วันนี้ ที่หน้าตึกสำนักงานสหประชาชาติ เด็กนักเีรียนชั้นมัธยมต้นจำนวน 100 คนถือร่มหลากสีสันแปรอักษรเป็นคำ่ว่า “Tck Tck Tck” เลียนเสียงร้องเดินเข็มนาฬิกา และคำว่า “ACT NOW!” หรือ “ลงมือทำเดี๋ยวนี้” นอกจากนี้ยังแปรขบวนเป็นรูปนาฬิกา ทั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ หันมาใส่ใจอนาคตของโลกอย่างจริงจังมากขึ้น
นักเรียนกลุ่มนี้มาจากโรงเรียนเทศบาล 1 จังหวัดนครราชสีมา ใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และยังเป็นมรดกโลกอีกด้วย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งสาส์นไปยัง การประชุมเจรจาเรื่องการร่างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ในปลายเดือนหน้า
“ได้เวลาแล้วที่ผู้นำประเทศทั้งหลายต้องตีตั๋วเพื่อไปสรุปข้อเจรจาที่โคเปนเฮเกนด้วยตัวเอง เพราะเห็นแล้ว
ว่าที่ผ่านมาแทบไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย และผลการเจรจาที่ออกมาก็น่าผิดหวังมาตลอดทั้งปี” ดีน่าห์ ฟูเอ็นเตสฟิน่า เจ้าหน้าที่โฆษกโครงการรณรงค์ Tcktcktck กล่าว
“เราอยากเห็นผู้นำประเทศทุกคนอยู่ที่โคเปนเฮเกน และแสดงความเป็นผู้นำในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ โดยการร่วมเซ็นข้อตกลงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ให้ผลชัดเจน เป็นธรรม และ มีข้อผูกมัดทางกฎหมายโดยประเทศที่มีส่วนในปัญหานี้มากที่สุดต้องลงมือปฏิบัติดังกล่าว”
โครงการยังได้เปิดเผยข้อมูล “100 เหตุผลที่เอเชียจำเป็นต้องมีข้อตกลงโลกร้อนที่เป็นธรรม” โดยได้แบ่งผลกระทบโลกร้อนด้านต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ทั้งในปัจจุบันและที่จะเกิดต่อไปถ้าไม่มีการจัดการปัญหาอย่างจริงจังและเป็นระบบ มีประเด็นเด่นๆ ที่อ้างอิงผลการวิจัยในช่วงที่ผ่านมามากมาย อาทิเช่น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแหล่งผลิตพืชผลการเกษตรหลักของโลก และกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายต่อภัยพิบัติที่มาจากโลกร้อนมากที่สุดเช่นกัน โดย 8 ใน 10 ของเมืองหลวงหลักที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมมากที่สุดในโลกนั้นอยู่ในทวีปเอเชียทั้งหมด รวมถึงกรุงเทพฯ ด้วย
<div class="" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000"
codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=7,0,0,0"
width="430" height="400" id="ss189" align="middle">
<div name="allowScriptAccess" value="always" class=""></div>
<div name="allowFullScreen" value="true" class=""></div>
<div name="movie" value="http://www.greenpeace.org/resources/gcms/slideshow/ss189.swf" class=""></div>
<div name="quality" value="high" class=""></div>
<div name="bgcolor" value="#ffffff" class=""></div>
<div name="FlashVars" value="xmlfile=http://www.greenpeace.org/xml/seasia/th/change-is-coming/photosvideos/slideshows/tcktcktck-100daysleft&captionTextSize=11" class=""></div>
<div class="" src="ss189.swf" mce_src="ss189.swf" quality="high"
bgcolor="#ffffff" width="430" height="400"
FlashVars="xmlfile=http://www.greenpeace.org/xml/seasia/th/change-is-coming/photosvideos/slideshows/tcktcktck-100daysleft&captionTextSize=11"
name="http://www.greenpeace.org/resources/gcms/slideshow/ss189" align="middle"
allowScriptAccess="always" allowFullScreen="true"
type="application/x-shockwave-flash"
pluginspage="http://www.macromedia.com/go/getflashplayer"></div>
</div>
"ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์จากระดับการปล่อยปี 2533 ให้ได้ภายในปี 2563 เพื่อหลีกเลี่ยงความหายนะทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นี่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำถ้าไม่อยากเห็นคนเป็นล้านต้องลำบากหรือล้มตาย"
ดีน่าห์ ฟูเอ็นเตสฟิน่า
เจ้าหน้าที่โฆษกโครงการรณรงค์ tck tck tck
ผลการศึกษาหลายฉบับยังแสดงให้เห็นว่าจำนวนพันธุ์สัตว์และพืชที่แปลกและหายากในเอเชีย กำลังถูกคุมคามจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์และการใช้ที่ดิน และครึ่งหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิภาคนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย
“เหตุผลที่ต้องบรรลุการเจรจาที่โคเปนเฮเกนนั้นมีเป็นร้อยข้อ แต่สิ่งที่ขาดไปคือความมุ่งมั่นของฝ่ายการเมืองที่จะสร้างอนาคตคาร์บอนต่ำ และความตั้งใจที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ฟูเอ็นเตสฟิน่า กล่าว
สมาชิกของทีมรณรงค์ Tcktcktck ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรภาคเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ต่างเรียกร้องผู้นำชาติต่างๆ ให้บรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งต้องมีประสิทธิภาพในการลดและชะลอผลกระทบโลกร้อนที่มีต่อผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนจน ที่ผ่านมาประเทศที่พัฒนาแล้วประสบความล้มเหลวในการหามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เด็ดขาด แม้ว่าจะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าผลกระทบโลกร้อนต่อคนและธรรมชาตินั้นรุนแรง
“ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์จากระดับการปล่อยปี 2533 ให้ได้ภายในปี 2563 เพื่อหลีกเลี่ยงความหายนะทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นี่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำถ้าไม่อยากเห็นคนเป็นล้านต้องลำบากหรือล้มตาย และการที่จะทำให้สำเร็จนั้น ชาติที่ร่ำรวยต้องให้การช่วยเหลือด้านการเงินและเทคโนโลยีแก่ประเทศยากจน เพื่อปรับตัวและปรับเปลี่ยนไปสู่สังคมที่พึ่งพาคาร์บอนน้อยลง” ฟูเอ็นเตสฟิน่าสรุป พร้อมทิ้งท้ายว่า “เรามัวเสียเวลาไม่ได้แล้ว เรายังพอมีเวลาที่จะช่วยชีวิตคนให้รอดตาย หรือแม้แต่พลิกสถานการณ์ หากเราตั้งใจจริง ณ เวลานี้เรายังเลือกได้ว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่”
ติดตามโครงการในประเทศไทย เพื่อเรียกร้องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก ณ โคเปนเฮเกน
ข้อมูลเบื้องต้น
ปัจจุบันนี้ สหภาพยุโรปได้ตกลงใจที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 จากระดับที่ปล่อยในปี 2533 ภายในปี 2563 และกล่าวว่าจะเพิ่มตัวเลขขึ้นเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ถ้าประเทศอื่นๆ ยืนยันที่จะทำอย่างเดียวกัน หรือออกมาตรการคล้ายกัน
แม้ว่าประชาชนชาวนิวซีแลนด์จะเรียกร้องให้รัฐบาลของตัวเองเลือกตัวเลขที่ 40 เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลก็ยังคงยืนยันอยู่ที่ตัวเลข 20 รัฐบาลมีข้อแม้ว่าต้องบรรลุข้อตกลงในการเจรจาในเดือนธันวาคมนี้ มิเช่นนั้นจะลดตัวเลขลงเหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ถ้าไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง ออสเตรเลียตกลงจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 25 จากระดับปี 2533 ภายในปี 2563 ด้วยเงื่อนไขมากมายไม่ต่างกับนิวซีแลนด์
รัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวว่าอเมริกาตั้งเป้าลดปริมาณปล่อยก๊าซในปี 2563 ให้เท่ากับที่ปล่อยปี 2533 โดยสภาผู้แทนราษฎรได้ตกลงเห็นชอบผ่านตัวบทกฎหมายที่ตั้งเป้าสูงกว่าเดิมเล็กน้อย และกำลังอยู่ในขบวนการพิจารณาของวุฒิสภา
ญี่ปุ่นได้ประกาศตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 8 ของระดับที่ปล่อยปี 2533 ภายในปี 2563 แต่มีความเป็นไปได้ว่าถ้าพรรคฝ่ายค้านดีพีเจ (Democratic Party of Japan) ชนะผลการเลือกตั้งทั่วไปวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ อาจมีการให้เพิ่มตัวเลขเป็น 25 เปอร์เซ็นต์แทน
ประเทศที่เศรษฐกิจกำลังมาแรงอย่าง จีน อินเดีย บราซิล เม็กซิโก หรือแอฟริกาใต้ยังไม่ได้ประกาศตัวเลขเป้าหมายที่จะลด แต่ได้เผยถึงมาตรการต่างๆ ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมาแล้ว อินเดียและจีนต้องการให้ประเทศอุตสาหกรรมตกลงที่ตัวเลข 40 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2563 ไม่ใช่ตัวเลขเล็กน้อยที่ประกาศไปก่อนหน้านี้
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าอุณหภูมิเฉลี่ยโลกจะต้องไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบโลกร้อนและคงไว้ซึ่งระบบดำรงชีพของดาวเคราะห์โลก รัฐบาลกว่า 100 ประเทศได้ให้การรับรองอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ให้การปล่อยก๊าซทำให้อุณหภูมิสูงกว่านี้เป็นอันขาด อย่างไรก็ตาม แค่ 2 องศาก็เพียงพอแล้วที่จะส่งผลทำลายล้างสมดุลของระบบนิเวศ และทำให้อนาคตของผู้คนกว่า 660 ล้านคนตกอยู่ในอันตราย
รายงานของ Global Humanitarian Forum เผยว่าภาวะโลกร้อนได้ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 1.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศกำลังพัฒนาเป็นผู้รับภาระนี้กว่าร้อยละ 90
ในช่วงเวลา 20 – 30 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตธัญพืชได้ลดลงในหลายพื้นที่ในทวีปเอเชีย เนื่องจากความรุนแรงของปัญหาการขาดน้ำที่มากขึ้น ภัยแล้งรุนแรงจากปรากฎการณ์เอล นินโญ่ อากาศที่อุ่นขึ้น และ ฝนทิ้งช่วง โดยบางส่วนมีสาเหตุจากภาวะโลกร้อน
เกี่ยวกับ tck tck tck
โครงการรณรงค์ tck tck tck เป็นการรวมตัวขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสดงหาผลกำไรด้านต่างๆ เช่น ศาสนา สหภาพการค้า และบุคคลต่างๆ ที่เห็นตรงกันว่าช่วงเวลานี้จำต้องเรียกร้องให้รัฐบาลบรรลุข้อตกลงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อปกป้องโลกจากผลกระทบที่ทำลายความเป็นอยู่และชีวิตมนุษย์ ในขณะที่ผู้นำชาติต่างๆ เตรียมตัวเจรจาเรื่องนี้ที่โคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคม ทีมงาน tck tck tck จะเป็นกระบอกเสียงให้ผู้คนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ข้อตกลงนานาชาติชิ้นใหม่นี้จะมีผลชัดเจน เป็นธรรม และ มีเป้าหมายที่สะท้อนความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ เวลานั้นใกล้หมดแล้ว คุณสามารถสนับสนุนเราได้โดยการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา และลงชื่อสนับสนุนข้อตกลงลดภาวะโลกร้อนที่
www.tcktcktck.org