เครือข่ายพันธมิตรต้านจีเอ็มโอผนึกกำลังหยุดเนสท์เล่

ปิดหูปิดตาผู้บริโภคคนไทย ขายอาหารจีเอ็มโอ

เรื่องราว - มีนาคม 14, 2546
กรุงเทพ, 14 มีนาคม 2546 –- เครือข่ายพันธมิตรต้านจีเอ็มโอ ซึ่งประกอบด้วย สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน ไบโอไท และกรีนพีชเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกันเรียกร้องต่อบริษัท เนสท์เล่เนื่องในวันสิทธิผู้บริโภคสากลในวันที่ 15 มี.ค. ให้หยุดใช้จีเอ็มโอผลิตอาหารป้อนคนไทยและเลิกใช้มาตรฐานต่างระดับ พร้อมรับฟังเสียงของผู้บริโภคคนไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้จีเอ็มโอ เพราะเกรงความเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยและการคุกคามต่อห่วงโซ่อาหาร

เนื่องในวันที่ 15 มีนาคมของทุกปีเป็นวันสิทธิผู้บริโภคสากล โดยใน ปี 2546 นี้ได้มีการกำหนดประเด็นรณรงค์เกี่ยวกับสถานการณ์ การควบคุมห่วงโซ่อาหารของบรรษัทข้ามชาติด้วยจีเอ็มโอ (Corporate control of the food chain : the GM link) ดังนั้นเครือข่ายพันธมิตรต้านจีเอ็มโอจึงได้ร่วมกันรณรงค์ต่อบริษัทเนสท์เล่ ประเทศไทย เพื่อคัดค้านการผลิตและขายอาหารจีเอ็มโอให้ผู้บริโภคชาวไทย

เครือข่ายพันธมิตรต้านจีเอ็มโอขอคัดค้านและประณามนโยบายการเลือกปฏิบัติของบริษัทเนสท์เล่ในการผลิตและจำหน่ายอาหารจีเอ็มโอให้คนไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก โดยอาศัยเงื่อนไขช่องว่างในการรับรู้ ความสามารถและศักยภาพในการต่อรองเพื่อปกป้องตัวเองของแต่ละประเทศ

ข้อเรียกร้องของเครือข่ายพันธมิตรต้านจีเอ็มโอต่อบริษัทเนสท์เล่ครั้งนี้คือ

1. หยุดขายอาหารจีเอ็มโอให้กับคนไทย

2. หยุดใช้เด็กไทยเป็นหนูทดลองอาหารจีเอ็มโอ

3. หยุดใช้มาตรฐานต่างระดับและการปฏิบัติต่อคนไทยเหมือนพลเมืองชั้นสอง

4. หยุดบทบาทการเป็นแนวร่วมสนับสนุนบรรษัทข้ามชาติที่จะเข้ามาควบคุมห่วงโซ่อาหารด้วยจีเอ็มโอ

นางสาวสายรุ้ง ทองปลอน ผู้จัดการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวถึงการเรียกร้องต่อบริษัท เนสท์เล่ในวันนี้ว่า ในโอกาสวันผู้บริโภคสากล ซึ่งในปีนี้มีประเด็นการรณรงค์ร่วมกันคือ "การควบคุมห่วงโซ่อาหารของบรรษัทข้ามชาติด้วยจีเอ็มโอ" นั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้บริโภคทั่วโลกต้องร่วมกับจับตามองและตรวจสอบการเข้ามาควบคุมห่วงโซ่อาหารของโลกโดยใช้กรรมวิธีการดัดแปลงพันธุกรรมของเหล่าบรรดาบรรษัทข้ามชาติ และบรรษัทข้ามชาติแนวร่วมที่เป็นผู้ผลิตและขายอาหารที่มีจีเอ็มโอ

"บริษัทเนสท์เล่เป็นบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่เข้ามาลงทุนผลิตและค้าขายผลิตภัณฑ์อาหารมากมายหลายชนิดให้คนไทยบริโภค โดยได้ผลกำไรปีละจำนวนมากมาย ภายใต้ความเชื่อถือจากคำโฆษณาของบริษัทฯ ที่ชักจูงทำให้ผู้บริโภคไทยเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์อาหารของเนสท์เล่เป็นของดี มีคุณภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค แต่เนสท์เล่ในประเทศไทยได้แสดงจุดยืนในนโยบายของตนอย่างชัดเจนเมื่อปี 2544 ว่าได้ผลิตและจำหน่ายอาหารที่มีจีเอ็มโอ ให้คนไทยบริโภคมาโดยตลอดและจะมีนโยบายเช่นนี้ต่อไป ซึ่งแตกต่างจากการผลิตและจำหน่ายอาหารให้กับคนในประเทศยุโรปที่ไม่มีจีเอ็มโอ ด้วยข้ออ้างที่ว่าผู้บริโภคไทยไม่ได้ลุกขึ้นมายืนยันว่าไม่ต้องการบริโภคอาหารที่ปราศจากจีเอ็มโอ ในขณะที่ผู้บริโภคในหลายประเทศของยุโรปลุกขึ้นมาบอกว่าไม่ต้องการบริโภคจีเอ็มโอ จุดยืนดังกล่าวของเนสท์เล่แสดงถึงการเลือกปฎิบัติในการผลิตและจำหน่ายอาหารให้คนในแต่ประเทศทั่วโลกที่ซื้อสินค้าของเนสท์เล่ และแสดงถึงความไม่จริงใจต่อผู้บริโภคไทยอย่างชัดเจน" ตัวแทนสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคกล่าว

นางสาววรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านวิศวพันธุกรรม กรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ที่จำหน่ายให้กับคนไทยของกลุ่มกรีนพีซมาตั้งแต่ปี 2544 พบว่าสินค้าของเนสท์เล่มีการใช้วัตถุดิบจีเอ็มโอมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้นเนสท์เล่ในประเทศไทยยังไม่มีนโยบายในการหลีกเลี่ยงและยกเลิกการใช้วัตถุดิบจีเอ็มโอ กรีนพีซจึงรณรงค์เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของสิทธิในการรับรู้และหลีกเลี่ยงจากจีเอ็มโอ

"ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมากรีนพซได้ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ของจีเอ็มโอที่ตั้งอยู่บนความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค และผลกระทบในระยะยาวของสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ว่าจะเป็นเสียงของผู้บริโภคหรือข้อมูลต่างๆ ที่กรีนพีซนำเสนอ ถูกปฏิเสธจากเนสท์เล่มาโดยตลอด เราหวังว่าเนสท์เล่จะหยุดใช้จีเอ็มโอและให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง" นางสาววรุณวารกล่าว

นายไกรศักดิ์ ศรีพนม ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค จ. สุรินทร์ หนึ่งในสมาชิกองค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า ขอยื่นเวลาให้กับบริษัท เนสท์เล่ ประเทศไทยให้เลิกผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารจีเอ็มโอภายในวันที่ 30 เมษายน ซึ่งถือเป็นวันสิทธิผู้บริโภคไทย หากทางบริษัทฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคจะรณรงค์เพื่อให้มีการหยุดซื้อสินค้าของเนสท์เล่ พร้อมกับจะรวมพลังกับชาวบ้านในพื้นที่เดินทางมาเรียกร้องกับเนสท์เล่อีกครั้งในวันดังกล่าว

เครือข่ายต้านจีเอ็มโอยังได้เชิญชวนให้คนไทยทุกคนปฏิเสธผลิตภัณฑ์ที่ใช้จีเอ็มโอเป็นส่วนประกอบ และร่วมกันดูแลความหลากหลายของพันธุ์พืชและเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่อย่างมากมายในประเทศไทยและทุกประเทศในโลกให้ปลอดจากการคุกคามของจีเอ็มโอ และเพื่อให้ห่วงโซ่อาหารของมนุษยชาติมีความมั่นคงตลอดไป