เคล็ดลับ 3 อันดับต้นของกรีนพีซ สำหรับการจับจ่ายในเทศกาลอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หน้า - มีนาคม 24, 2553
คุณจะซื้ออะไรให้คนในรายชื่อดีที่จะเป็นการเคารพความมุ่งมั่นต่ออนาคตอันเขียวขจีและมีสันติภาพของคุณ และคุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคุณจะไม่กัดกินโลกก้อนหนึ่งในระหว่างที่คุณจับจ่าย นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต่อไปนี้เป็นความคิดง่ายๆ เพื่อให้คุณเริ่มต้น

1) ลองคิดที่จะไม่ซื้ออะไรเลย

เราพูดจริงๆ มีของขวัญที่ไม่ใช้วัสดุมากมายที่คุณสามารถมอบให้คนที่คุณรัก เช่น บริจาคเงินให้กรีนพีซซึ่งเป็นของขวัญอันมีค่า เพราะช่วยสนับสนุนงานรณรงค์ทางการเมืองของกรีนพีซที่มีพลังในการปกป้องโลก หรือคุณอาจมอบของขวัญอันเป็นประสบการณ์ เช่น คอร์สเรียนเต้นรำ ภาษา หรือทำอาหารให้ หรืออาจเป็นบริการ เช่น ออกแบบเว็บไซต์ หรือช่วยทำสวน

2) นึกถึงการผลิตและการกำจัด

ก่อนที่คุณตัดสินใจซื้อสิ่งของสักอย่าง ขอให้คุณถามคำถามต่อไปนี้กับตัวเอง นั่นคือ มันผลิตขึ้นที่ไหน อย่างไร ใครผลิต และภายในสภาพแวดล้อมเช่นไร ใช้วัสดุอะไร บรรจุหีบห่ออย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นกับมันเมื่อหมดอายุการใช้งาน และคุณรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทที่คุณซื้อผลิตภัณฑ์เป็นครั้งแรกบ้าง

เหล่านั้นเป็นคำถามที่ยาก แต่มีบางอย่างที่คุณสามารถเริ่มทำได้ เริ่มแรกให้คุณมองหาตรารับรองที่ได้รับการยอมรับ เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากเขียว (green label/eco-label) และฉลาก FSC (Forest Stewardship Council) สำหรับผลิตภัณฑ์ไม้และกระดาษ ซึ่งเป็นระบบให้การรับรองการตัดไม้ที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมถึงกรีนพีซ ให้เลือกสินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organic) และสินค้าที่มีตรารับรองการค้าโดยชอบธรรม (Fair Trade) ซึ่งรวมถึงกาแฟ ชา ช็อคโกแลต และ ผ้าฝ้าย เมื่อเป็นไปได้ (หมายเหตุ: ตรารับรองการค้าโดยชอบธรรมของผ้าฝ้ายใช้ได้กับตัวผ้าฝ้ายอย่างเดียว ไม่ได้รับรองว่าจะมีการปฏิบัติกับแรงงานโดยชอบธรรมในขั้นตอนท้ายๆ ของการผลิต) และเมื่อคุณซื้อสินค้าที่ใช้พลังงาน รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกและเคริ่องใช้ไฟฟ้า ให้มองหาฉลากเบอร์ 5 ซึ่งแสดงถึงการประหยัดไฟฟ้าสูงสุด

ครั้งต่อไปให้ซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้ผลิต เพราะช่างฝีมือ ชาวนา และ ผู้ผลิต สามารถบอกคุณได้แน่ชัดเลยว่าผลิตภัณฑ์ผลิตขึ้นอย่างไรและใช้วัสดุอะไร นอกจากนี้ให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยกลุ่มสหกรณ์แรงงานหรือสหภาพแรงงาน

3) ซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กระบวนการจับจ่ายซื้อของเป็นทั้งอันตรายและเป็นทั้งโอกาสสำหรับสิ่งแวดล้อม

อันตราย คือ การจับจ่ายอาจกัดกินโลกก้อนหนึ่ง ตัวอย่างเช่น คุณเดินทางไปยังร้านค้าอย่างไร ถ้าคุณขับรถไป ก็เท่ากับคุณปั๊มคาร์บอนไดออกไซต์ขึ้นสู่อากาศ และทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบหมุนเวียนไม่จบสิ้น คุณสามารถเดินได้ไหม นั่งรถโดยสารสาธารณะได้หรือไม่ คุณนั่งรถร่วมกับคนอื่นไปยังร้านนั้นได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะลดกองกระดาษและพลาสติกที่สามารถเพิ่มพูนขึ้นจากการจับจ่ายของคุณ ให้หลีกเลี่ยงหีบห่อที่มากเกินไปโดยมองหาบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลหรือสามารถรีไซเคิลได้ และพกถุงผ้าของคุณไปยังร้านค้า

โอกาส คือ ให้ถามคำถามและพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ค้าปลีกของคุณ กระบวนการถามคำถามเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นการบอกให้บริษัทต่างๆ รับรู้ว่าผู้บริโภคต้องการรู้ว่าวัสดุอะไรที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์นั้นบ้าง และถ้าคุณมีความสัมพันธ์กับธุรกิจหรือคนที่ทำงานในบริษัทนั้นๆ คุณจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณซื้อได้มากขึ้น นอกจากนี้คุณจะมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นด้วย

ไม่ว่าคุณจะซื้อของที่ร้านค้าชื่อดังหรือซื้อที่มุมถนน ให้เรียกร้องสิ่งที่คุณต้องการ บางครั้งคุณอาจจะต้องส่งอีเมลไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อให้ได้คำตอบ ใช้ทีละก้าวต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงหนึ่งครั้ง และให้จำไว้ว่าร้านค้าจะตอบสนองต่อแรงกดดันจากผู้บริโภค

เป็นอาสาสมัคร บริจาค