จดหมายเรียกร้อง ให้นำแผนอนุรักษ์พลังงานตามมติครม.มาจัดทำแผนพีดีพี

เรื่องราว - มิถุนายน 8, 2555

จดหมายออกเลขที่ ๐๗/๒๕๕๕

                                                                             วันพฤหัสบดีที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕

 

เรียน                       ฯพณฯท่าน นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์   ชินวัตร

เรื่อง                        ขอเรียกร้องให้นำแผนอนุรักษ์พลังงานตามมติครม.มาจัดทำแผนพีดีพี

สำเนาถึง                รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

 

สืบเนื่องจากการประกาศนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลและมิติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เห็นชอบว่าด้วย แผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ๒๕% ใน ๑๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๖๔ ) และแผนอนุรักษ์พลังงาน ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๗๓) ซึ่งสามารถลดการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างน้อย ๑๙ โรง (กำลังผลิต ๙๐๐ เมกะวัตต์ต่อโรง) อีกทั้งสามารถเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศอย่างน้อย ๙,๕๑๖ เมกะวัตต์  ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าวิสัยทัศน์ด้านพลังงานของประเทศภายใต้การนำของรัฐบาลชุดนี้เริ่มมุ่งแก้ปัญหาการวางแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศที่มีผลกระทบต่อประชาชนและการสูญเสียผลประโยชน์ของประเทศชาติ ด้วยการนำศักยภาพพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงานมาใช้ 

แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2010) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ ๓ ภายใต้การดำเนินการของหน่วยงานด้านพลังงานจากภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายสาขา กำลังเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ซึ่งมี ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอนุมัติเห็นชอบแผนพีดีพีดังกล่าว ในวันศุกร์ที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๕  โดยนำศักยภาพการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมาใช้ในแผนดังกล่าวเพียงร้อยละ ๒๐ ซึ่งจะเพิ่มภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นโดยไม่จำเป็นให้กับประชาชน อีกทั้งลดทอนกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการวางแผนแผนพลังงาน กล่าวคือ การเปิดเวทีระดมความคิดเห็นจากประชาชนในการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ จัดขึ้นในวันที่ ๕ มิถุนายนที่ผ่านมา ที่กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานด้านพลังงานประกาศขอโทษต่อผู้เข้าร่วมเวทีว่าไม่สามารถจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในอีก ๗๖ จังหวัดที่เหลือได้ด้วยเหตุผลทางราชการ ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการเพิกเฉยต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างยิ่งและส่งผลต่อการยอมรับของประชาชนต่อแผนดังกล่าวหลังจากนี้

ประการถัดมา การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับนี้ เพิกเฉยต่อมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้นำแผนอนุรักษ์พลังงาน ๑๗,๔๗๐ เมกะวัตต์มาใช้ในการวางแผนพลังงานของประเทศ กล่าวคือ มีการนำการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมาใช้เพียงแค่ ๓,๔๙๔ เมกะวัตต์คิดเป็นเพียงร้อยละ ๒๐ จากศักยภาพทั้งหมด ลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ได้เพียง ๔ โรงและราคาไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น ๔.๕๖ บาทต่อหน่วยในปีพ.ศ. ๒๕๗๓ แต่หากมีดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและมติครม.ทั้งหมดจะสามารถลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ลง ๑๙ โรง และที่สำคัญ ค่าไฟฟ้าจะลดลงเป็น ๓.๕๖ บาทต่อหน่วยในปีพ.ศ. ๒๕๗๓ 

ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ กรีนพีซฯ ขอเรียกร้องให้ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์   ชินวัตร ในฐานะประธานกพช.บังคับใช้แผนอนุรักษ์พลังงาน ๒๐ปี ตามมติครม.เห็นชอบมาใช้ในการจัดทำแผนพีดีพีครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าในราคาที่ถูกและลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นลง กรีนพีซฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การตัดสินใจอนุมัติแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของรัฐบาลชุดนี้ จะอยู่บนหลักของธรรมาภิบาลและความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการมีส่วนร่วมของสาธารณชนและการจัดการพลังงานที่จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

 

                                                                        จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

                                                                              ขอแสดงความนับถือ

                                                                                 ธารา บัวคำศรี

                                                          ผู้อำนวยการรณรงค์ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ผู้ประสานงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

จริยา เสนพงศ์ โทรศัพท์ ๐๒-๓๕๗-๑๙๒๑, ๐๘๖-๙๘๒-๘๕๗๒

โทรสาร ๐๒-๓๕๗-๑๙๒๙