คุณอยู่ที่ :
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ เอ็มมี่ ฮาร์ฟิลด์ ผู้อำนวยการบริหาร และนายธารา บัวคำศรี นักรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำพิธีเปิดคลินิกโลกร้อนที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
ขยายภาพคลินิกโลกร้อนของกรีนพีซประกอบด้วยแผงเซลแสงอาทิตย์ขนาด 1.6 กิโลวัตต์ติดตั้งไว้บนหลังคา และระบบกังหันลมความเร็วต่ำขนาด 1 กิโลวัตต์ที่ทำในประเทศ ซึ่งจะเป็นแหล่งพลังงานหลักที่นำไปใช้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้เป็นเครื่องคำนวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เครื่องพิมพ์ การจัดแสดงสื่อผสม ระบบไฟส่องสว่าง พัดลมและระบบระบายอากาศ ทั้งนี้ เพื่อสาธิตให้เห็นถึงการใช้ระบบพลังงานหมุนเวียนที่ทำงานแยกเป็นอิสระ
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวระหว่างการเปิดตัวคลินิกโลกร้อนของกรีนพีซว่า “เมืองใหญ่ทั่วโลกใช้พลังงานราวร้อยละ 75 ของโลก และปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกมาราวร้อยละ 80 ซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรุงเทพฯ ของเราก็เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ย ฝนไม่ตกตามฤดูกาล และการปะทะของคลื่นสูงตามแนวชายฝั่งทะเล กรุงเทพมหานครได้จัดทำแผนปฏิบัติว่าด้วยการลดปัญหาภาวะโลกร้อนขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกลงร้อยละ 15 ภายในปี พ.ศ. 2555 และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดคลินิกโลกร้อนซึ่งเป็นกิจกรรมดี ๆ ของกรีนพีซที่ช่วยสนับสนุนแผนปฏิบัติการของกรุงเทพมหานคร”
ในเดือนพฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ อภิรักษ์ ได้ร่วมกับผู้บริหารเมืองใหญ่ทั่วโลกอีก 14 เมืองในการประชุมสุดยอดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงนิวยอร์ค เมืองใหญ่ต่าง ๆ ได้แก่ เบอร์ลิน ชิคาโก ฮุสตัน โจฮันเนสเบอร์ก การาจี ลอนดอน เมลเบอร์น นิวยอร์ค เม็กซิโกซิตี้ โรม ซานเปาโล โซล โตเกียวและโตรอนโต ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ร่วมตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยแก๊สเรือนกระจกลง
เอ็มมี่ ฮาฟิลด์ กล่าวสรุปว่า “ในขณะที่เมืองต่าง ๆ และคนแต่ละคนได้ลงมือทำเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน เราคาดหวังรัฐบาลให้ลงมือทำมากขึ้นกว่านี้ การปฏิบัติของคนแต่ละคนที่มีความประสงค์จะร่วมแก้ไขปัญหานั้นควรจะสอดคล้องไปกับระเบียบวาระของรัฐบาลที่มีลักษณะก้าวหน้าในการพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนและสร้างกลไกเชิงสถาบันในเรื่องประสิทธิภาพพลังงาน แต่หากพยายามที่จะผลักดันพลังงานถ่านหินและนิวเคลียร์ ก็หมายถึงรัฐบาลกำลังล้มเหลวที่จะปฏิบัติการต่อประเด็นท้าทายในช่วงเวลานี้”