รำลึกเจริญ วัดอักษร

เรื่องราว - มิถุนายน 21, 2550
กรีนพีซร่วมงานรำลึกเจริญ วัดอักษร นักต่อสู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมซึ่งถูกยิงเสียชีวิตในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2547 โดยกลุ่มผู้มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมถ่านหิน

เจริญ วัดอักษร นักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม แห่งบ่อนอก ประจวบคีรีขันธ์

ชุมชนต่อต้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบการจากไปของเจริญ วัดอักษร ผู้นำชุมชน โดยนำรูปหล่อสัมฤทธิ์ไปติดตั้ง ณ บริเวณวัดสี่แยกบ่อนอกในวันที่ 21 มิถุนายน 2550 (ภาพ : กรีนพีซ/ชัยเลนดรา)

ผู้แทนชุมชนนับพันจากทั่วทุกภาค และตัวแทนองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมได้เข้าร่วมงานรำลึกครบรอบ 3 ปี การเสียชีวิตของเจริญ วัดอักษร ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ในงานมีทั้งพิธีสงฆ์ ขบวนแห่ นิทรรศการ และการอภิปรายเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่และอุตสาหกรรมเหล็กในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อแสดงความสมานฉันท์ร่วมกับชุมชนที่ต่อสู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและรำลึกถึงเจริญ วัดอักษร นักต่อสู้เพื่อชุมชน

 

ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกล่าวว่า การจากไปของเจริญ วัดอักษร กระตุ้นเตือนถึงการต่อสู้คัดค้านถ่านหินโดยชุมชนซึ่งขณะนี้ตระหนักเป็นอย่างดีว่าพวกเขานั่นเองที่จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดจากมลพิษและภาวะโลกร้อน โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นตัวการของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นำไปสู่มหันตภัยโลกร้อน นอกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาลที่ปล่อยออกมาจากการเผาไหม้ถ่านหิน การปล่อยสารพิษชนิดต่าง ๆ เช่น ปรอท ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ยังจะเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่

 

ธารากล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น เหตุการณ์สภาพภูมิอากาศที่รุนแรงและฉับพลัน กำลังเป็นมหันตภัยคุกคามโลก มีการคาดการณ์ว่าความอดอยากและการขาดแคลนน้ำในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจะเกิดขึ้นภายใน 20 ปีข้างหน้าอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน แต่เรายังมีโอกาส และยังมีเวลาเพื่อการปฏิวัติพลังงานอันมีหัวใจสำคัญอยู่ที่พลังงานหมุนเวียนและมาตรการประสิทธิภาพทางพลังงาน ซึ่งจะทำให้ระบบพลังงานที่เป็นอยู่ได้เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอยู๋ในระดับที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เป็นหายนะภัยร้ายแรงที่สุด

 

กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลไทย

§        ยุติโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่และยกเลิกการอุดหนุนการพัฒนาเชื้อเพลิงฟอสซิล และพลังงานนิวเคลียร์

§        จัดให้มีการทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากโครงการต่าง ๆ เหล่านี้

§        ออกกฎหมายพลังงานหมุนเวียน และตั้งเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ. 2553

§        ขจัดอุปสรรคในการเร่งรัดพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงาน ส่วนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนต้องดำเนินการควบคู่ไปกับประเด็นความเร่งด่วนของภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นอิสระ และใช้ยุทธศาสตร์การเผชิญหน้าแบบไร้ความรุนแรงเพื่อเปิดโปงปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก และเสนอแนวทางแก้ปัญหาเพื่ออนาคตแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและสิ่งแวดล้อมที่ดี