เมื่อถึงจุดที่ไม่มีทางย้อนกลับ

เรื่องราว - มกราคม 28, 2556
โลกของเรากำลังเดินมาถึงจุดที่ไม่มีทางย้อนกลับ และเราจำเป็นต้องป้องกันผลกระทบที่ร้ายแรงอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปจะยิ่งทำให้ยาก หรือแม้แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันภัยพิบัติในวงกว้างของสภาวะโลกร้อน คงจะมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเงินนับพันล้านที่จะต้องเสียไปเพื่อฟื้นฟูความสูญเสียที่เกิดขึ้น ความทุกข์อันมิอาจประเมินค่าได้ และชีวิตอีกนับล้านที่จะต้องสูญเสียไปในภัยพิบัติที่อาจมาเยือนเราอย่างรวดเร็วในปีค.ศ.2030

ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติอันน่ากลัวอย่างพายุต่างๆ ที่ทำลายล้างบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย คลื่นความร้อน ไฟป่า อากาศที่หนาวเย็นเกินปกติ น้ำท่วม และแม้แต่พายุหิมะในทะเลทราย สิ่งเหล่านี้ คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเลวร้ายยิ่งขึ้นหากเรายังคงเดินหน้าใช้พลังงานสกปรกต่อไป

รายงานฉบับใหม่ของกรีนพีซสากล Point of No Return เผยว่าโครงการถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซยักษ์ใหญ่จำนวน 14 โครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นเป็นการเพิ่มมลพิษจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ให้กับโลกถึง 6.34 กิกาตัน ภายในปีค.ศ. 2020 ซึ่งถือเป็นปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกร้อยละ 20 ซึ่งปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์นี้จะรวมเข้ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 31.6 กิกาตัน ในปีค.ศ. 2011 สร้างปรากฏการณ์เรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ตามการรายงานขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ International Energy Agency (IEA)

ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์อันมหาศาลจะทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอีก 5-6 องศาเซลเซียส พาโลกเข้าสู่ยุคของภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในการหลีกเลี่ยงอนาคตอันเลวร้ายนั้นสหประชาชาติกล่าวว่า เราต้องรักษาอุณภูมิของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 องศาเซลเซียส

โครงการมหันตภัยเหล่านี้มีทั้งการขยายเหมืองถ่านหินในออสเตรเลีย จีน สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย การขุดเจาะน้ำมันในทรายน้ำมันของแคนนาดา อาร์กติก และบราซิล ไปจนถึงการขุดเจาะก๊าซในทะเลแคสเปียน และสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการโดยบริษัทต่างๆ อย่าง Shell, BHP Billion, Arch Coal, Ambre, Peabody, Xstrata, Enbridge, Gazprom, Cairn Energy, Petrobras และ BP ที่กำลังพาโลกเราสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่นี้

Elektrownia Patnów Coal Fired Power Station

โรงไฟฟ้าถ่านหิน Elektrownia Patnów โลกเราต้องเผชิญกับการเผาผลาญถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซมากเกินไป และนั่นเป็นสาเหตุที่ในไม่ช้าเราจะมาถึงจุดที่ไม่สามารถป้องกันการเกิดภัยพิบัติที่มาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

Largest dirty energy expansions by 2020

การขยายตัวของพลังงานสกปรกภายในปีค.ศ. 2020
อุตสาหกรรมพลังงานสกปรกกำลังขยายตัวโครงการถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซจำนวน 14 โครงการระดับโลก ซึ่งจะเพิ่มมลพิษทางอากาศอีกร้อยละ 20 โดยที่เริ่มเห็นผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว

Wall of Fire - ©Ross Beckley/Image Focus Australia
©Ross Beckley/Image Focus Australia

ทะเลเพลิง ผู้คนต้องทนทุกข์กับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมามากแล้ว จากการที่โลกของเราอุณหภูมิสูงขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียสเท่านั้น

Hurricane Sandy Aftermath

ผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนแซนดี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กับสภาพภูมิอากาศของเรา ผู้คนกำลังทนทุกข์และล้มตายจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ความเสียหายใหญ่หลวงเกินคณานับ รัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะตรวจสอบเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่กระนั้นรัฐกลับเพิกเฉยสัญญาณเตือนจากนักวิชาการ และปล่อยให้เกิดรวมถึงผลักดันโครงการพลังงานสกปรกต่อไป

Yaroslavl, Russia - ©Liza Udilova
©Liza Udilova

ยาโรสลาฟ รัสเซีย หลายภูมิภาคของประเทศรัสเซียมีอากาศหนาวเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างสุดขั้ว

 

Jerusalem in the snow - ©tlr3automaton
©tlr3automaton

กรุงเยรูซาเล็มปกคลุมด้วยหิมะ หิมะปกคลุมกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อเดือนมกราคม 2013

Open-Cast Coal Mine in Inner Mongolia

เหมืองถ่านหินบริเวณตอนในของมองโกเลีย ถึงแม้ว่าประเทศจีนจะเต็มไปด้วยควันพิษในปัจจุบัน แต่ประเทศจีนก็ยังเตรียมขยายการผลิตถ่านหินขึ้นอีกร้อยละ 20 ภายในไม่กี่ปีนี้ ซึ่งจะทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นอย่างแน่นอน

Open Cut Coal Mine in Collinsville, Australia

เหมืองถ่านหินใน คอลลินสวิลล์ ประเทศออสเตรเลีย แม้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อนอันรุนแรง แต่ประเทศออสเตรเลียก็ยังคงต้องการขยายการส่งออกถ่านหินอีกเท่าตัว

Hay Point Australia Coal Terminal

สถานีขนส่งถ่านหิน เฮย์พ็อนท์ ประเทศออสเตรเลีย ตลาดจุดหมายปลายทางคือประเทศจีน และอินเดีย ที่ซึ่งมลพิษทางอากาศได้คร่าชีวิตคนนับแสนก่อนวัยอันควร

Aerial of Great Barrier Reef

แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศออสเตรเลีย ในการส่งออกถ่านหิน ออสเตรเลียอาจต้องทำลายแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Great Barrier Reef) ซึ่งถือเป็นมรดกโลก

Powder River Basin Mining, Wyoming

เหมืองที่แม่น้าพาวเดอร์ ริเวอร์ เบซิน รัฐไวโอมิง ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศที่สร้างมลพิษก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดกำลังวางแผนครั้งใหญ่ขยายการส่งออกถ่านหินไปยังทวีปเอเชีย ซึ่งจะเป็นการขยายการเพิ่มมลพิษ และทวีความทุกข์ให้กับประชาชนที่อีกซีกหนึ่งของโลก

Coal Mine in Central Kalimantan, Indonesia

เหมืองถ่านหินในตอนกลางของกรุงกาลิมันตัน ประเทศอินโดนีเชีย รัฐบาลอินโดนีเซียจะอนุญาตให้ทำลายป่าในกาลิมันตัน บนเกาะบอร์เนียว เพียงเพื่อเพิ่มเหมืองถ่านหิน

Shell Kulluk Rig Assessment off Kodiak Island 

แท่นขุดเจาะน้ำมัน คุลลุค ของเชลล์ บริเวณเกาะโคเดียค อาจเกิดการรั่วซึมของน้ำมันและก๊าซเร็วๆ นี้ที่บริเวณอาร์กติกที่แสนบอบบาง บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเชลล์ต้องการหาผลประโยชน์จากการที่น้ำแข็งขั้วโลกเริ่มเปราะบางจากการสภาวะโลกร้อน และทำลายพื้นที่อันแสนสวยงามนี้

Polar Bear in the Arctic

หมีขาวขั้วโลกที่อาร์กติก สัตว์ป่าที่เสี่ยงต่อการสูญพันธ์กำลังต้องเผชิญกับน้ำมันและก๊าซที่อาจรั่วไหลได้ทุกเมื่อ

Alberta Tar Sands

ทรายน้ำมันของรัฐอัลเบอร์ตา แคนาดา แคนาดาวางแผนที่จะขยายการผลิตพลังงานสกปรกจากทรายน้ำมัน ซึ่งจะเป็นการเร่งทวีคูณมลพิษจากการปล่อยการคาร์บอนไดออกไซด์และพื้นที่อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติได้ถูกทำลายไปจำนวนมากแล้วเพื่อขุดทรายน้ำมัน

Estuary in Great Bear Rainforest

ปากแม่น้ำ ที่เกรทแบร์ เรนฟอเรสต์ ในการสร้างตลาดพลังงานสกปรกแห่งใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชีย จำเป็นต้องมีการเดินท่อส่งตัดผ่านพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์กว่า 1,000 กิโลเมตร ผ่านเทือกเขาร็อคกี้ และเกรทแบร์ เรนฟอเรสต์ อันงดงาม ไปยังชายฝั่งตะวันตกของบริติช โคลัมเบีย

Spirit Bear in Great Bear Rainforest

หมีเคอร์โมดี ในเกรทแบร์ เรนฟอเรสต์ หมีขาวพันธุ์หายาก เคอร์โมดี กำลังตกอยู่ในอันตรายและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

Dolphins in Brazil

โลมาในประเทศบราซิล ประเทศบราซิลวางแผนขยายการขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง ซึ่งจะทำให้โลมา วาฬ และสัตว์น้ำสายพันธุ์อื่นๆ ต้องได้รับผลกระทบ

Xuanwei Power Station in China

โรงไฟฟ้า Xuanwei ที่ประเทศจีน ความจริงที่น่าเศร้าคือ เราไม่จำเป็นต้องเผาผลาญถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ เราไม่จำเป็นต้องหาพลังงานเพิ่มเพื่อทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า

Dafeng Power Station in China

โรงไฟฟ้า Dafeng ที่ประเทศจีน พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ปลอดภัย และได้ประสิทธิภาพมากกว่าสามารถขับเคลื่อนโลกของเราได้ เราสามารถเลี่ยงหายนะของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากโครงการการผลิตพลังงานถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซระดับโลกทั้ง 14 โครงการ

รายงานฉบับใหม่ของกรีนพีซ Point of No Return จะเป็นการรายงานถึงหายนะของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเป็นผลมาจากโครงการพลังงานสกปรกระดับโลกนี้ แต่เรายังสามารถเลี่ยงมลพิษจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันมหาศาลไม่ให้เกิดขึ้นได้ด้วยการยกเลิกโครงการพลังงานสกปรก และหันมาผลิตพลังงานหมุนเวียน โดยในปีค.ศ. 2011 ที่ผ่านมา พลังงานหมุนเวียนถูกนำไปใช้ถึงร้อยละ 30 ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากร้อยละ 5 ในปีค.ศ. 2005 และตัวเลขนี้ควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลควรหันมาส่งเสริมโครงการพลังงานหมุนเวียนแทนการพึ่งพาพลังงานสกปรก เพราะนอกจากการลงทุนพลังงานหมุนเวียนจะช่วยส่งเสริมการจัดหางาน และเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการช่วยดึงโลกออกจากมหันตภัยที่น่าสะพรึงกลัวด้วย

 

รายงาน Point of No Return

รายงาน Point of No Return เผยถึงความไม่จริงใจและขาดศีลธรรมของรัฐบาล จากการที่ให้คำมั่นว่าจะรักษาอุณภูมิของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 องศาเซลเซียส แต่กลับเร่งโครงการต่างๆ ที่จะเป็นการทวีความร้อนให้กับโลกเกินกว่า 3.5-4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะขึ้นสูงถึง 6 องศาเซลเซียสทีเดียว อนาคตที่น่ากลัวกำลังรอทุกคนอยู่หากวันนั้นมาถึง

 

ดาวน์โหลดรายงาน The Point of No Return [PDF]