรือ คาราวานมวลชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน เพื่อเรียกร้องผู้นำโลก โดยเฉพาะประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้บังคับใช้ข้อตกลงภาวะโลกร้อนที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม และ มีผลบังคับตามกฎหมาย ในเดือนธันวาคมนี้ ณ กรุงโคเปนเฮเกน และให้จัดหาเงินทุนที่จำเป็นในการปกป้องป่าธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรับประกันอนาคต ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ประชาชน ของภูมิภาค

ช้างจากคาราวานช้างของกรีนพีซหยอกล้อกันนอก “ศาลาร้องทุกข์” ใน “เมืองโบราณ” ในงานแถลงข่าวสรุปการเดินทาง “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” หรือ คาราวานมวลชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน เพื่อเรียกร้องผู้นำโลก โดยเฉพาะประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้บังคับใช้ข้อตกลงภาวะโลกร้อนที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม และ มีผลบังคับตามกฎหมาย ในเดือนธันวาคมนี้ ณ กรุงโคเปนเฮเกน และให้จัดหาเงินทุนที่จำเป็นในการปกป้องป่าธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรับประกันอนาคต ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ประชาชน ของภูมิภาค

ช้างจากคาราวานช้างของกรีนพีซหยอกล้อกันนอก “ศาลาร้องทุกข์” ใน “เมืองโบราณ” ในงานแถลงข่าวสรุปการเดินทาง “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” หรือ คาราวานมวลชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน เพื่อเรียกร้องผู้นำโลก โดยเฉพาะประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้บังคับใช้ข้อตกลงภาวะโลกร้อนที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม และ มีผลบังคับตามกฎหมาย ในเดือนธันวาคมนี้ ณ กรุงโคเปนเฮเกน และให้จัดหาเงินทุนที่จำเป็นในการปกป้องป่าธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรับประกันอนาคต ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ประชาชน ของภูมิภาค

การท้าทายดังกล่าวมาจากการสรุปผลของโครงการเดินกับช้างร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง การเดินทางรณรงค์ 15 วันของนักกิจกรรมของกรีนพีซ ชุมชน และ ช้างไทย 5 เชือกจากเขาใหญ่ ผ่านทุ่งข้าวสู่อ่าวไทย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มประชากรที่ล่อแหลมมากที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพื่อเรียกร้องให้ปกป้องผืนป่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในภูมิภาคเพื่อต้านสู้กับภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของโลก

โครงการเดินกับช้างร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้น ณ ชายขอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากกรุงเทพราว 250 กิโลเมตร ในวันที่ 12 กันยายน การเดินทางครั้งนี้เป็นหนึ่งในการเดินทางที่น่าจดจำและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดยองค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม

ในการจัดงานปิดท้ายโครงการ ณ "ศาลาร้องทุกข์แห่งกรุงสุโขทัย" ในเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ กรีนพีซแสดงความผิดหวังต่อการประชุมสุดยอดเศรษฐกิจของกลุ่มจี 20 ที่เมืองพิสเบอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเหล่าผู้นำโลกทั้งหลายต่างล้มเหลวที่จะตัดสินใจให้การสนับสนุนทางการเงิน เพื่อการรับมือและปรับตัวต่อผลกระทบจากโลกร้อน การปกป้องป่าไม้ และ การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ในประเทศกำลังพัฒนา ในวันพรุ่งนี้ (จันทร์ที่ 28 กันยายน) ตัวแทนของกรีนพีซจะส่งมอบ "เงินสมทบทุนคนละเล็กคนละน้อยเพื่อปกป้องภูมิอากาศ (small change for climate)" ซึ่งรวบรวมจากผู้คนและชุมชน สำหรับกองทุนเพื่อการรับมือและปรับตัว (Adaptation Fund) ให้กับนายอีฟ เดอ บัวร์ เลขาธิการอนุสัญญาสหประชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ในวันเปิดการประชุมเจรจาโลกร้อนที่กรุงเทพฯ

นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า "เรารับฟังเสียงและเรื่องราวของกลุ่มคนบางกลุ่มที่นับว่าล่อแหลมมากที่สุดและมีการเตรียมการรับมือน้อยที่สุดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในระหว่างการเดินทางรณรงค์ เราบันทึกเรื่องราวผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อน้ำ อาหาร และ ป่าไม้ของเรา และเราขอให้ผู้นำโลกรับฟัง วันนี้ การเดินทางรณรงค์ได้จบลง แต่เหล่าผู้นำโลกยังไม่เริ่มต้นแม้แต่ก้าวแรกในการกู้วิกฤตโลกร้อนเลย"

เด็กๆ ในท้องถิ่นเล่นข้างๆ บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งถูกทิ้งร้างบนชายฝั่งในอำเภอคลองด่าน สมุทรปราการ 30 กิโลเมตร ทางใต้ของกรุงเทพฯ ที่ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งถูกทำลายด้วยการกัดเซาะชายฝั่ง ภาพนี้ถ่ายวันที่ 7 กันยายน ชายฝั่ง 30 กิโลเมตร จาก 45 กิโลเมตรของจังหวัดได้ถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง มีการคาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และพายุรุนแรงเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะทำให้ปัญหาเลวร้ายลง ทำให้พื้นที่ชายฝั่งจมหายมากขึ้น และกัดเซาะชายฝั่งที่เหลืออยู่อย่างไม่หยุดยั้ง

การเดินทางรณรงค์เป็นระยะเวลา 15 วันในโครงการเดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยมี ช้างบ้าน 5 เชือกในการดูแลของกองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย เป็นส่วนหนึ่งของการริเริ่มการณรงค์ tck tck tck ในระดับโลก การเดินทางรณรงค์ครั้งนี้ได้จัดให้มีการวิจัยภาคสนาม การประชุมเชิงปฏิบัติการ การรับฟังความคิดเห็น และ การจัดคุยกลุ่มย่อย เพื่อบันทึกสถานการณ์จริงของกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งานชิ้นหนึ่งคือการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ การประเมินความล่อแหลมของชุมชนต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบริเวณลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และกำลังประสบผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง การรุกของน้ำเค็ม และ การกัดเซาะชายฝั่ง

นายชัยเลนดรา ยัสวัน ผู้อำนวยการรณรงค์ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "โครงการเดินกับช้างร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นหนึ่งในการเรียกร้องระดับโลกเพื่อหาทางออกจากวิกฤตโลกร้อน เป็นสิ่งที่แสดงความท้าทายที่เหล่าผู้นำโลกต้องเผชิญและต้องตอบคำถาม นี่คือความท้าทายที่เหล่าผู้นำโลกมิอาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป จำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศอุตสาหกรรมจะจัดสรรงบประมาณ 140 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการยุติการทำลายป่า การปรับตัวต่อผลกระทบโลกร้อน และ การปรับปรุงสังคมไปสู่ยุคเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ"

อ่านบล็อกส่งท้ายการเดินทาง... แล้วการเดินกับช้าง ก็สิ้นสุดลง

กรีนพีซเรียกร้องกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วให้เห็นชอบในการ ลดการปล่อยก๊าซลง ร้อยละ 40 ภายในปี 2563 เทียบกับปีฐานปี 1990 และจัดสรรงบประมาณ 140 พันล้านเหรียญสหรัฐที่จำเป็นต่อการยุติการทำลายป่าไม้ การปรับตัวเข้ากับผลกระทบโลกร้อนที่เกิดขึ้นแล้ว และ การปรับเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ   

การเดินทางสิ้นสุด แต่เสียงของท่านยังมีความหมาย

เรียกร้องประธานาธิบดีโอบามาให้กระทำการอันชาญฉลาด โดยร่วมการประชุมสุดยอดภาวะโลกร้อนที่กรุงโคเปนเฮเกน เดือนธันวาคมนี้

สนับสนุนเรา

เพื่อดำรงความเป็นอิสระ เราไม่รับเงินบริจาคจากรัฐบาลและบริษัท แต่เราพึ่งพาประชาชนเช่นคุณในการทำงานรณรงค์