วันนี้ เด็กนักเีรียนชั้นมัธยมต้นถือป้ายข้อความ Tcktcktck ที่หน้าตึกสำนักงานสหประชาชาติ เพื่อเปิดตัวโครงการรณรงค์ Tcktcktck เพื่อส่งสาน์สไปยังที่ประชุมเจรจาเรื่องการร่างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ในวันที่ 28 กันยายน 2552 ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการประชุมเตรียมการสู่การประชุมสุดยอดโลกร้อน ที่กรุงโคเปนเฮเกน ข้อเรียกร้องของเรา คือ ผู้นำประเทศต่างๆ ต้องเร่งหาข้อสรุปข้อตกลงการลดการปล่อยก๊๋าซเรือนกระจก ณ โคเปนเฮเกน
วันนี้ เด็กนักเีรียนชั้นมัธยมต้นถือป้ายข้อความ Tcktcktck ที่หน้าตึกสำนักงานสหประชาชาติ เพื่อส่งสาส์นไปยังการประชุมเจรจาเรื่องการร่างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในปลายเดือนหน้า ซึ่งเป็นการประชุมเตรียมการสู่การประชุมสุดยอดโลกร้อนของสหประชาชาติ ณ กรุงโคเปนเฮเกน กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ หันมาใส่ใจอนาคตของโลกอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเร่งหาข้อสรุปข้อตกลงการลดการปล่อยก๊๋าซเรือนกระจก ณ โคเปนเฮเกน พร้อมเตือนโลกเหลือเวลาอีกเพียง 100 วันเท่านั้นที่จะบรรลุเป้าหมายเพื่อปกป้องประชากรนับพันล้านทั่วโลกและระบบนิเวศให้พ้นจากผลกระทบร้ายแรงของภาวะโลกร้อน
วันนี้ เด็กนักเีรียนชั้นมัธยมต้นถือป้ายข้อความ Tcktcktck ที่หน้าตึกสำนักงานสหประชาชาติ เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศเข้าร่วมประชุมสุดยอดด้านภาวะโลกร้อน ของสหประชาชาติ ที่กรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคม 2552 และหันมาใส่ใจอนาคตของโลกอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเร่งหาข้อสรุปข้อตกลงการลดการปล่อยก๊๋าซเรือนกระจก เพื่อปกป้องประชากรนับพันล้านทั่วโลกและระบบนิเวศให้พ้นจากผลกระทบร้ายแรงของภาวะโลกร้อน
วันนี้ ที่หน้าตึกสำนักงานสหประชาชาติ เด็กนักเีรียนชั้นมัธยมต้นจำนวน 100 คนถือร่มหลากสีสันแปรขบวนเป็นรูปนาฬิกา และแปรอักษรเป็นคำ่ว่า “Tck Tck Tck” เลียนเสียงร้องเดินเข็มนาฬิกา และคำว่า “ACT NOW” หรือ “ลงมือทำเดี๋ยวนี้" กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ Tcktcktck ซึ่งเป็นการรวมตัวจากภาคประชาสังคมเพื่อส่งสาส์นไปยังที่ประชุมเจรจาร่างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ในปลายเดือนกันยายน ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ข้อเรียกร้องของกรีนพีซ คือ ผู้นำประเทศต่างๆ ควรหันมาใส่ใจอนาคตของโลกอย่างจริงจังมากขึ้น ด้วยการเร่งหาข้อสรุปข้อตกลงการลดการปล่อยก๊๋าซเรือนกระจก พร้อมเตือนโลกเหลือเวลาอีกเพียง 100 วันเท่านั้นที่จะบรรลุเป้าหมายเพื่อปกป้องประชากรนับพันล้านทั่วโลก และระบบนิเวศ ให้พ้นจากผลกระทบร้ายแรงของภาวะโลกร้อน
วันนี้ ที่หน้าตึกสำนักงานสหประชาชาติ เด็กนักเีรียนชั้นมัธยมต้นจำนวน 100 คนถือร่มหลากสีสันแปรขบวนเป็นรูปนาฬิกา และแปรอักษรเป็นคำ่ว่า “Tck Tck Tck” เลียนเสียงร้องเดินเข็มนาฬิกา และคำว่า “ACT NOW” หรือ “ลงมือทำเดี๋ยวนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ Tcktcktck เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ หันมาใส่ใจอนาคตของโลกอย่างจริงจัง โดยเร่งหาข้อสรุปข้อตกลงการลดการปล่อยก๊๋าซเรือนกระจก ในการประชุมสุดยอดโลกร้อนที่กรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคม 2552
วันนี้ ที่หน้าตึกสำนักงานสหประชาชาติ เด็กนักเีรียนชั้นมัธยมต้นจำนวน 100 คนถือร่มหลากสีสันแปรขบวนเป็นรูปนาฬิกา และแปรอักษรเป็นคำ่ว่า “Tck Tck Tck” เลียนเสียงร้องเดินเข็มนาฬิกา และคำว่า “ACT NOW” หรือ “ลงมือทำเดี๋ยวนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ Tcktcktck ซึ่งเป็นการรวมตัวจากภาคประชาสังคมเพื่อส่งสาส์นไปยังที่ประชุมเจรจาเรื่องร่างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมในเดือนกันยายน 2552 ซึ่งเป็นการประชุมเตรียมการสู่การประชุมสุดยอดโลกร้อนที่กรุงโคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคม 2552 เหลือเวลาอีก 100 วันเท่านั้นที่ผู้นำประเทศต่างๆ ต้องเร่งหาข้อสรุปข้อตกลงการลดการปล่อยก๊๋าซเรือนกระจก ณ โคเปนเฮเกน เพื่อปกป้องประชากรนับพันล้านทั่วโลก และระบบนิเวศ ให้พ้นจากผลกระทบร้ายแรงของภาวะโลกร้อน
วันนี้ ที่หน้าตึกสำนักงานสหประชาชาติ
เด็กนักเีรียนชั้นมัธยมต้นจำนวน 100
คนถือร่มหลากสีสันแปรอักษรเป็นคำ่ว่า "Tck Tck Tck"
เลียนเสียงร้องเดินเข็มนาฬิกา และคำว่า "ACT NOW!" หรือ
"ลงมือทำเดี๋ยวนี้" นอกจากนี้ยังแปรขบวนเป็นรูปนาฬิกา
ทั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ
หันมาใส่ใจอนาคตของโลกอย่างจริงจังมากขึ้น
นักเรียนกลุ่มนี้มาจากโรงเรียนเทศบาล 1 จังหวัดนครราชสีมา
ใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ซึ่งได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย
และยังเป็นมรดกโลกอีกด้วย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งสาส์นไปยัง
การประชุมเจรจาเรื่องการร่างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(ยูเอ็นเอฟซีซีซี)
ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์
ในปลายเดือนหน้า
"ได้เวลาแล้วที่ผู้นำประเทศทั้งหลายต้องตีตั๋วเพื่อไปสรุปข้อเจรจาที่โคเปนเฮเกนด้วยตัวเอง
เพราะเห็นแล้ว
ว่าที่ผ่านมาแทบไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย
และผลการเจรจาที่ออกมาก็น่าผิดหวังมาตลอดทั้งปี" ดีน่าห์
ฟูเอ็นเตสฟิน่า เจ้าหน้าที่โฆษกโครงการรณรงค์ Tcktcktck กล่าว
"เราอยากเห็นผู้นำประเทศทุกคนอยู่ที่โคเปนเฮเกน
และแสดงความเป็นผู้นำในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้
โดยการร่วมเซ็นข้อตกลงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ให้ผลชัดเจน
เป็นธรรม และ
มีข้อผูกมัดทางกฎหมายโดยประเทศที่มีส่วนในปัญหานี้มากที่สุดต้องลงมือปฏิบัติดังกล่าว"
โครงการยังได้เปิดเผยข้อมูล "100
เหตุผลที่เอเชียจำเป็นต้องมีข้อตกลงโลกร้อนที่เป็นธรรม"
โดยได้แบ่งผลกระทบโลกร้อนด้านต่างๆ ในภูมิภาคนี้
ทั้งในปัจจุบันและที่จะเกิดต่อไปถ้าไม่มีการจัดการปัญหาอย่างจริงจังและเป็นระบบ
มีประเด็นเด่นๆ ที่อ้างอิงผลการวิจัยในช่วงที่ผ่านมามากมาย อาทิเช่น
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแหล่งผลิตพืชผลการเกษตรหลักของโลก
และกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายต่อภัยพิบัติที่มาจากโลกร้อนมากที่สุดเช่นกัน
โดย 8 ใน 10
ของเมืองหลวงหลักที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมมากที่สุดในโลกนั้นอยู่ในทวีปเอเชียทั้งหมด
รวมถึงกรุงเทพฯ ด้วย
"ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 40
เปอร์เซ็นต์จากระดับการปล่อยปี 2533 ให้ได้ภายในปี 2563
เพื่อหลีกเลี่ยงความหายนะทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
นี่ไม่ใช่ทางเลือก
แต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำถ้าไม่อยากเห็นคนเป็นล้านต้องลำบากหรือล้มตาย"
ดีน่าห์ ฟูเอ็นเตสฟิน่า
เจ้าหน้าที่โฆษกโครงการรณรงค์ tck tck tck
ผลการศึกษาหลายฉบับยังแสดงให้เห็นว่าจำนวนพันธุ์สัตว์และพืชที่แปลกและหายากในเอเชีย
กำลังถูกคุมคามจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์และการใช้ที่ดิน
และครึ่งหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิภาคนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย
"เหตุผลที่ต้องบรรลุการเจรจาที่โคเปนเฮเกนนั้นมีเป็นร้อยข้อ
แต่สิ่งที่ขาดไปคือความมุ่งมั่นของฝ่ายการเมืองที่จะสร้างอนาคตคาร์บอนต่ำ
และความตั้งใจที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก" ฟูเอ็นเตสฟิน่า
กล่าว
สมาชิกของทีมรณรงค์ Tcktcktck
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรภาคเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา
ต่างเรียกร้องผู้นำชาติต่างๆ
ให้บรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย
รวมทั้งต้องมีประสิทธิภาพในการลดและชะลอผลกระทบโลกร้อนที่มีต่อผู้คนทั่วโลก
โดยเฉพาะคนจน
ที่ผ่านมาประเทศที่พัฒนาแล้วประสบความล้มเหลวในการหามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เด็ดขาด
แม้ว่าจะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าผลกระทบโลกร้อนต่อคนและธรรมชาตินั้นรุนแรง
"ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 40
เปอร์เซ็นต์จากระดับการปล่อยปี 2533 ให้ได้ภายในปี 2563
เพื่อหลีกเลี่ยงความหายนะทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
นี่ไม่ใช่ทางเลือก
แต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำถ้าไม่อยากเห็นคนเป็นล้านต้องลำบากหรือล้มตาย
และการที่จะทำให้สำเร็จนั้น
ชาติที่ร่ำรวยต้องให้การช่วยเหลือด้านการเงินและเทคโนโลยีแก่ประเทศยากจน
เพื่อปรับตัวและปรับเปลี่ยนไปสู่สังคมที่พึ่งพาคาร์บอนน้อยลง"
ฟูเอ็นเตสฟิน่าสรุป พร้อมทิ้งท้ายว่า "เรามัวเสียเวลาไม่ได้แล้ว
เรายังพอมีเวลาที่จะช่วยชีวิตคนให้รอดตาย หรือแม้แต่พลิกสถานการณ์
หากเราตั้งใจจริง ณ
เวลานี้เรายังเลือกได้ว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่"
ติดตามโครงการในประเทศไทย
เพื่อเรียกร้องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก ณ โคเปนเฮเกน
- ข้อมูลเบื้องต้น
- ปัจจุบันนี้
สหภาพยุโรปได้ตกลงใจที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20
จากระดับที่ปล่อยในปี 2533 ภายในปี 2563
และกล่าวว่าจะเพิ่มตัวเลขขึ้นเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ถ้าประเทศอื่นๆ
ยืนยันที่จะทำอย่างเดียวกัน หรือออกมาตรการคล้ายกัน
-
แม้ว่าประชาชนชาวนิวซีแลนด์จะเรียกร้องให้รัฐบาลของตัวเองเลือกตัวเลขที่
40 เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลก็ยังคงยืนยันอยู่ที่ตัวเลข 20
รัฐบาลมีข้อแม้ว่าต้องบรรลุข้อตกลงในการเจรจาในเดือนธันวาคมนี้
มิเช่นนั้นจะลดตัวเลขลงเหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ถ้าไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง
ออสเตรเลียตกลงจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 25 จากระดับปี 2533
ภายในปี 2563 ด้วยเงื่อนไขมากมายไม่ต่างกับนิวซีแลนด์
- รัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา
กล่าวว่าอเมริกาตั้งเป้าลดปริมาณปล่อยก๊าซในปี 2563
ให้เท่ากับที่ปล่อยปี 2533
โดยสภาผู้แทนราษฎรได้ตกลงเห็นชอบผ่านตัวบทกฎหมายที่ตั้งเป้าสูงกว่าเดิมเล็กน้อย
และกำลังอยู่ในขบวนการพิจารณาของวุฒิสภา
- ญี่ปุ่นได้ประกาศตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 8
ของระดับที่ปล่อยปี 2533 ภายในปี 2563
แต่มีความเป็นไปได้ว่าถ้าพรรคฝ่ายค้านดีพีเจ (Democratic Party of
Japan) ชนะผลการเลือกตั้งทั่วไปวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้
อาจมีการให้เพิ่มตัวเลขเป็น 25 เปอร์เซ็นต์แทน
- ประเทศที่เศรษฐกิจกำลังมาแรงอย่าง จีน อินเดีย บราซิล
เม็กซิโก หรือแอฟริกาใต้ยังไม่ได้ประกาศตัวเลขเป้าหมายที่จะลด
แต่ได้เผยถึงมาตรการต่างๆ ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมาแล้ว
อินเดียและจีนต้องการให้ประเทศอุตสาหกรรมตกลงที่ตัวเลข 40
เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2563
ไม่ใช่ตัวเลขเล็กน้อยที่ประกาศไปก่อนหน้านี้
- นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าอุณหภูมิเฉลี่ยโลกจะต้องไม่เกิน 2
องศาเซลเซียส
ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบโลกร้อนและคงไว้ซึ่งระบบดำรงชีพของดาวเคราะห์โลก
รัฐบาลกว่า 100
ประเทศได้ให้การรับรองอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ให้การปล่อยก๊าซทำให้อุณหภูมิสูงกว่านี้เป็นอันขาด
อย่างไรก็ตาม แค่ 2
องศาก็เพียงพอแล้วที่จะส่งผลทำลายล้างสมดุลของระบบนิเวศ
และทำให้อนาคตของผู้คนกว่า 660 ล้านคนตกอยู่ในอันตราย
- รายงานของ Global Humanitarian Forum
เผยว่าภาวะโลกร้อนได้ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 1.25
แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศกำลังพัฒนาเป็นผู้รับภาระนี้กว่าร้อยละ
90
- ในช่วงเวลา 20 - 30 ปีที่ผ่านมา
ผลผลิตธัญพืชได้ลดลงในหลายพื้นที่ในทวีปเอเชีย
เนื่องจากความรุนแรงของปัญหาการขาดน้ำที่มากขึ้น
ภัยแล้งรุนแรงจากปรากฎการณ์เอล นินโญ่ อากาศที่อุ่นขึ้น และ
ฝนทิ้งช่วง โดยบางส่วนมีสาเหตุจากภาวะโลกร้อน
เกี่ยวกับ tck tck tck
โครงการรณรงค์ tck tck tck
เป็นการรวมตัวขององค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสดงหาผลกำไรด้านต่างๆ เช่น
ศาสนา สหภาพการค้า และบุคคลต่างๆ
ที่เห็นตรงกันว่าช่วงเวลานี้จำต้องเรียกร้องให้รัฐบาลบรรลุข้อตกลงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เพื่อปกป้องโลกจากผลกระทบที่ทำลายความเป็นอยู่และชีวิตมนุษย์
ในขณะที่ผู้นำชาติต่างๆ
เตรียมตัวเจรจาเรื่องนี้ที่โคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคม ทีมงาน tck tck
tck จะเป็นกระบอกเสียงให้ผู้คนที่ได้รับผลกระทบ
เพื่อให้ข้อตกลงนานาชาติชิ้นใหม่นี้จะมีผลชัดเจน เป็นธรรม และ
มีเป้าหมายที่สะท้อนความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ เวลานั้นใกล้หมดแล้ว
คุณสามารถสนับสนุนเราได้โดยการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา
และลงชื่อสนับสนุนข้อตกลงลดภาวะโลกร้อนที่ www.tcktcktck.org
ลดภาวะโลกร้อน ทันที
โปรดลงชื่อในจดหมายถึงประธานาธิบดีโอบามาให้ร่วมประชุมภาวะโลกร้อนที่โคเปนเฮเกน และให้ได้ข้อตกลงภาวะโลกร้อนที่ให้ผลชัดเจน เป็นธรรม และ มีข้อผูกมัดทางกฎหมาย เพื่ออนาคตของโลก มนุษยชาติ และสิ่งแวดล้อม
บริจาค
เพื่อให้กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำงานรณรงค์อันมีพลังผลักดันเช่นนี้ได้ต่อไป เพื่อป้องกันภาวะโลกร้อนที่เกินควบคุม เราไม่รับเงินบริจาคจากภาครัฐและเอกชน แต่พึ่งพาเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ โปรดช่วยเราเท่าที่ทำได้