Skip navigation.

กรุงเทพ, ประเทศไทย — กรีนพีชฯออกโรง เตือนสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ต่อต้านการเคลื่อนไหวของกระทรวงเกษตรฯ ที่พยายามผลักดันอย่างไม่ลืมหูลืมตาให้ยกเลิกมติครม. 3 เมษายน พ.ศ.2544 ที่ห้ามทดลองพืชจีเอ็มโอทุกชนิดในไร่นา กลุ่มนักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมชี้ชัดว่า ประเทศไทยยังคงสิ้นหวังและบอบช้ำอย่างหนักจากปัญหาการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอสู่สิ่งแวดล้อมไทย ผลพวงจากการทำงานที่ด้อยประสิทธิภาพและไร้ความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร

สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องยืนกรานปฎิเสธ ร่างอัปยศของกระทรวงเกษตรฯฉบับนี้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทยให้ปลอดจากพืชจีเอ็มโอ เพราะพืชจีเอ็มโอไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามสุขภาพของประชาชน ความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย เป็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทยหากผลักดันเกษตรกรรมไทยเข้าสู่ทิศทางของเกษตรกรรมจีเอ็มโอซึ่งมีกระแสต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากคนทั่วโลก พืชจีเอ็มโอจะผลักให้ประเทศไทยหลุดออกจากการเป็นผู้นำทางด้านอาหารและสินค้าเกษตรโลก และแน่นอนว่าประเทศไทยจะต้องสูญเสียตลาดส่งออกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะความไม่ไว้วางใจของตลาดโลกต่อการปนเปื้อนพืชจีเอ็มโอในสินค้าเกษตรส่งออก เมื่อใดก็ตามที่เราเปิดโอกาสให้พืชจีเอ็มโอหลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อมแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุมและเรียกสภาพเดิมกลับคืนมา เพราะการอยู่ร่วมกันระหว่างพืชจีเอ็มโอกับพืชปกติไม่มีอยู่จริงในโลก  ณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์พันธุวิศวกรรม กรีนพีชเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว


กรกฎาคม
2547 กรีนพีชพบการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอในสิ่งแวดล้อมไทย และออกมาเปิดโปงสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 3 ส่วนแยกพืชสวน จ.ขอนแก่น หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของกรมวิชาการเกษตร ว่าเป็นต้นตอการปนเปื้อนดังกล่าว โดยการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์มะละกอที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอให้กับเกษตรกรไทยกว่า 2,669 ราย ใน 37 จังหวัดทั่วประเทศ จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลาเกือบ 3 ปีเต็ม กรีนพีชยังคงสุ่มตรวจพบมะละกอจีเอ็มโอดังกล่าวในสิ่งแวดล้อมไทย เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของกระทรวงเกษตรฯ ที่ไม่สามารถบังคับใช้อำนาจของตนในการติดตามเก็บทำลายมะละกอจีเอ็มโอให้หมดไปจากสิ่งแวดล้อม สร้างความอับอายและสิ้นหวังให้กับประชาชนไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน  

 

เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ที่กระทรวงเกษตรฯพยายามผลักดันอย่างไม่ลืมหูลืมตาให้ประเทศไทยตกเป็นทาสของอุตสาหกรรมจีเอ็มโอ และยังเพิกเฉยต่อภาระหน้าที่หลักของกระทรวงในการแก้ปัญหาการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอที่อื้อฉาวในอดีต เราขอย้ำในข้อเรียกร้องของเราต่อรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลจะต้องเข้ามาตรวจสอบการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ อย่างจริงจังและเร่งด่วน พร้อมทั้งนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวมาลงโทษณัฐวิภา อิ้วสกุล เสิรม


จากรายงานของกรีนพีชฯ เมื่อเร็วๆ นี้
[1] พบว่า รัฐบาล เกษตรกร ตลอดจนผู้บริโภคทั่วโลก ยอมรับแล้วว่า พืชจีเอ็มโอ ไม่น่าไว้วางใจ ไม่สามารถอยู่รอดได้ และเป็นภัยคุกคามสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น แถลงการณ์ของบริษัทผู้ค้าข้าวรายใหญ่ของโลก 41 บริษัท รวมตัวกันปฏิเสธการซื้อข้าวที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอ ต่อเนื่องด้วย ประเทศไทยและเวียดนามในฐานะประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกได้ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันทันที ด้วยการลงนามไม่ค้าข้าวจีเอ็มโอ การเคลื่อนไหวดังกล่าว มีขึ้นเพื่อตอบโต้ผู้ที่ละเลยต่อปัญหาการปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอที่เกิดขึ้นกระจายอยู่ทั่วโลกและเป็นภัยคุกคามห่วงโซ่อาหารโลก เช่น สหรัฐอเมริกา จีน สหภาพยุโรป และฟิลิปปินส์

 

กรีนพีชฯ รณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบทหลักการของความยั่งยืน เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลก ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค

   

อ้างอิง

[1] ตลาดข้าวโลกประกาศจุดยืน ไม่เอา จีเอ็มโอ กรีนพีชฯผนึกกำลัง สมาคมผู้ส่งออกข้าวและเกษตรกรย้ำ ประเทศไทยต้องปลอดจีเอ็มโอ http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/