เอชพี ขึ้นแท่นสุดยอดคอมพิวเตอร์ปนเปื้อนสารพิษ

เรื่องราว - กันยายน 18, 2549
วันนี้ อาสาสมัครกรีนพีซประท้วงการใช้สารเคมีเป็นพิษในกระบวนการผลิตของบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ “ฮิวเลตต์ แพคการ์ด” หรือเอชพี รายงานเรื่อง 'Toxic Chemicals in Computers Exposed' ของกรีนพีซ (1) ระบุผลการทดสอบชี้ชัดคอมพิวเตอร์เอชพีมีสารเคมีเป็นพิษสูงที่สุดหลายชนิด เมื่อเทียบกับอีก 4 ยี่ห้อที่ทดสอบ โดยเฉพาะสารเคมีกลุ่ม PBDEs (ประเภทหนึ่งของสารทนไฟโบรมีนหรือ BFRs) รวมทั้งสาร decaBDE ในปริมาณสูงที่สุด และสูงกว่ายี่ห้ออื่นมาก อีกทั้งยังพบตะกั่วสำหรับบัดกรีในคอมพิวเตอร์เอชพีด้วย

อาสาสมัครกรีนพีซถือป้ายแสดงผลตรวจพบการใช้สารเคมีเป็นพิษในกระบวนการผลิตของบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ “ฮิวเลตต์ แพคการ์ด” หรือเอชพี หน้าสำนักงานเอชพี ในประเทศไทย

อาสาสมัครกรีนพีซถือป้ายแสดงผลตรวจพบการใช้สารเคมีเป็นพิษในกระบวนการผลิตของบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ “ฮิวเลตต์ แพคการ์ด” หรือเอชพี

สารเคมีจำนวนมากที่ตรวจพบในคอมพิวเตอร์พกพาหลายยี่ห้อ ซึ่งรวมทั้งสารตะกั่ว และ BFRs เป็นอันตรายต่อชีวิต และตกค้างยาวนานในสิ่งแวดล้อม อีกทั้งสาร PVC ที่ตรวจพบยังก่อให้เกิดปัญหาต่อการจัดการขยะเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นแหล่งสารคลอรีนซึ่งยึดติดกับสารอินทรีย์ในขยะทั่วไป (2)

ดร.เควิน บริกเดน จากศูนย์ปฎิบัติการวิจัยของกรีนพีซ หนึ่งในคณะผู้ตรวจสอบตัวอย่างสารพิษในคอมพิวเตอร์ และรวบรวมข้อมูลให้กับรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า ระหว่างกระบวนการตรวจสอบเพื่อหาสารพิษในคอมพิวเตอร์ได้พบความจริงประการหนึ่งคือ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทแม็ค (Mac) หรือพีซี หากมองข้ามดีไซน์ทันสมัยของคอมพิวเตอร์เหล่านี้ จะพบว่าคอมพิวเตอร์ทุกยี่ห้อต่างมีส่วนประกอบของสารเคมีเป็นพิษ

 

 

นอกจากนี้ ข้อความบนเว็บไซต์ของเอชพีมีที่ระบุว่าเอชพีได้เลิกใช้สาร decaBDE หลายปีมาแล้ว พบว่าเป็นเพียงการโกหกเท่านั้น เนื่องจากผลทดสอบของกรีนพีซแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสารเคมีชนิดนี้ยังปรากกฎอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเอชพี (3) การโกหกครั้งนี้ทำให้เอชพีถูกลดอันดับใน การจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดอันดับบริษัทคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือตามนโยบายด้านสารเคมีและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งการปฏิบัติจริง เอชพีเคยอยู่อันดับสามแต่ปัจจุบันหล่นมาอยู่อันดับหก และได้คะแนน 4.7 จากคะแนนเต็ม 10 ซึ่งต่ำกว่าจากเดิมที่เคยได้ 5.7 เมื่อเดือนที่แล้ว (4)

กิตติคุณ กิตติอร่าม ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เป็นที่น่าเป็นห่วงว่า แทนที่บริษัทชั้นนำด้านคอมพิวเตอร์จะเดินหน้าในการรักษาสิ่งแวดล้อมโดยการเลิกสารเคมีเป็นพิษในผลิตภัณฑ์ แต่กลับปฏิบัติในทางตรงกันข้าม เอชพีถือว่าสอบตกและล้มเหลวในการจะเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อม

 

ขณะนี้ยังไม่มีบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใดเลย ที่มีระบบรับคืนสินค้าระดับโลก (ในทุกประเทศที่มีผลิตภัณฑ์วางขาย) จากผู้บริโภคเมื่อไม่ใช้แล้ว ความเสี่ยงในการแพร่กระจายสารเคมีเป็นพิษจากผลิตภัณฑ์ที่กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ จึงตกอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นแหล่งรองรับขยะพิษเหล่านี้

กรีนพีซเรียกร้องให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอายุการใช้งานนานขึ้น และง่ายต่อการรีไซเคิล ทั้งยังต้องยกเลิกการใช้สารเคมีเป็นพิษในกระบวนการผลิต ทั้งสารทนไฟโบรมีน และพลาสติกพีวีซี ปัจจุบันยังไม่มีบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ใดที่มีผลิตภัณฑ์ปลอดจากสารเคมีเป็นพิษเหล่านี้ทั้งหมด

 

 
หมายเหตุ

(1) กรีนพีซได้ซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 รุ่นจาก 5 ยี่ห้อยอดนิยม (Acer, Apple, Dell, HP และ Sony) ในเดือนมีนาคม 2549 และตรวจสอบหาการปรากฏของสารอันตรายในวัสดุทั้งภายในและภายนอก  ซึ่งการวิเคราะห์จัดทำโดยหน่วยทดลองทางวิทยาศาสตร์อิสระแห่งหนึ่งในประเทศเดนมาร์ก รายงานของกรีนพีซ ‘Toxic chemicals in computers exposedสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ click

(2) ตะกั่ว: ตะกั่วเป็นอันตรายต่อมนุษย์มาก เช่นเดียวกับต่อสัตว์และต้นไม้  ตะกั่วสามารถสะสมในร่างกายได้จากการสัมผัสหลายครั้ง และมีผลกระทบอย่างที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ต่อระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อระบบประสาทที่กำลังพัฒนาในเด็ก  ตะกั่วเป็นหนึ่งในสารเคมีที่ถูกจำกัดการใช้ภายใต้ระเบียบ RoHSของสหภาพยุโรป

สารทนไฟโบรมีน (BFRs): สารทนไฟโบรมีนที่ใช้ในแผ่นวงจรและในเคสพลาสติก ไม่สามารถสลายตัวได้ง่ายเพราะฉะนั้นจึงสะสมในสิ่งแวดล้อม การสัมผัส BFRs บางชนิดเป็นเวลานาน (สารในกลุ่ม PBDEs บางชนิด) เคยพบว่าเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทางสมองที่ผิดปกติในสัตว์ และเป็นไปได้ว่าส่งผลต่อความทรงจำในระยะยาว การเรียนรู้และพฤติกรรม  สาร BFRs บางชนิดแทรกแซงระบบการทำงานของระบบฮอร์โมนไทรอยด์และเอสโตรเจน

การปรากฏของสาร PBDE และ TBBPA หรือสารเคมีอื่นที่มีโบรมีนเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถก่อให้เกิดสารไดออกซินโบรมีนและฟิวแรนเมื่อขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ถูกนำไปหลอม เผาในโรงเผาขยะหรือเผาในที่โล่ง  สารไดออกซินโบรมีนและฟิวแรนอาจมีความเป็นพิษเทียบเท่ากับสารไดออกซินคลอรีนและฟิวแรน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในสารเคมีที่อันตรายที่สุดแม้ในความเข้มข้นเพียงเล็กน้อยก็ตาม

(3) เอชพีได้ระบุในเวบไซต์ว่าได้เลิกใช้ decaBDE ไปแล้ว: click

 

(4) การจัดอันดับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์  เป็นการจัดอันดับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ชั้นนำตามนโยบายระดับโลกและการปฏิบัติในการเลิกใช้สารเคมีอันตราย และตามความรับผิดชอบต่อสินค้าของตนเมื่อผู้บริโภคไม่ต้องการแล้ว  บริษัทต่างๆ ถูกจัดอันดับตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น  ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับเอชพีและการจัดอันดับปรับปรุงใหม่สามารถดูได้ที่นี่ click

ร่วมบริจาค

ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยบริจาค ที่นี่

หมวด