พบสารดื้อยาเตตราซัยคลินในมะละกอจีเอ็มโอไทย

เรื่องราว - มิถุนายน 30, 2548
30 มิถุนายน 2548 – วันนี้ กรีนพีซและสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคเผยผลตรวจจากห้องปฏิบัติการพบเมล็ดพันธุ์มะละกอจีเอ็มโอของกรมวิชาการเกษตรมีสารดื้อยาปฏิชีวนะเตตราซัยคลินเหมือนมะละกอฮาวาย ชี้ตามมาตรฐานโคเด็กซ์ไม่แนะนำให้ใช้สารต้านยาปฎิชีวนะที่ใช้ในวงการแพทย์และการรักษาสัตว์ในอาหาร เพราะอาจทำให้ดื้อยา สหภาพยุโรปขานรับไม่อนุญาตให้อาหารจีเอ็มโอที่มีสารดื้อยาปฏิชีวนะวางจำหน่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2548 กรีนพีซย้ำ มะละกอจีเอ็มโอของกรมวิชาการเกษตรยังสรุปไม่ได้ว่าปลอดภัยเพียงปากเปล่า ต้องเปิดเผยข้อมูลการประเมินความเสี่ยงให้สังคมและนักวิทยาศาสตร์อิสระตรวจสอบโดยด่วน

Patwajee Srisuwan, campigner of Greenpeace, shows the picture of seeds sold by the DOA’s research station in Khon Kaen which tested positive for tetracycline resistance. Tetracycline is a broad-spectrum antibiotic used to treat infections.(Greenpeace/Sataporn Thongma)

ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถลงข่าวเปิดเผยผลตรวจจากห้องปฏิบัติยีนสแกนของเมล็ดพันธุ์มะละกอแขกดำท่าพระที่กรีนพีซซื้อจากสถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่นเมื่อกรกฎาคม 2547 พบสารต้านทานยาเตตราซัยคลิน โดยกล่าวว่า ยาเตตราซัยคลินเป็นยาปฎิชีวนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ทั่วโลก โดยใช้เป็นยาแก้อักเสบ และรวมทั้งใช้ในการเลี้ยงสัตว์และรักษาสัตว์ ซึ่งการกินอาหารที่มียีนดื้อยาปฏิชีวนะอาจก่อให้เกิดการดื้อยาปฏิชีวนะชนิดนั้นได้

                                                                          

ตามมาตรฐานโคเด็กซ์ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) และ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เรื่อง การใช้สารต้านทานยาปฏิชีวนะเป็นยีนเครื่องหมาย (1) ระบุว่า ไม่ควรมียีนเครื่องหมายที่มีสารต้านยาปฎิชีวนะที่ใช้ในวงการแพทย์และรักษาสัตว์อยู่ในอาหาร (2) นอกจากนี้ตามคำสั่งอย่างเป็นทางการเลขที่ 2001/18/EC ของสหภาพยุโรป ยังกำหนดให้ต้องเลิกใช้ยีนต้านทานยาปฎิชีวนะในการผลิตจีเอ็มโอภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมา (3) ส่วนคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์ ขององค์กรความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรป (European Food Safety Authority) ซึ่งจัดแบ่งยีนเครื่องหมายของสารต้านทานยาปฏิชีวนะที่ใช้ในพืชจีเอ็มโอออกเป็น 3 ประเภทตามความสำคัญในการใช้ทางการแพทย์ ได้กำหนดให้สารดื้อยาเตตราซัยคลินอยู่ในประเภทที่ 3 กล่าวคือ หลีกเลี่ยงการใช้ในพืชจีเอ็มโอ เพื่อให้การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมีมาตรฐานสูงสุด โดยต้องไม่มีอยู่ในพืชจีเอ็มโอทั้งระดับการทดลองในภาคสนาม และในท้องตลาด (4)

 

ภัสน์วจี กล่าวว่า การปล่อยให้มะละกอจีเอ็มโอซึ่งมีสารดื้อยาปฏิชีวนะที่ใช้แพร่หลายในวงการแพทย์หลุดรอดไปในธรรมชาติ จะก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพ และอาจส่งผลกระทบเป็นมุมกว้างต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะละกอของประเทศไทย ดังเช่นกรณีบริษัทซินเจนต้าได้ผสมข้าวโพดจีเอ็มโอบีที10 ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสหภาพยุโรป เข้ากับข้าวโพดบีที 11 ซึ่งเป็นข้าวโพดจีเอ็มโอที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในสหภาพยุโรปได้ โดยขณะนี้ สหภาพยุโรปได้ระงับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด รวมทั้งกำหนดมาตรการเตือนภัยเร่งด่วนภายในประเทศสมาชิก และมาตรการตรวจสอบพืชนำเข้าอย่างเข้มงวด ซึ่งหากมีการตรวจพบมะละกอจีเอ็มโอไทยซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าในสหภาพยุโรปอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะละกอ เช่น ฟรุตสลัดได้

 

นางสาวสายรุ้ง ทองปลอน ผู้จัดการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค(สอบ.)กล่าวว่า การตรวจพบสารดื้อยาเตตราซัยคลินในครั้งนี้ แสดงให้เห็น

 

 

ว่า การที่มะละกอจีเอ็มโอมีสารดื้อยาเตตราซัยคลินขัดกับมาตรฐานสากล ทำให้ผู้บริโภคตกอยู่ในความเสี่ยงต้องบริโภคมะละกอจีเอ็มโอโดยไม่รู้ตัว และไม่รู้ข้อมูลใดใด ซึ่งเป็นการคุกคามสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และสิทธิที่จะปฎิเสธพืชและอาหารจีเอ็มโอ

 

กรีนพีซและสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคเรียกร้องให้กรมวิชาการเกษตรเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับการวิจัยทดลอง และการประเมินความเสี่ยงของมะละกอจีเอ็มโอ และเร่งกำจัดมะละกอจีเอ็มโอผิดกฎหมายที่ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งอาหารให้หมด เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยที่แท้จริงให้กับผู้บริโภค

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร. 01 381 5367 สายรุ้ง ทองปลอน ผู้จัดการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค โทร. 09 927 1268 เอื้อพันธ์ ชำนาญเอื้อ เจ้าหน้าที่ประสานงานสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร. 01 928 2426