คำชี้แจงของกรีนพีซสากลต่อข้อกล่าวหาของหน่วยงานรัสเซีย

เรื่องราว - กันยายน 23, 2556
เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา เรืออาร์กติก ซันไรส์ ของกรีนพีซได้ประท้วงอย่างสันติที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน Prirazlomnaya ของก๊าซพรอม เพื่อหยุดยั้งการขุดเจาะน้ำมันที่บริเวณน่านน้ำอาร์กติกเป็นครั้งแรกของโลก

หน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งของรัสเซียได้ดำเนินการอย่างแข็งกร้าว หลังจากที่ยิงขู่เตือน พร้อมกับควบคุมตัวนักกิจกรรมทั้งสองคนไว้โดยใช้อาวุธ วันต่อมาหน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งของรัสเซียได้บุกขึ้นยึดเรืออาร์กติก ซันไรส์ และได้ควบคุมตัวลูกเรือทุกคนไว้ด้วยอาวุธปืน จากนั้นเรือจึงถูกลากเข้าไปยังท่าเรือมูร์มันสก์ ซึ่งขณะนั้นลูกเรืออาร์กติก ซันไรส์ได้ถูกจับกุมไว้โดยไม่มีข้อหาใดๆ

ขณะนี้ นักกิจกรรมกรีนพีซสากล 28 คน พร้อมกับช่างวิดีโอและช่างภาพอิสระ ถูกตั้งข้อหา “การกระทำอันเป็นโจรสลัด” ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี

สามารถดูรายละเอียดของลำดับเหตุการณ์ได้ที่นี่

ที่ผ่านมากรีนพีซสากล พร้อมกับนักกิจกรรมที่ทำการประท้วงอย่างสันติที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน Prorazlomnaya ได้รับข้อกล่าวหามากมาย โดยคำชี้แจงนี้จะเป็นคำตอบถึงข้อเท็จจริงต่อข้อกล่าวหาต่างๆ และข้อมูลเพิ่มเติม

กรณีข้อหา “ทำตัวเป็นอันธพาล”

คณะกรรมาธิการสืบสวนสอบสวนของรัสเซีย จะตั้งข้อกล่าวหากับนักกิจกรรมอาร์กติกทั้ง 30 คน  ว่า “ทำตัวเป็นอันธพาล” เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่นักกิจกรรมอาร์กติกยังไม่ได้รับข้อหานี้อย่างเป็นทางการทั้งหมด 30 คน

ตามประมวลกฏหมายอาญาของรัสเซีย การทำตัวเป็นอันธพาลนั้นถือเป็นความผิดทางอาญาที่มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี

การทำตัวเป็นอันธพาลตามกฏหมายของรัสเซีย มีคำจัดกัดความว่า “การละเมิดอย่างรุนแรงต่อกฏเกณฑ์สาธารณะที่เป็นการหมิ่นประมาทต่อสังคม ตามด้วยการใช้ความรุนแรงต่อบุคคลอื่น หรือมีแนวโน้มที่จะทำอันตรายต่อผู้อื่น หรือเป็นการทำลายหรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น” ระบุไว้อย่างชัดเจนภายใต้มาตรา 213 วรรค 2 

จากคำนิยามนี้ ข้อหาการทำตัวเป็นอันธพาลจึงไม่สามารถนำมาใช้ในกรณีการประท้วงอย่างสันติดของกรีนพีซสากลได้ นักกิจกรรมไม่ได้มีเจตนาร้าย และใช้เพียงสันติวิธีในการพยายามปีนขึ้นแท่นขุดเจาะน้ำมันเพื่อแขวนป้ายผ้า และข้อหานี้เป็นข้อกล่าวหาที่ไร้มูลความจริงเช่นเดียวกันกับกรณีข้อหาโจรสลัด

นอกจากนี้ ข้อหาอันธพาลนั้นจะสามารถนำมาดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุขึ้นในเขตแดนรัสเซีย แต่เรืออาร์กติก ซันไรส์นั้นอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone) ซึ่งมิใช่เขตน่านน้ำรัสเซีย กฎหมายสากลได้ระบุไว้ว่าไม่ว่าประเทศใดก็ตามไม่มีสิทธิในการควบคุมเรือหรือบุคคลในน่านน้ำสากลด้วยข้อหาการทำตัวเป็นอันธพาล ดังนั้น ข้อหานี้จึงถือเป็นการละเมิดของคณะกรรมาธิการสืบสวนสอบสวนของรัสเซียต่อนักกิจกรรมอาร์กติก 30 คน

วลาดิเมียร์ ชูพรอฟ จากกรีนพีซรัสเซีย กล่าวว่า

“เราจะยืนหยัดไม่ยอมรับข้อหาการทำตัวเป็นอันธพาล เช่นเดียวกับการที่ถูกกล่าวหาการกระทำอันเป็นโจรสลัด ทั้งสองข้อกล่าวหานี้เป็นข้อหาที่ไร้สาระ และไร้มูลความจริง ที่มาพร้อมกับโทษจำคุกถึง 7 ปี การได้รับข้อหานี้เป็นการดูหมิ่นพื้นฐานของการประท้วงอย่างสันติ ชายและหญิงผู้กล้าหาญเหล่านี้เดินทางไปยังอาร์กติกโดยมีเพียงแค่ความปรารถนาที่จะเป็นประจักษ์พยานและเผยแพร่ให้โลกได้รับรู้ถึงธุรกิจน้ำมันที่ไร้ความรับผิดชอบ นักกิจกรรมกลุ่มนี้ควรจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัว ไม่ใช่ถูกคุมขังในเรือนจำของมูร์มันสก์

กรณีข้อหา “โจรสลัด”

คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของรัสเซียได้ตั้งข้อหาต่อนักกิจกรรมอาร์กติกทั้ง 30 คน จากเรืออาร์กติก ซันไรส์ ว่า “การกระทำอันเป็นโจรสลัด” ซึ่งกระทำการโดยกลุ่มคนที่ได้วางแผนการไว้แล้ว ถือเป็นโทษทางอาญาที่ร้ายแรง โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี มีผู้เชี่ยวชาญทางกฏหมายของทั้งรัสเซียและสากลได้ออกมาคัดค้านข้อกล่าวหานี้ต่อการประท้วงอย่างสันติของกรีนพีซสากล สามารถอ่านความคิดเห็นได้ที่นี่ 

ในประมวลกฏหมายอาญาของรัสเซีย กรณีโจรสลัดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเป็นการกระทำกับเรือ ไม่ใช่บนแท่นขุดเจาะน้ำมันดังเช่นที่ Prirazlomnaya ของบริษัทก๊าซพรอม และถือเป็นความผิดต่อเมื่อดำเนินการด้วยความรุนแรง หรือเป็นการข่มขู่เพื่อยึดทรัพย์สิน ไม่ใช่การประท้วงอย่างสันติ ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนใน มาตรา 227

ในทางเดียวกัน กฏหมายสากลข้อหาโจรสลัดได้ระบุความหมายไว้ว่า ถือเป็นความผิดต่อเมื่อมีการดำเนินการด้วยความรุนแรงกับเรือหรือเครื่องบินส่วนบุคคล ไม่ใช่การประท้วงอย่างสันติบนแท่นขุดเจาะน้ำมันเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม อ่านเพิ่มเติมที่ มาตรา 101 ของ  อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฏหมายทะเล การอ้างอิงถึงข้อหาโจรสลัดอาจเป็นการตัดสินจากการขึ้นเรือนอกอาณาเขตน่านน้ำ โดยกรณีโจรสลัดนั้นเป็นความผิดหนึ่งในข้อหาไม่กี่กรณีสำหรับการลักลอบขึ้นเรือ

คูมิ ไนดู ผู้อำนวยการบริหารกรีนพีซสากล  กล่าวว่า:

“เราทำกิจกรรมการรณรงค์อย่างสันติเมื่อรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกนั้นล้มเหลวในการดำเนินการกับสัญญาณเตือนทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอาร์กติกและทั่วโลก”

“การที่นักกิจกรรมผู้รณรงค์ด้วยสันตินั้นโดนตัดสินด้วยข้อหาโจรสลัดไม่ว่าเป็นกรณีใดก็ตามไม่สามารถเอาผิดได้จริงตามกฏหมายสากล เราจะไม่ยอมนิ่งเฉย หรือยอมรับข้อหาที่ปราศจากข้อเท็จจริง และเราต้องการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมทุกคนโดยเร่งด่วน”

กรณีเรือยางของกรีนพีซ “ทำอันตราย” เรือของเจ้าหน้าที่ชายฝั่งรัสเซีย

คำแถลงการณ์จากหน่วยงานของรัสเซียระบุว่า “เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังหาตัวผู้ทำอันตรายเรือของเจ้าหน้าที่ชายฝั่งรัสเซีย และกีดขวางเจ้าหน้าที่ชายฝั่งรัสเซียจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยการกระทำเหล่านี้มุ่งหมายทำอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน”

กรีนพีซสากลมีประวัติการใช้สันติวิธีในการประท้วงบนท้องทะเลมายาวนานกว่า 40 ปี และเราได้ยึดถือการปฏิบัตินี้อย่างหนักแน่น ภาพวิดีโอของคณะกรรมาธิการสืบสวนสอบสวนของรัสเซีย (ชมได้ที่นี่) แสดงอย่างชัดเจนว่าเรือยางของกรีนพีซไม่ได้ทำอันตรายใดๆ ต่อเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ชายฝั่งรัสเซีย มีจุดหนึ่งที่เรือของกรีนพีซสัมผัสด้านข้างของเรือเจ้าหน้าที่ด้วยความเร็วต่ำก่อนที่จะหมุนตัว 180 องศา การกล่าวหาว่าการเผชิญหน้ากันนี้เป็นภัยถึงชีวิตของเจ้าหน้าที่ชายฝั่งรัสเซียนั้นไม่มีมูลความจริง กรีนพีซเห็นว่านี่เป็นความพยายามในการเบี่ยงเบนความสนใจของการรณรงค์ปกป้องอาร์กติกที่กำลังตื่นตัวอย่างมากในรัสเซียและทั่วโลก รวมถึงการเรียกร้องเพื่ออิสรภาพของนักกิจกรรมอาร์กติก 30 คน

อ่านคำตอบโต้กรณีการทำอันตรายเรือของเจ้าหน้าที่ได้ที่นี่

กรณี “สารเสพติด”

คำแถลงการณ์จากคณะกรรมาธิการสืบสวนสอบสวนของรัสเซีย ระบุว่า “ระหว่างการตรวจสอบเรือ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบสารเสพติดที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วง (คาดว่าเป็นฝิ่นและมอร์ฟีน)”

กรีนพีซได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างสิ้นเชิง และไม่มีสารเสพติดผิดกฏหมายใดๆ บนเรืออาร์กติก ซันไรส์ โดยบนเรือมีแพทย์ประจำเรือที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปีในโรงพยาบาลของรัสเซีย ส่วนยารักษาโรคบางชนิดที่ต้องมีประจำเรือไว้ภายใต้กฏหมายพาณิชยนาวีได้ถูกจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัยซึ่งมีเพียงแค่กัปตันและแพทย์เท่านั้นที่สามารถนำมาใช้ได้ เราต่างรู้ดีว่าระบบรักษาความปลอดภัยนั้นได้ถูกเจ้าหน้าที่รัสเซียทำลายระหว่างการตรวจค้นเรือ เราเพียงได้แต่หวังว่าสิ่งที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของรัสเซียกล่าวถึงนั้นคือยาประเภทดังกล่าว

อ่านแถลงข่าวกรณีการตรวจพบสารเสพติดได้ที่นี่ 

กรณีที่รัสเซียอ้างว่าเรือของกรีนพีซถูก "ควบคุม" ไม่ใช่ถูก "จับกุม"

ยังไม่มีคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่รัสเซียว่าเรือของกรีนพีซและลูกเรือได้ถูกจับกุมอย่างเป็นทางการหรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้นด้วยข้อหาทางกฏหมายใด เจ้าหน้าที่ทางการได้ตั้งข้อสังเกตที่ขัดแย้งกันกับนักข่าวในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป

ที่แน่นอนคือ เรือสัญชาติอื่นมีสิทธิในการเดินเรือในบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone) ได้ตามระบุไว้ภายใต้มาตรา 58 ย่อหน้า 1 ของ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฏหมายทางทะเล บริเวณที่เรือสัญชาติอื่นถูกขอขึ้นเรือและถูกจับกุมในบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะนั้นมีน้อยมาก นอกจากนี้ยังรวมถึงการละเมิดกฏหมายประมง (มาตรา 73 ย่อหน้า 1) หรือการสร้าง หรือ เป็นต้นเหตุการก่อมลพิษอย่างรุณแรง (มาตรา 220 ย่อหน้า 5) การจับกุมนั้นอาจเกิดขึ้นในกรณีโจรสลัด (ย่อหน้า 105) หรือการเผยแพร่โดยไม่ผ่านการขออนุญาต (ย่อหน้า 109) ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่มีเหตุการณ์ที่ตรงกับกรณีข้างต้นใดๆ นอกจากนี้ประธานาธิบดีแห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสัญชาติของเรืออาร์กติก ซันไรส์ ได้ระบุไว้ว่า เจ้าหน้าที่รัสเซียควรได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ก่อนขึ้นเรือ

กรณีนักกิจกรรมทำอันตรายต่อแท่นขุดเจาะน้ำมัน และบริเวณโดยรอบ

ทั้งเจ้าหน้าที่ก๊าซพรอม และหน่วยงานรัสเซียได้กล่าวหาว่านักกิจกรรมกรีนพีซสากลอาจกระทำการที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของการทำงานของแท่นขุดเจาะน้ำมัน หรือแม้แต่ระบบนิเวศของอาร์กติกเอง จากการประท้วงอย่างสันติ แต่สิ่งที่นักกิจกรรมกรีนพีซทำคือเพียงการประท้วงด้วยสันติวิธีเพื่อยุติการขุดเจาะน้ำมันที่เป็นภัยต่อภูมิภาคอาร์กติก

“ก่อนหน้านี้ เหล่าลูกเรือได้กระทำการยั่วยุซึ่งเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยบนน่านน้ำของเรือที่กำลังปฏิบัติงานพัฒนาระดับภาคทวีปของรัสเซียในส่วนภูมิภาคอาร์กติก” (RU)

นักกิจกรรมของเราได้รับการฝึกฝนให้ปฏิบัติการรณรงค์อย่างสันติและปลอดภัย พวกเขาไม่ได้กระทำสิ่งใดที่เป็นอันตรายต่อแท่นขุดเจาะน้ำมัน หรือคนงานของก๊าซพรอม โดยนักกิจกรรมไม่ได้มีอะไรติดตัวไปนอกเหนือจากป้ายผ้าและเชือก การประท้วงในรูปแบบเดียวกันนี้ที่แท่นขุดเจาะน้ำมันเดียวกันได้ผ่านพ้นไปโดยไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงใดเมื่อปี 2555

มหันตภัยที่แท้จริงต่อสภาพแวดล้อมอันเปราะบางของอาร์กติก คือ แท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดยักษ์ใหญ่ Prirazlomnaya ของบริษัทก๊าซพรอม ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในระยะห่างจากเรือฉุกเฉินออกไปถึงหลายร้อยไมล์ แต่อยู่ใกล้ขิดกับถิ่นที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลก วอรัส และสัตว์อาร์กติกชนิดอื่นๆ

กฏหมายสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน มาตรา 60(5) ของ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฏหมายทะเล อนุญาตให้มีการประกาศเขตปลอดภัยในบริเวณไม่เกิน 500 เมตรรอบสถานีขุดเจาะน้ำมัน แต่เรืออาร์กติก ซันไรส์ ไม่ได้เข้าใกล้ในระยะ 500 เมตร นับจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน Prirazlomnaya นอกจากนี้เรืออาร์กติก ซันไรส์ ยังอยู่นอกเขต 3 ไมล์ทะเล ที่กำหนดโดยรัสเซีย ยกเว้นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่เข้าในบริเวณนั้นเพื่อเก็บกู้แคปซูลยังชีพ ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อการเดินเรือได้

ในช่วงที่เรือยางออกปฏิบัติการได้เข้าในระยะใกล้กว่า 500 เมตร เพื่อดำเนินการประท้วงอย่างสันติ แต่ไม่ได้ก่อภัยอันตราย แท่นขุดเจาะน้ำมัน Prirazlomnaya ตั้งอยู่บนแท่นเหล็กขนาดใหญ่ และคอนกรีตที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทนทานกับทะเลน้ำแข็ง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วจะมีเรือสนับสนุนขนาดใหญ่มาที่แท่นขุดเจาะนี้ทุกวันเสมือนเป็นโรงแรมที่พักสำหรับคนงานของแท่นขุดเจาะ

อ่านคำตอบโต้ของกรีนพีซต่อข้อกล่าวหาของก๊าซพรอมในกรณีที่อ้างว่าการประท้วงอย่างสันติอาจเป็นอันตราย

เรืออาร์กติก ซันไรส์ อยู่ในน่านน้ำสากล ไม่ใช่น่านน้ำในเขตประเทศใด

“เจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย (FSB) ได้ปฏิเสธคำชี้แจงของกลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมว่าเรือนั้นอยู่ในน่านน้ำสากลขณะที่กำลังถูกควบคุม” (EN)

ตลอดช่วงเวลาที่อยู่บนเรือ เรืออาร์กติก ซันไรส์ ได้วนรอบแท่นขุดเจาะน้ำมัน Prirazlomnaya ของก๊าซพรอมในระยะ 3 ไมล์ทะเล ภายในเขตน่านน้ำสากล ตำแหน่งของเรือสามารถยืนยันว่าเรือของกรีนพีซอยู่ในบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone) ซึ่งทำให้การบุกขึ้นเรือของหน่วยรักษาการณ์ชายหาดของรัสเซียนั้นผิดกฏหมาย

หากพิจารณาตามกฎหมายแล้ว เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone) นั้นมีลักษณะเหมือนกับอาณาเขตทะเลหลวง ซึ่งเรือสัญชาติอื่นมีสิทธิเสรีภาพในการเดินเรือบริเวณดังกล่าว สามารถเข้าออกได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และสามารถเดินเรือไปยังบริเวณที่ต้องการได้

ตำแหน่งของเรือขณะที่ถูกจับกุมคือ 69 19.86'N 057 16.56'E ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเรืออยู่นอกเขตน่านน้ำของประเทศรัสเซีย และห่างจากชายฝั่งรัสเซีย 34 ไมล์ทะเล ตำแหน่งของเรือนี้ได้จากระบบรักษาความปลอดภัยของเรือ และนี่คือตำแหน่งของเรือจาก ระบบแสดงตนอัตโนมัติ (Automatic Identification System: AIS)

Infographic - Illegal boarding of the Arctic Sunrise

“แคปซูลยังชีพ” ของกรีนพีซ

“เจ้าหน้าที่ของรัสเซียยังได้เผยว่าอุปกรณ์ที่นักกิจกรรมได้นำเข้าใกล้แท่นขุดเจาะน้ำมันนั้นมีรูปร่างคล้ายกับระเบิด” (ENRU)

กรีนพีซสากลได้นำ “แคปซูลยังชีพ” ติดไปเพื่อทำการรรณรงค์ที่แท่นขุดเจาะน้ำมันของก๊าซพรอมเพื่อปกป้องนักกิจกรรมจากอันตรายจากเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง

สำนักข่าวของรัสเซียได้รายงานว่า ก๊าซพรอมได้บรรยายถึงแคปซูลนี้ว่า “มีรูปร่างคล้ายระเบิด” โดยแคปซูลนี้ผลิตขึ้นจากโฟมขนาดใหญ่ขนาดยาว 3 เมตร กว้าง 2 เมตร ขนาดเท่ากับรถมินิ และทาด้วยสีสันสดใส และถูกทำขึ้นหลังจากที่มีการจัดประกวดจากประชาชน

การเผชิญหน้าแบบสันติวิธี และปราศจากความรุนแรง เป็นคุณค่าหลักของกรีนพีซที่ยึดถือมากว่า 40 ปี เราได้เข้าร่วมในการประท้วงอย่างสันติเพื่อเปิดโปงภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม และเราไม่นำอันตรายมาสู่การรณรงค์

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคปซูลยังชีพได้ที่นี่

http://pod.greenpeace.org.uk/

กรณีข้อกล่าวหาการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างผิดกฏหมาย

บางรายงานระบุไว้ว่า เจ้าหน้าที่ของรัสเซียสงสัยว่ากรีนพีซสากลนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้ผ่านการอนุญาตในบริเวณใกล้กับแท่นขุดเจาะน้ำมัน Prirazlomnaya

กรีนพีซมีธรรมเนียมในการดำเนินการวิจัยทางเรือมายาวนาน แต่ในกรณีนี้ไม่ใช่เพื่องานวิจัย เมื่อปีที่แล้วกรีนพีซสากลได้ทำวิจัยร่วมกับเรือดำน้ำในทะเลชุกชี ที่บริเวณอาร์กติกอลาสก้า โดยใช้เรือเอสเพอรันซา ในบริเวณนั้นเองที่เราได้ตรวจพบปะการังจำนวนมากในทะเลอาร์กติกบริเวณที่เชลล์วางแผนจะขุดเจาะน้ำมัน

และเมื่อปีที่แล้วเช่นกันที่เรืออาร์กติก ซันไรส์ได้ช่วยทำการสำรวจวิจัยการละลายของน้ำแข็งอาร์กติกที่เหลือปริมาณต่ำสุดในปี 2555

การที่เรืออาร์กติก ซันไรส์ อยู่ในภูมิภาคอาร์กติกฝั่งรัสเซียในครั้งนี้เพื่อเปิดโปง และประท้วงการแสวงหาน้ำมันอย่างละโมบโลภมากและไร้ความรับผิดชอบในบริเวณนั้น ไม่มีการทำงานวิจัยแต่อย่างใด ไม่ว่ากรณีใด คำกล่าวอ้างและข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้ผ่านการอนุญาตนั้นไม่มีมูลความจริง และไม่ใช่สาเหตุของการเดินเรือต่างสัญชาติในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ

กรณีที่รัสเซียอ้างว่านักกิจกรรมเป็น “แขก” ไม่ได้ถูกจับกุม

“นักกิจกรรมของกรีนพีซได้รับการช่วยเหลือ ไม่ได้ถูกจับกุม” (RU)

นักกิจกรรมกรีนพีซสากล ซินิ และ มาโคร ได้ถูกจับกุมและยอมจำนนต่อหน่วยรักษาการณ์ชายหาดรัสเซียระหว่างการประท้วงอย่างสันติที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน Prirazlomnaya พวกเราถูกควบคุมตัวเป็นระยะเวลากว่า 24 ชั่วโมง บนเรือของหน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งรัสเซีย ขณะที่อยู่บนเรือนั้น ลูกเรือของอาร์กติก ซันไรส์ จำเป็นต้องส่งเสบียงอาหารและเสื้อผ้าให้กับซินิ และมาโคร ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานของการดูแลบุคคลที่เรียกว่า “แขก” อย่างแน่นอน

บล็อกของนักกิจกรรมชาวอาร์เจนตินา คามิลา สเปซีอาเล บรรยายถึงเหตุการณ์จนกระทั่งถูกจับกุม

ที่ทำลงไปเพื่อการประชาสัมพันธ์หรือไม่?

การที่กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการหลอกลวงทางสื่อนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่นักกิจกรรมแต่ละคนทุ่มเทชีวิตและอิสรภาพของตนลงไปนั้นหมดความหมาย ที่พวกเขาทำลงไปทุกอย่างนั้นเพียงเพราะเชื่อมั่นว่าการตามล่าน้ำมันในอาร์กติกควรจะต้องยุติลง ในยุคที่ผู้คนไม่สนใจในประเด็นของสังคมและส่วนรวม การลงมือปฏิบัติด้วยความจริงใจเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมและถูกตัดสินว่าได้รับความผิดนั้นเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและควรให้การสนับสนุน